ประวิตร-สามมิตร ดัน ‘ไพรินทร์’ ขึ้นรองนายก นศ.ขับไล่ตู่พปชร.รอ กก.บห.เคาะโผ ครม.ก่อนส่งนายกฯ เปิด สัญญาใจ “ลุงป้อม-กลุ่มสามมิตร” ดัน “สุริยะ” คุมพลังงาน ให้ “เสี่ยแฮงค์” นั่ง รมว.อุตฯแทน ส่ง “ไพรินทร์” ขึ้นรองนายกฯชั่วคราว 6 เดือน รอต่อรอง รปช.ขอคืนเก้าอี้ รมว.แรงงานให้ “สุชาติ ชมกลิ่น” แลกกับ รมว.อว. ล็อกเป้า “ปรีดี” ขุนคลังทีม ศก.ชุดใหม่ “วิรไท” ปัดนิ่มๆไม่ขอร่วมวง “นฤมล” ลุ้นหนักเสียบแทน “เทวัญ” โฆษก ปชป.ปัดข่าว “ตั๊น จิตภัสร์” คั่ว รมต. กลุ่มอีสานฮือจวก “อันวาร์” เจาะยางพรรค เจอเย้ยกลับแค่พวกคนว่างงาน “อุตตม” ยังไม่ไขก๊อก ปธ.กมธ.งบฯ “เสรีพิศุทธ์” ฟันธงคนร้องยี้ ครม.ใหม่ “ธนาธร” หยันทีม ศก.ไร้ราคาถ้าไม่เปลี่ยน หน.ทีม โพลชี้คนรุ่นใหม่เมินผู้เฒ่าการเมือง สนท.-Free YOUTH จุดพลุปลุกม็อบไล่รัฐบาลพรรคพลังประชารัฐรอให้ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค วันที่ 21 ก.ค. เคาะโผรัฐมนตรีรอบสุดท้าย ก่อนส่งให้นายกฯพิจารณา ดันนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม สลับนั่ง รมว.พลังงาน ให้นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค เป็น รมว.อุตฯแทน ส่งนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม ขึ้นรองนายกฯ “สมคิด–กอบศักดิ์” ขนของกลับเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ได้มีรถ 6 ล้อของบริษัทรับจ้างขนของ เข้ามายังตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขนของและเอกสารต่างๆจากห้องทำงานของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ภายหลังยื่นใบลาออกไปพร้อมกับอดีตรัฐมนตรีกลุ่ม 4 กุมาร โดยคณะทำงานของนายสมคิด ได้จ้างรถมาขนเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว รวมถึงเอกสารต่างๆ ทั้งนี้ นายสมคิดได้เข้ามาเป็นรองนายกฯให้กับรัฐบาล “ประยุทธ์ 1” และ “ประยุทธ์ 2” รวมเป็นเวลา 5 ปี ต่อมาเวลา 11.00 น. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อทยอยเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเช่นกัน โดยส่วนใหญ่เป็นหนังสือและต้นไม้ เพื่อนำกลับไปดูแลต่อที่บ้าน “วิรไท” ปัดนิ่มๆร่วมทีมเศรษฐกิจนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากกระแสข่าวว่าถูกทาบทามให้เข้าร่วมทีมเศรษฐกิจชุดใหม่นั้น ได้เรียนขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ท่านไว้วางใจ และได้เรียน ท่านไปตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า คงไม่สามารถรับตำแหน่งใดได้โผ ครม.ล็อกเป้า “ปรีดี” นั่งคุมคลังผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยืนยันว่าจะมีการปรับพอประมาณ ไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยโควตาของพรรคร่วมรัฐบาลยังเหมือนเดิม มีเก้าอี้ที่ว่างลง 4 ตำแหน่ง ได้แก่ รองนายกรัฐมนตรี รมว.คลัง รมว.พลังงาน และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ส่วนรายชื่อบุคคลน่าจะชัดเจนแล้ว คือไม่มีชื่อนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการ ธปท. ที่นายกฯทาบทามไปแต่ครอบครัวไม่อนุญาต และนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ส่งเอกสารข่าวปฏิเสธข่าวร่วม ครม. ความคืบหน้าล่าสุดเป็นที่ชัดเจนแล้วว่านายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ถูกวางตัวให้นั่งในตำแหน่ง รมว.คลังเปิดสัญญาใจ “ลุงป้อม–สามมิตร”ขณะที่ชื่อของนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม และอดีตผู้บริหาร ปตท. ที่มีชื่อในโผจะมานั่งเป็น รมว.พลังงานนั้น ล่าสุดอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อพรรคพลังประชารัฐยังมีความพยายามเสนอชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และรองหัวหน้าพรรค ขยับเป็น รมว.