ภาพ : MAP, photo: Stefanie Holzemเมืองโบราณมีนิงส์ (Meninx) บนเกาะเจรบาของตูนิเซีย เป็นหนึ่งในพื้นที่น่าสนใจของนักโบราณคดี โดยเฉพาะการศึกษาเส้นทางการค้าในสมัยจักรวรรดิโรมัน ที่มีการเชื่อมโยงทางการค้ากับภูมิภาคอื่นๆ ทั่วแถบเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อเร็วๆ นี้ สเตฟาน ริตเตอร์ นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยลุดวิกแมกซิมิเลียนแห่งมิวนิก ที่ทำโครงการสำรวจเมืองมีนิงส์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่ได้รับทุนจากองค์กร The Deutsche Fors chungsgemeinschaft (DFG) ในเยอรมนี ร่วมกับสถาบัน Institut National du Patri-moine ในตูนิเซีย เผยงานวิจัยที่แกะรอยเส้นทางการค้ายุคโบราณผ่านสีย้อมม่วงของชาวมีนิงส์การสำรวจได้ใช้เครื่องวัดหาค่าของแม่เหล็ก ทำให้สามารถสร้างแผนที่รูปแบบที่ผิดปกติอย่างมากของเมือง ซึ่งถนนสายหลักวิ่งขนานไปกับแนวชายฝั่ง ทีมอธิบายว่าท่าเรือของมีนิงส์ตั้งอยู่อย่างผิดปกติและได้รับการป้องกันอย่างดี เรือที่เข้ามาจะต้องฝ่าน้ำลึกและกว้าง ก่อนที่จะเข้าใกล้ตัวเมืองผ่านช่องทางที่ขนานไปกับชายฝั่งโดยใช้เวลานาน จากนั้นพวกเขาจะต้องเดินข้ามน้ำตื้นเพื่อไปยังท่าเรือไม้และหินของเมือง โดยจะขนถ่ายสินค้าส่งไปยังโกดังใกล้เคียงได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ข้อมูลการทำแผนที่ยังช่วยให้ค้นพบโรงอาบน้ำส่วนตัวที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี สร้างในสมัยจักรวรรดิโรมัน รวมถึงพื้นกระเบื้องโมเสก ภาพวาดฝาผนังที่สวยงาม และรูปปั้นมากมาย ภาพ : MAP / Graphic : Max Fiederling, Tobias Bittererทีมวิจัยเชื่อว่าความเจริญรุ่งเรืองของเมืองส่วนใหญ่มาจากสินค้าที่สีย้อมสีม่วงซึ่งได้มาจากเปลือกหอยทากทะเล Murex trunculus โดยสีย้อมม่วงจากมีนิงส์ไม่ได้ถูกส่งออก แต่ใช้ในท้องถิ่นเพื่อย้อมสิ่งทอและขายออกไป ส่วนวัตถุมีค่าสูงก็ส่งออกไปยังดินแดนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและอื่นๆ ในส่วนของการแลกเปลี่ยนสินค้านั้น ชาวมีนิงส์ได้นำเข้า อาหาร, ไวน์, เครื่องปั้นดินเผาชั้นดีและหินอ่อนจากอิตาลี, สเปน, กรีซ, เอเชียไมเนอร์และอียิปต์.