ยอดสะสมรวม 908 ไทยลุ้น "รักษาไวรัส" ใช้ภูมิคุ้มกันแท็กซี่จีนลุ้นระทึกรายวัน หลังครบกำหนดหยุดยาวช่วงเทศกาลตรุษจีน 2020 ประชากรนับล้านแห่เดินทางกลับมาทำงานตามปกติ ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังหนัก พบผู้ป่วยติดเชื้อตายทุบสถิติอีก วันเดียว 97 ศพ ทำให้ยอดตายสะสม 908 ราย ป่วยกว่า 4 หมื่นคน ส่วนญี่ปุ่นพบคนบนเรือสำราญติดเชื้อเพิ่มอีก 66 คน ส่วนไทยใจชื้น แพทย์เชี่ยวชาญเผยลองใช้ภูมิคุ้มกันจากคนขับแท็กซี่ไทยที่หายป่วยไวรัสโคโรนา มารักษาผู้ป่วยอาการหนัก 2 ราย รอลุ้นผล 48 ชั่วโมง ชี้ดีกว่าให้ยาสำนักข่าวต่างประเทศเกาะติดสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรง ซึ่งมีต้นตอการแพร่ระบาดมาจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ทางภาคกลางของจีนตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา และมีผู้ติดเชื้อในหลายประเทศทั่วโลก โดยเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ทางการจีนแถลงจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสมรณะที่เสียชีวิตในประเทศ ตลอดวันที่ 9 ก.พ. สูงถึง 97 ราย ถือว่ามากที่สุดภายในวันเดียวนับตั้งแต่เชื้อไวรัสชนิดนี้เกิดการระบาด ทำให้ผู้เสียชีวิตรวมในจีนพุ่งไปอยู่ที่ 908 ราย ในจำนวนนี้ รวมชาวอเมริกัน 1 ราย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ก.พ. และชาวญี่ปุ่น 1 ราย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ขณะที่ผู้ป่วยติดเชื้อในจีน ขณะนี้เขยิบไปที่ 40,171 ราย ในจำนวนนี้ เป็นชาวต่างชาติ 27 ราย และผู้ถูกกักตัวเฝ้าดูอาการป่วยอีก 187,518 รายอย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจากไวรัสชนิดนี้ที่ได้รับการรักษาจนอาการป่วยดีขึ้นและได้รับอนุญาตจากแพทย์ออกจากโรงพยาบาลแล้วราว 3,281 ราย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เริ่มนิ่ง ไม่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศ เมื่อช่วงวันอาทิตย์ มีอยู่ที่ราว 3,062 ราย แต่ทางการจีนระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปได้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนารุนแรงถึงขีดสูงสุดแล้วอีกด้านหนึ่ง องค์การอนามัยโลก (WHO) ส่งทีมงานคณะผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เดินทางเข้ากรุงปักกิ่ง ร่วมงานกับรัฐบาลจีนประเมินสถานการณ์และเร่งคลี่คลายวิกฤติระบาดของไวรัสชนิดนี้ ท่ามกลางชาวจีนทั่วประเทศหลายล้านคนเดินทางกลับจากท่องเที่ยวเทศกาลวันหยุดตรุษจีน เพื่อเริ่มต้นการทำงานตามปกติ นับจากรัฐบาลจีนประกาศเลื่อนวันหยุดในเทศกาลตรุษจีน จากเดิมวันที่ 31 ม.ค.มาเปิดทำการวันที่ 10 ก.พ. อย่างไรก็ตาม ร้านค้าและสำนักงานบางส่วนในจีนยังปิดตัวต่อเนื่อง พนักงานออฟฟิศบางส่วนได้รับอนุญาตให้ทำงานที่บ้านได้เพื่อความปลอดภัยขณะเดียวกัน ธนาคารกลางของจีนประกาศทุ่มงบประมาณ 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.3 ล้านบาท ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่บริษัทผู้ผลิตยาและเวชภัณฑ์ในประเทศเพื่อใช้แก้วิกฤตการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ส่วนมหาเศรษฐีลี กาชิง แห่งเขตปกครองพิเศษฮ่องกง บริจาคเงิน 100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือเกือบ 400 ล้านบาท