พลังงาน ให้นายกฯพิจารณาโดยทางพลังประชารัฐมองว่าโควตา รมว.พลังงานเป็นของพรรค และทางกลุ่มสามมิตรมองว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค พปชร. ได้ให้สัญญาใจไว้แล้ว ก่อนมาเป็นหัวหน้าพรรค ทำให้เป็นไปได้ว่าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยมีข่าวจะให้นายไพรินทร์ไปนั่งเป็นรองนายกฯ ไปก่อน 6 เดือน หลังจากนั้นอาจปรับ ครม.อีกครั้ง โดยจะดูสถานการณ์และผลการทำงาน “แฮงค์” คั่วอุตฯ “เฮ้ง” จับกังแลก รปช.สำหรับตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อนายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค ที่พลาดเก้าอี้มาในรอบแรกมาดำรงตำแหน่งนี้ ส่วนนายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรค ที่พลาดตำแหน่งครั้งแรกเช่นกัน คาดว่าจะได้นั่ง รมว.แรงงาน โดยจะเอาเก้าอี้ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ว่างลงไปต่อรองแลกเปลี่ยนกับพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่ประกาศไว้แต่แรกจะเสนอชื่อนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมการบริหารพรรค มาเป็นรัฐมนตรีในโควตาของพรรค “นฤมล” ลุ้นหนักเสียบแทน “เทวัญ”ส่วนชื่อของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเหรัญญิกพรรคพปชร. ยังต้องลุ้นหนัก มีรายงานข่าว พล.อ.ประวิตร พยายามผลักดันให้นางนฤมลนั่งเก้าอี้ รมต.ประจำสำนักนายกฯ แทนนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลไม่ได้มีเสียงปริ่มน้ำแล้ว อีกทั้งยังเป็นเรื่องความเสมอภาคระหว่างพรรคชาติพัฒนากับพรรคพลังท้องถิ่นไทที่แต่เดิมมี 3 เสียงเท่ากัน แต่พรรคชาติพัฒนาได้ตำแหน่งรัฐมนตรี รอบนี้พรรคพลังท้องถิ่นไทอยากได้โควตาด้วย หลังไปดึง ส.ส.มาเพิ่มได้อีก 2 คน รวมถึงเสียงสนับสนุนจากพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทยที่มีอีก 2 เสียง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมจากพรรคพลังท้องถิ่นไท และในบรรดาพรรคเล็ก ปรับ ครม.ครั้งนี้จะไม่นับ ส.ส.ที่แต่ละพรรคได้มาเพิ่ม ทำให้พรรคเล็กยังคงไม่มีตำแหน่งในรอบนี้ สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีในส่วนของพรรค พปชร. วันที่ 21 ก.ค. จะมีการประชุม กก.บห.เพื่อลงมติส่งรายชื่อให้นายกฯพิจารณา “เดียร์” เชียร์ “ลุงตู่” เฟ้นหัวกะทิที่เมเจอร์รัชโยธิน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงเรื่องการปรับ ครม.ว่า ประชาชนและภาคเอกชนจับตามองประเด็นเศรษฐกิจเป็นพิเศษ ต้องบูรณาการจากทุกฝ่าย ฉะนั้นบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ด้านนี้ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ พวกเราสนับสนุนให้นายกฯมองถึงผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก บุคลากรที่จะเข้ามาขับเคลื่อนต้องเป็นที่ยอมรับของภาคเอกชน เมื่อเข้ารับตำแหน่งแล้วต้องขับเคลื่อนงานได้ทันที เห็นรายชื่อแคนดิเดตรัฐมนตรีแล้ว แต่ละคนมีความรู้ ความสามารถ เป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นผู้บริหาร ภาคเอกชนน่าจะมีความเชื่อมั่น แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับนายกฯจะตัดสินใจ ส่วนกลุ่มดาวฤกษ์ของตนแม้จะมีการเสนอตำแหน่งใดๆให้พวกเราจะไม่ขอรับ ขอทำหน้าที่ ส.ส.ให้ดีที่สุด สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือให้กำลังใจนายกฯให้สรรหาบุคลากรที่จะมาช่วยให้ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ให้ได้ เมื่อถามถึงการตั้งพรรคกับกลุ่ม 4 กุมาร น.ส.