อะไรที่ซุกอยู่ใต้พรมประเทศไทย อะไรที่คนไทยยังไม่รู้ มายุคนี้ ตาสว่างในความไม่ชอบมาพากลและความไม่ถูกต้อง ที่สะสมกันมานาน เป็นการถ่วงความเจริญของประเทศ ที่ต้องชื่นชมความกล้าหาญของฝ่ายค้านเป็นพิเศษส.ส.พรรคก้าวไกล วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ระบุว่า การสั่งปิดเหมืองทองอัครา ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 กำลังจะส่งผลร้ายต่องบประมาณของประเทศ เนื่องจากต้องนำงบประมาณรายจ่ายแต่ละปีไปเป็นค่าดำเนินการต่อสู้คดีในคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศและศาลในต่างประเทศเมื่อปี 2562 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้เงินไปกับงานนี้ 60 ล้านบาท ปี 2563 ใช้งบไปจ้างทนายต่างประเทศอีก 218 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว งบประมาณปี 2564 ตั้งงบไว้อีก 111 ล้านบาท แสดงว่า ใช้งบในการดำเนินการเกี่ยวกับเหมืองทองคำอัครา 389 ล้านบาทในเบื้องต้น ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าผลออกมาอย่างไร จะต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่ บริษัทแม่ คิงส์เกตฯ เรียกค่าเสียหายไว้ประมาณ 3 หมื่นล้านหรือไม่งบดังกล่าวถูกซุกซ่อนเอาไว้ในงบประมาณของ กระทรวงอุตสาหกรรม นำไปสู่คำถามที่ว่า เรื่องการชดใช้ค่าเสียหายนายกฯยืนยันว่า จะรับผิดชอบเอง จะดำเนินการรับผิดชอบอย่างไร และเรื่องนี้จะยุติลงอย่างไร เพราะมีการตั้งข้อสังเกตเอาไว้ล่วงหน้าว่ารัฐบาลเตรียมตั้งงบประมาณที่จะต้องชดใช้ให้กับ บริษัทคิงส์เกตฯ ด้วยแต่ไม่ได้มีการเตรียมการที่จะหาทางได้เปรียบในการสู้คดี ในส่วนที่คิงส์เกตก็มีส่วนที่ผิดสัญญาเรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ ป.ป.ช. สุภา ปิยะจิตติ ชี้แจงถึงความคืบหน้ากรณีที่ ป.ป.ช. ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเรื่องที่ ก.ล.ต. ส่งข้อมูลและหลักฐานที่ได้มาจาก ก.ล.ต.ออสเตรเลียที่ตั้งบริษัทแม่คิงส์เกตฯ ว่ามีเหตุอันควรสงสัย ว่าอดีต รมว.อุตสาหกรรมของไทย และ อดีต รมว.มหาดไทยของไทย ถูกกล่าวหาว่ามีการรับเรียกผลประโยชน์ในการอนุมัติเข้าทำสัมปทานเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลกเรื่องนี้จะโยงไปถึง การต่อสู้ประเด็นการเรียกค่าเสียหาย 6-7 พันล้านบาทกับประเทศไทย ด้วย อยู่ในระหว่างการขอข้อมูลจากฝ่ายอัยการอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ออกมาแบ่งรับแบ่งสู้โดยอ้างว่าทุกรัฐบาลก็มีกรณีการฟ้องร้องจากต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลก็ต้องจ้างทนายจากต่างประเทศมาสู้คดีโดยมีฝ่ายอัยการประกบ ถือเป็นเรื่องปกติ ที่ต้องตั้งงบประมาณขึ้นมา รัฐบาลก็ไม่รู้จะไปเอาเงินมาจากไหนเหมือนกันที่น่าตกใจ อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ ได้ยกตัวอย่างเรื่องงบสู้คดีเหมืองทองคำที่มีการเรียกร้องค่าเสียหายถึง 750 ล้านเหรียญสหรัฐฯหรือ 22,672 ล้านบาท เป็นคดีความกันมาตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.ปี 60 ที่ผ่านมามีการนำงบประมาณไปใช้จ่ายทำนองนี้จำนวนมาก เช่นการฟ้องร้องระหว่างเอกชนกับการรถไฟ โครงการโฮปเวลล์ การรถไฟแพ้คดี ประเทศไทยต้องจ่ายค่าเสียหายมหาศาล อย่างน้อยเสียดอกเบี้ย วันละ 24 ล้านบาท โดยปราศจากความรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นค่าโง่ที่จะนำไปสู่การเสียค่าโง่อีกบานตะไท.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th