แก่เมืองอู่ฮั่น ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ส่วนสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ นอกประเทศจีน พบผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ใน 27 ประเทศหรือเขตเศรษฐกิจ ราว 360 ราย มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นอกประเทศจีน 2 ราย คือฟิลิปปินส์ 1 ราย และฮ่องกง 1 ราย ขณะเดียวกันทางการญี่ปุ่นอยู่ระหว่างกักตัวผู้โดยสารเรือสำราญ “ไดมอนด์ ปริ๊นเซส” จำนวนราว 3,600 คน ไม่ให้ขึ้นฝั่งท่าเรือเมืองโยโกฮามา ใกล้กรุงโตเกียว ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เพื่อความปลอดภัย โดยผู้โดยสารทั้งหมดอยู่ระหว่างการเฝ้าดูอาการเป็นเวลา 14 วัน หรือจนถึงวันที่ 19 ก.พ.ซึ่งทางการญี่ปุ่นตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสรายใหม่อีก 66 ราย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อซึ่งโดยสารมากับเรือสำราญลำดังกล่าวอยู่ที่ราว 130 ราย ขณะที่ผู้โดยสารบนเรือราว 600 คน อยู่ระหว่างต้องการความช่วยเหลือด้านการแพทย์จากอาการป่วยอื่นๆ รวมถึงโรคภัยไข้เจ็บเรื้อรังสำหรับสถานการณ์ในไทย วันเดียวกัน นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ ร่วมกันแถลงความคืบหน้าโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่กระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.ยงยศกล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสมในประเทศไทยรวม 32 ราย รักษาในโรงพยาบาล 22 ราย กลับบ้านแล้ว 10 ราย ส่วนคนไทยที่เดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่น จำนวน 138 ราย ไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม ส่วนผู้ป่วยที่อาการหนัก 2 ราย คือรายที่ป่วยติดเชื้อโคโรนาฯ ร่วมกับวัณโรค และผู้ป่วยอายุ 30 กว่าปี ที่รักษาที่สถาบันบำราศนราดูรนั้น อาการยังคงทรงตัว ขณะที่ผู้ป่วยชาวจีนที่ใช้ยาสูตรผสมจาก รพ.ราชวิถี ขณะนี้ตรวจไม่พบเชื้อโคโรนาแล้วนพ.ยงยศกล่าวอีกว่า ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.-9 ก.พ. มีทั้งหมด 689 ราย คัดกรองจากสนามบิน 51 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 638 ราย ซึ่งเดินเข้ามาที่ รพ.เอกชนมากกว่ารัฐบาล อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 334 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 355 ราย ทั้งนี้ สถานการณ์ทั่วโลกและไทยมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง สำหรับผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง พบทั้งในส่วนภูมิภาคแต่มากสุดคือที่ กรุงเทพฯ รองลงมาเป็นภาคเหนือ ปริมณฑล ภาค ตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมเดินทางไปเที่ยว ซึ่งก็เป็นไปตามคาด ส่วน นพ.ณรงค์กล่าวว่า จากการที่กรมการแพทย์จะจัดตั้งคลินิกไข้หวัดในวันที่ 11 ก.พ.นี้ จะมีการหารือกับโรงพยาบาลทุกสังกัด รวมถึงโรงพยาบาลเอกชน เพื่อให้จัดตั้งคลินิกไข้หวัดเพิ่ม เพื่อแยกผู้ป่วย ออกจากคลินิกทั่วไป โดยจะมีคำนิยามว่าผู้ป่วยที่มีไข้มากกว่า 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดหรือเป็นผู้ป่วยปอดอักเสบที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ ให้ไปคัดกรองที่คลินิกไข้หวัด เบื้องต้นจะไปจัดตั้งในพื้นที่ที่มีโอกาสเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมมาเที่ยว เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ ชลบุรี เป็นต้นขณะที่ รศ.