วทันยาตอบว่า ยังไม่มองไปถึงตรงนั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้ปลุกประชาชนเปลี่ยนการเมืองนายชวน ชูจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของพรรคครั้งนี้ คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทำพรรคการเมืองให้เข้มแข็ง ควบคู่กับพรรคที่เข้มแข็งที่สุดคือพรรคราชการ สถาบันการเมืองจะเข้มแข็งได้ต้องเปิดให้ชาวบ้านเข้าถึง ไม่เช่นนั้นประชาชนไม่มีทางเลือก พรรคการเมืองไม่ใช่แค่นักการเมืองมาสังกัดตามกฎหมายเพื่อลงสมัคร ส.ส. ได้เป็น ส.ส.ก็ต่างคนต่างไป สุดท้ายไปไม่ถึงไหน หากยังใช้วิธีการเดิมๆ สถาบันการเมืองก็อยู่ไม่ได้ ถ้าพรรคการเมืองที่สนับสนุนให้คนขึ้นไปเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศอ่อนแอ ประเทศชาติย่อมอ่อนแอตาม ขอให้ประชาชนเข้าใจในจุดนี้ แม้เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงนักการเมืองได้ แต่เราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ในการเลือกตั้งสมัยต่อไป ถึงวันนั้นสามารถสื่อความรู้ถึงกันโดยไม่ต้องลงถนนแล้ว ปชป.ปัดข่าว “จิตภัสร์” คั่ว รมต.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในส่วนของพรรคยังไม่มีการพูดคุยเรื่องปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี จนถึงขณะนี้นายกฯยังไม่มีการส่งสัญญาณมาแต่อย่างใด ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีชื่อเป็นแคนดิเดตที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคนั้น เจ้าตัวยืนยันแล้วว่าไม่เป็นความจริง ขอทำหน้าที่ ส.ส.ให้เต็มที่ก่อน ในพรรคยังไม่มีการพูดคุยว่าจะปรับเปลี่ยนใครออก มีแต่ กระแสข่าวมาจากนอกพรรคทั้งสิ้น และในการประชุมใหญ่ของพรรควันที่ 19 ก.ค. มีเพียงวาระรับรองงบดุลรับทราบรายงานผลการปฏิบัติ และการกำหนดยุทธศาสตร์ของพรรค ไม่มีเรื่องปรับเปลี่ยนรัฐมนตรียังไม่มีข่าวถูกยึดโควตา รมต.ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคแกนนำรัฐบาลมีการประสาน ขอคืนโควตารัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายราเมศตอบว่า ยังไม่มีการขอคืนโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี และไม่มีการต่อรองใดๆ นักการเมืองหากมีอุดมการณ์ชัดเจน อยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ ในส่วนของทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดใหม่นั้น เชื่อว่านายกฯ จะเลือกคนมีฝีมือและทำงานร่วมกับรัฐบาลได้แค่ให้ “ตั๊น” ดูแลเรื่องสื่อโซเชียลนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยืนยันว่ากระแสข่าวจะมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีของพรรคไม่เป็นความจริง รวมถึงข่าวว่า น.ส.จิตภัสร์จะขึ้นเป็นรัฐมนตรีนั้น ในความเป็นเพื่อนกันไม่เคยได้ยิน น.ส.จิตภัสร์พูดถึงและคิดเรื่องจะเป็นรัฐมนตรี ขอย้ำว่าพรรคเรามีแค่ก๊กเดียวคือพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ ในการประชุม ส.ส.และรัฐมนตรีที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ที่ผ่านมา ที่ประชุมมอบหมายให้ น.ส.จิตภัสร์ดูแลเรื่องสื่อโซเชียลของพรรค ร่วมกับคณะทำงานเดิม ที่มีข้อวิจารณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงโลโก้พรรคนั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงโลโก้ แค่ปรับใช้ในสื่อโซเชียลมีเดียให้มีความทันสมัย สร้างความเป็นกันเองกับผู้รับสาร โดยไม่ทิ้งอัตลักษณ์ที่มีอยู่เดิม เรื่องความเคลื่อนไหวก่อนการประชุมใหญ่พรรคถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กลุ่มอีสานรวมชื่อจวก “อันวาร์”ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีความเคลื่อนไหวในกลุ่มไลน์สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ภาคอีสานที่มีทั้งอดีตผู้สมัคร ส.ส. และสมาชิกพรรคกลุ่มภาคอีสาน แสดงความไม่พอใจต่อการเคลื่อนไหวของนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่จี้ให้พรรคทบทวนบทบาทและ อุดมการณ์ โดยมีการรวบรวมรายชื่ออดีตผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสานครั้งที่ผ่านมาได้ 21 คน ทำเป็นจดหมายเรียกร้องไปยังผู้บริหารพรรค ขอให้นายอันวาร์หยุดการกระทำที่ทำให้พรรคเสียหาย และขอให้ออกมาขอโทษกับสิ่งที่ได้กระทำ เพราะสิ่งที่พูดเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง โดยเห็นว่าวันนี้ทั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค ทำงานอย่างทุ่มเททำทุกวันแก้ปัญหาให้ประชาชน ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ จึงขอเป็นกำลังใจสนับสนุนรัฐมนตรีของพรรคทุกคนให้ทำหน้าที่ต่อไป “อันวาร์” เย้ยแค่พวกคนว่างงานขณะที่นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มอดีตผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน ออกมารวมรายชื่อและจี้ให้ออกมาขอโทษพรรค หลังเรียกร้องให้พรรคทบทวนอุดมการณ์และแก้ไขปัญหาภายในพรรค ว่า ส่วนตัวไม่มีอะไรขัดแย้งกับใคร กลุ่มคนที่ออกมาโต้แย้งเคลื่อนไหวกดดันตนในเรื่องนี้ ไม่มีสาระชุดความคิดอะไร ส่วนจะมีเบื้องหลังอะไรหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ขอให้ดูจากผลคะแนนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ก็รู้แล้วว่าคงว่างไม่มีอะไรทำ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่จะถึงนี้ ตนจะหาอะไรให้ทำ ตรวจสอบแล้วรู้ว่าคนกลุ่มนี้มีใครเป็นหัวหน้าทีม ที่ผ่านมาล้มเหลวตั้งแต่หัวหน้าทีมยันลูกทีม“อุตตม” ยังไม่ไขก๊อก ปธ.กมธ.งบฯนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 กล่าวถึงการตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง รมว.คลังของนายอุตตม สาวนายน ที่ดำรงตำแหน่งประธาน กมธ.งบประมาณฯ ว่า นายอุตตมยังไม่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธาน กมธ.งบประมาณฯ ตามกระบวนการต้องยื่นหนังสือต่อเลขานุการ กมธ. แล้วจึงจะเลือกประธาน กมธ.คนใหม่ ตามกฎหมายนายอุตตมไม่จำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งประธาน กมธ.ก็ได้ สามารถดำรงตำแหน่งในสัดส่วนบุคคลภายนอกได้ แต่สุดท้ายแล้วคงต้องอยู่ที่นายอุตตมเป็นคนตัดสินใจ แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการทำงานของ กมธ.แน่นอน “เสรีฯ” ฟันธงคนร้องยี้ ครม.ใหม่ที่ จ.สมุทรปราการ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวระหว่างลงพื้นที่ช่วยนายมานะ บุญนาค ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 ของพรรคเสรีรวมไทย หาเสียงที่ตลาด yes อ.บางเสาธง ว่า หลายสิบปีก่อนเมืองปากน้ำมีข่าวโกงเลือกตั้ง ตนเชื่อว่าคนปากน้ำไม่โกง เเต่นักการเมืองและข้าราชการบางคนโกง ตนเคยจับโกงเลือกตั้ง 120 บาทมาเเล้ว คราวนี้ในเขตนี้ทราบว่าบางคนเริ่มโกงเเล้ว พรรคเสรีรวมไทยจึงต้องมาปราบ ขอให้ชาวปากน้ำช่วยลบข้อครหาในอดีต ส่วนการปรับ ครม.นั้น มองเเล้ว ครม.ชุดใหม่ ชาวบ้านน่าจะร้องยี้ทั่วประเทศ หลายคนจะไม่ได้รับการยอมรับในชื่อเสียง เหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องยอมคนพวกนี้ก็เพื่ออยู่ต่อในอำนาจเท่านั้น วันนี้ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ไร้น้ำยาในการเลือกคนมาเป็นรัฐมนตรี ต้องยินยอม ส.ส.ที่หนุนตัวเองสืบทอดอำนาจ “อนุดิษฐ์” ยังไม่เปลี่ยน กก.บห.พท.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีพรรค วันที่ 21 ก.ค. ยังไม่ถึงเวลาปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคตามที่หลายคนคาดการณ์ กก.