(พิเศษ) นพ.ทวีกล่าวว่า การตั้งคลินิกไข้หวัดจะเป็นตัวช่วยในการคัดกรองผู้ป่วยได้ดี เพราะการพบผู้ป่วยจากคนจีนมาเป็นคนไทย จะเห็นว่าผู้ที่ป่วยมักจะเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวกับทัวร์จีน จึงต้องแยกระหว่างคนป่วยไข้หวัดทุกคน กับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา เพราะจากการศึกษาพบว่าทุกวันนี้คนไทยป่วยไข้หวัดวันละ 200,000 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ต้องหาทางแยกออกมาเพื่อตรวจหาคนที่เข้าหลักเกณฑ์ คือต้องเป็นคนไทยที่ทำงานเกี่ยวข้องกับทัวร์ ยังไม่แน่ใจว่าเป็นปอดบวมจากอะไร เพื่อเป็นช่องทางเดียวเพื่อหาผู้ติดเชื้อให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้รศ.(พิเศษ) นพ.ทวีกล่าวถึงกรณีคนขับแท็กซี่ที่หายป่วยจากเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วเกิดภูมิคุ้มกัน และมาบริจาคเลือดเพื่อนำภูมิคุ้มกันไปใช้ประโยชน์ในการรักษาว่า คนที่หายจากโรคที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จะมีภูมิคุ้มกันขึ้นชัดเจน ประมาณ 1 เดือน หลังจากนี้ภูมิคุ้มกันจะค่อยๆลดลง การจะดึงภูมิคุ้มกันจากเลือดผู้ป่วยนั้น ทำได้โดยการนำเลือดของผู้ป่วยมา สกัดเอาน้ำเหลืองที่มีภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดี ซึ่งคิดว่าดีกว่ายา เพราะภูมิคุ้มกันจะเข้าไปจับเชื้อโรคเลย หลักเกณฑ์นี้เอามาจากสมัยโรคซาร์สระบาด ที่ใครป่วยแล้วรอดตายจะขอเลือดมาใช้รักษา รวมถึงโรคอีโบลาที่มีแพทย์ชาวอเมริกันคนหนึ่งติดเชื้อ และได้รับเลือดจากเด็กชายชาวแอฟริกันรายหนึ่งที่หายจากโรคอีโบลาแล้ว และเชื่อว่าขณะนี้จีนกำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ซึ่งจีนมีผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วจำนวนมาก สามารถเลือกได้ว่าจะเอาเลือดของคนไหนมาใช้ สำหรับไทยตอนนี้มีแค่คนขับแท็กซี่คนเดียว ส่วนรายที่ จ.นครปฐม เป็นหญิงสูงอายุ ไม่เข้าหลักเกณฑ์การบริจาคเลือด โดยเลือดที่จะใช้ ปริมาณเหมือนกับการบริจาคเลือดทั่วไป และต้องพิจารณาว่ามีเชื้อพาหะอื่นอีกหรือไม่ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ตับอักเสบซี หากมีก็ไม่สามารถใช้ได้รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้นำแอนติบอดีมาให้คนไข้หนัก 2 คน คือผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาร่วมกับวัณโรค และผู้ป่วยอายุ 30 กว่าปี ซึ่งต้องรอผลใน 48 ชั่วโมงว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนการให้คงเลือกให้ในคนไข้ที่มีอาการปานกลางถึงหนัก มากกว่าที่ให้คนไข้ธรรมดา เหมือนกรณีการให้ยาต้านไวรัสที่ให้ในรายที่อาการหนักส่วนอาการ 138 คนไทยที่กลับจากเมืองอู่ฮั่น และพักฟื้นเฝ้าระวังโรคอยู่ที่อาคารรับรอง อ่าวดงตาล จ.ชลบุรี มาตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การนำคนไทยกลับบ้าน กรณีไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อาคารสโมสรสัญญาบัตร โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ แถลงข่าวว่า ขณะนี้ทหารเรือเตรียมความพร้อมแล้วในการส่งคนไทยกลุ่มนี้กลับภูมิลำเนา หากไม่พบติดเชื้อไวรัสในวันที่ 19 ก.พ.นี้