บห.ชุดปัจจุบันยังทำงานได้ดี เมื่อถามถึงการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 สมุทรปราการที่พรรคเพื่อไทยส่งนางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ เป็นผู้สมัครของพรรค น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่าหลังจากผู้สมัครได้หมายเลขเป็นที่เรียบร้อย ผู้สมัครก็ลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเพื่อน ส.ส.ของพรรคก็ช่วยกันลงพื้นที่หาเสียงอย่างเข้มข้น โดยวันที่ 22 ก.ค. ตน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และ ส.ส.กทม.ก็จะร่วมลงพื้นที่กับผู้สมัคร เพื่อบอกถึงความจำเป็นให้เลือก ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้าไปตรวจ สอบการทำงานของรัฐบาล และหลังจากนี้ผู้ใหญ่ของพรรคจะสลับกันลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียงจนถึงวันเลือกตั้ง ทีม ศก.ไร้ราคาถ้าไม่เปลี่ยน หน.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงรายชื่อบุคคลที่คาดว่าจะเข้ามาเป็นทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ว่า ไม่สำคัญว่ารายชื่อทีมเศรษฐกิจจะเป็นใคร ตราบใดที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจยังเป็น พล.อ.ประยุทธ์ คนเดิมอยู่ หากเปลี่ยนคนทำงานแต่หัวหน้าไม่เปลี่ยน ไม่คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ได้ติดตามการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะตามร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท พบว่ามีการใช้งบอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ตอบสนองความเดือดร้อนประชาชน ดังนั้นหากไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับหัว จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้งบประมาณที่นำไปสู่ความเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนทางเศรษฐกิจได้ ส่วนรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ เพียงแค่ทำให้ประชาชนเห็นว่าจะมีการปฏิรูปและจัดทำยุทธศาสตร์ของประเทศในระยะยาว แต่ตนไม่เชื่อและไม่มีความศรัทธาในองค์กรเหล่านี้ เห็นได้ชัดมีหลายคนที่สนับสนุนการทำรัฐประหารของ คสช. จึงเป็นแค่การตบรางวัลให้กับคนที่ช่วยสนับสนุน คสช.“ธนาธร” โต้ไม่ได้อยู่เบื้องหลัง นศ.นายธนาธรยังกล่าวถึงการนัดชุมนุมของกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) และเยาวชนในนามกลุ่มเยาวชนปลดแอก Free YOUTH จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในรูปแบบแฟลชม็อบ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ว่า ขนาดไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมยังถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ที่ชักใยและสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง นักศึกษากลุ่มนี้ทำกิจกรรมไปด้วยเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ของพวกเขา พวกเราไม่ได้มีส่วนเข้าไปร่วมตัดสินใจ เราคงไม่ไปร่วมเพราะเกรงจะถูกกล่าวหาว่าชักใยอยู่เบื้องหลัง แต่ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนในการต่อสู้กับเผด็จการ และอยากเชิญประชาชนทุกคนร่วมสนับสนุนนักศึกษากลุ่มนี้ ช่วยกันไปร่วมชุมนุมในครั้งนี้เพื่อแสดงเสียงของประชาชนว่าเราไม่ต้องการรัฐบาลที่มาจากการสืบทอดอำนาจ ไม่ต้องการรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร และเราต้องการให้ประเทศเดินกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย“ณัฐชา” เตือน รบ.อาจต้องล้มครืนนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เห็นด้วยกับ 3 ข้อเรียกร้องของนิสิต นักศึกษา ที่เสนอให้รัฐบาลยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน และปูทางไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกจาก 3 ข้อนี้ มีอีก 1 ข้อที่ขอเรียกร้อง คือรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงทุกฝ่ายต้องไม่ละเมิดสิทธิในการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาโดยเด็ดขาด หากการชุมนุมจบด้วยการที่นิสิตนักศึกษาต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐ ตนและเพื่อน ส.ส.พรรคก้าวไกล จะร่วมปกป้องพวกเขาและนำเรื่องนี้มาต่อสู้กับรัฐบาลในระบอบรัฐสภา นิสิตนักศึกษาพวกเขาคือนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์ใจ การเมืองไทยกำลังจะเปลี่ยนแปลง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจงตัดสินใจให้ดี และจำไว้ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่ก็ต้องล้มครืนเพราะฝืนมติประชาชน “พิธา” ชูนโยบายลุยสนาม กทม.วันเดียวกันที่พรรคก้าวไกล มีการเปิดรับผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) โดยมีประชาชนสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เป้าหมายของพรรคต้องการนำพากรุงเทพฯไปสู่ความเป็นนคราภิวัฒน์อย่างสมบูรณ์ ประกอบด้วยการสร้างกรุงเทพฯให้เป็นเมืองแห่งประชาธิปไตย ต้องไม่ใช่ระบบรัฐราชการรวมศูนย์ และต้องเป็นเมืองแห่งความหลากหลาย ไม่ว่าจะยากดีมีจน ต้องได้รับความเท่าเทียมจากการออกแบบเมืองอย่างเสมอภาค โดยเฉพาะโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรและการทำมาหากิน ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การเป็นเมืองของทุกคน และเมืองต้องถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยี ให้เกิดการยกระดับไปสู่เมืองแห่งความเป็น smart City อย่างแท้จริง เชื่อว่านโยบายที่จะตอบสนองคนกรุงเทพฯในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงคือต้องมีความใหม่ ชัด โดนโพลชี้คนรุ่นใหม่เมินผู้เฒ่าการเมืองสำนักวิจัยซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชนจำนวน 1,541 คน เรื่อง “คนรุ่นใหม่กับผู้ใหญ่ทางการเมือง” พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 82.8 ระบุระดับคุณธรรมของนักการเมืองยุค “บิ๊กตู่” มีค่อนข้างน้อยถึงไม่มีเลย มีร้อยละ 17.2 ระบุค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ที่น่าเป็นห่วงคือส่วนใหญ่ร้อยละ 71.6 ระบุคนรุ่นใหม่จะไม่เชื่อฟัง ไม่ทำตามผู้ใหญ่ทางการเมืองสั่งสอน มีแค่ร้อยละ 28.4 ที่เชื่อฟัง ทั้งนี้คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ยังมองผู้ใหญ่ทางการเมืองทำตัวไม่ดี ไม่เป็นแบบอย่างที่ดี การใช้กฎหมายบังคับจับกุมคงห้ามปรามคนรุ่นใหม่ไม่ได้ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 75.5 ระบุว่าไม่เห็นผลงานของรัฐบาลที่ทำ ประโยชน์อะไรให้กับเยาวชน และคนรุ่นใหม่รู้สึกสิ้นหวังในการมองอนาคตของประเทศ“ธนาธร” อัด กกต.ก่อวิกฤติศรัทธาอีกเรื่องที่ห้องวิวัฒนไชย อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ มีการจัดเวทีแสวงหาฉันทามติใหม่ให้กับประเทศไทย “New Consensus Thailand” จัดเสวนาเรื่อง “กกต.ไทย อย่างไรต่อดี?” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และประธานคณะก้าวหน้า กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเราเห็นความผิดปกติในการดำเนินการของ กกต.เต็มไปหมด หน้าที่ของ กกต.คือ การเป็น Gatekeeper หรือตัวกั้น โดยเป็นทั้งผู้บริหาร ผู้ออกกฎ และชี้ขาด มีทั้ง 3 อำนาจในองค์กรเดียวที่คนทั่วไปตรวจสอบคัดค้านอะไรไม่ได้เลย กกต.ชุดปัจจุบันมาจาก สนช. โดย คสช.เลือกมาอีกที ด้วยสถานะที่ กกต.เลือกข้างทางการเมือง ไม่ยึดโยงกับประชาชน จึงนำมาสู่การเลือกตั้งที่เป็นข้อกังขามากมาย ไม่มีองค์กรรัฐองค์กรไหนที่มีประชาชนล่ารายชื่อถอดถอนเกือบ 1 ล้านคน เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นี่คือวิกฤติศรัทธากับองค์กรอิสระที่จำเป็นต้องวางตัวเป็นกลาง เพราะตัวเองเป็น Gatekeeper แต่กลับล้มเหลวในการดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางทางการเมือง การดำรงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง“สมชัย” ชี้กลโกงเลือกตั้งไม่เปลี่ยนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งในปัจจุบันยังมีกลโกงเหมือนในยุค 30 ปีที่ผ่านมา เห็นได้จากการเลือกตั้งซ่อม จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่มีการร้องเรียนการสวมสิทธิลงคะแนนแทนกัน ย้อนกลับไป 30 ปีที่แล้วพบว่ามีเขตเลือกตั้งแห่งหนึ่งมีผู้ใช้สิทธิกันมากจนได้รับรางวัลยกย่องการจัดการเลือกตั้งดีเด่น จากการลงไปเก็บข้อมูลพบว่าเกิดจากกรรมการหน่วยเลือกตั้งกาบัตรใส่หีบแทนประชาชน โดยที่ประชาชนไม่ต้องไปเลือกตั้งเอง ทำให้เขตเลือกตั้งดังกล่าวมีสถิติผู้มาใช้สิทธิมากถึง 92 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเลวสองต่อ เชื่อมั่นว่านายกฯ ยังไม่กล้ายุบสภา ท่านยังฟังฝ่ายการเมือง ไม่เช่นนั้น 4 กุมารคงไม่ลาออก และภายใต้กติกาที่สร้างขึ้นมา หากยุบสภาฯในวันนี้ พรรคพลังประชารัฐจะสามารถส่ง ส.ส.รับเลือกตั้งได้ไม่เกิน 80 เขต และจะกลายเป็นวินาศทางการเมืองจากกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งฉะเหลิงอำนาจไม่กลัวตรวจสอบนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านการเลือกตั้งมา 8 สมัย เห็นว่า กกต.ในยุคหลังคิดว่าตัวเอง มีอำนาจ มีอิสระจนปราศจากการตรวจสอบ แม้กระทั่งในสภาผู้แทนราษฎร เวลาเชิญ กกต.มาให้ความเห็น กกต.จะส่งระดับเจ้าหน้าที่มาเสมอ ทำให้เห็นชัดว่าตัว กกต.อยู่เหนือการตรวจสอบและใช้อำนาจตามอำเภอใจ นอกจากนี้ กกต.ยังขาดประสิทธิภาพในการตรวจสอบการทุจริต การจับทุจริตที่ผ่านมามักมาจากเบาะแสที่ประชาชนแจ้งเท่านั้น น้อยกว่าที่ กกต.จะไปจับด้วยตนเอง และ กกต.ยังล้มเหลวในการปราบปรามการทุจริตซื้อเสียงเลือกตั้ง แต่กลับทำหน้าที่คอยจับผิดการปราศรัยหาเสียงของนักการเมือง ทั้งที่เป็นเรื่องทางความคิดเท่านั้นตร.พรึ่บรับมือเยาวชนปลดแอกเมื่อเวลา 15.30 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ด้านหน้าร้านแมคโดนัลด์ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม รอง ผบก.น.6 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.6 สน.สำราญราษฎร์ ทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 200 นาย เข้าดูแลความเรียบร้อยหลังกลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) และเยาวชนกลุ่มปลดแอก -Free YOUTH ประกาศรวมตัวจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง มีนายทัตเทพ เรืองประไพกิจ เลขาธิการ Free YOUTH นายภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำนักเคลื่อนไหวทางสังคมเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย นายณัฐชนน ภูวนนท์ เยาวชนตะวันออกฯ และ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธาน สนท. เป็นแกนนำ โดยมีผู้ทยอยเข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็กมากั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมลงมาที่พื้นถนน ต่อมากลุ่มผู้จัดการชุมนุมได้ขับรถกระบะบรรทุกโครงเหล็ก ฝ่าเขตแนวกั้นของเจ้าหน้าที่จอดกลางถนน ก่อนขนโครงเหล็กเวทีวิ่งไปกาง จนเจ้าหน้าที่ต้องปิดช่องทางจราจรเหลือให้สัญจรเพียง 2 ช่อง การชุมนุมครั้งนี้ถือว่าเป็นการชุมนุมครั้งที่ใหญ่ที่สุดในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่ได้ห้ามแค่มาขอให้เว้นระยะกระทั่งเวลา 17.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามดันแผงกั้นมาบริเวณกลางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่คอยผลักดันจนเกิดความวุ่นวายเล็กน้อยกว่า 10 นาที กำลังเจ้าหน้าที่ทานไว้ไม่ได้ต้องยอมปล่อยให้กลุ่มผู้ชุมนุมนำเวทีมาประชิดกับฐานอนุสาวรีย์ฯ ก่อนจะเริ่มกิจกรรมปราศรัย พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม รอง ผบก.น.6 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้ามาห้าม หรือปราบปรามการชุมนุม แต่มาชี้แจงกลุ่มผู้ชุมนุมให้ปฏิบัติตามแนวทางควบคุมโรค ตามประกาศใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยให้ผู้ชุมนุมเว้นระยะห่างจากกัน ส่วนบริเวณฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้นไม่อนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ กทม.เพิ่งนำต้นไม้มาประดับตกแต่งใหม่ เกรงไปเหยียบย่ำจนเกิดความเสียหายได้“ยิ่งอยู่ยิ่งพัง ลาออกเถอะครับ”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์เริ่มวุ่นวายขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามนำรถติดเครื่องกระจายเสียงมาจอดขวางไว้อีกครั้ง พร้อมประกาศข้อห้ามตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยิ่งทำให้มวลชนเกิดความไม่พอใจ ร้องโห่ฮาไล่ รวมตัวกันผลักดันเจ้าหน้าที่ออกไปนอกบริเวณ ส่วนแกนนำก็เคลื่อนเวทีปราศรัยไปตั้งประชิดติดลานอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตยได้สำเร็จ แล้วติดตั้งเครื่องกระจายเสียงเพื่อเริ่มเปิดปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างดุเดือด โดยนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ แกนนำการชุมนุม ได้ประกาศข้อเรียกร้องของทางกลุ่ม 3 ข้อ คือ 1.ต้องประกาศยุบสภาฯ 2.หยุดคุกคามประชาชน 3.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยยืนยันจะไม่ยุติการชุมนุม และจะมีการปักหลักค้างคืนจนกว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง ท่ามกลางกลุ่มมวลชนชูป้ายขับไล่รัฐบาล อาทิ “Get Out” ที่มีภาพใบหน้าคล้ายนายกฯอยู่ด้วย อีกป้ายระบุว่า “ยิ่งอยู่ประเทศยิ่งพัง ลาออกเถอะครับ”แกนนำประกาศขอนอนค้างคืนกระทั่งเวลา 19.00 น. บรรยากาศการชุมนุม ยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก แกนนำสลับกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลที่อาศัย พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาปิดปากประชาชน ไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันเปิดแฟลชจากโทรศัพท์มือถือส่องไปยังพานรัฐธรรมนูญที่อยู่บนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ระบุว่าเป็นการส่องไฟไล่ความมืดมิด และปราศรัยเชิญชวนมวลชนให้เข้ามาสมทบ พร้อมประกาศว่าจะค้างคืนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 1 คืน โดยจะให้เวลารัฐบาล 2 สัปดาห์ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ หากไม่มีการตอบรับการชุมนุมครั้งต่อไปจะไม่ใช่แค่คืนเดียว ทั้งนี้มีรายงานว่านายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำ สนท. ได้แยกตัว ออกมาปราศรัยบริเวณแยกคอกวัวเพิ่มอีก 1 จุด โดยมีผู้ร่วมฟังอีกจำนวนหนึ่ง และยังคงมีประชาชนทยอยเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีมวลชนบางส่วนทยอยเดินทางกลับ โดยมีกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน 1 รถบัส เข้ามาตรึงกำลังดูแลความสงบ และนำรถฉีดน้ำควบคุม ฝูงชนมาจอดอยู่ภายในโรงเรียนสตรีวิทยา