ทำมาหากินปลูกผักขายในพื้นที่แค่ 100 ตารางวา หรือ 1 งาน...พูดไปแทบไม่มีใครเชื่อว่าจะอยู่รอดได้ยิ่งพื้นที่ปลูกผักเล็กๆแปลงนั้นตั้งอยู่ในเมืองหลวง มีราคาสูงถึงตารางวาละ 50,000 บาท ตกงานละ 5 ล้านบาท ต้องปลูกผักขายไปอีกกี่ชาติถึงจะคุ้มทุนยิ่งเจ้าของสวนไม่มีความรู้เรื่องเกษตรมาก่อนแม้แต่น้อย...ยิ่งเป็นไปไม่ได้ไปกันใหญ่ที่จะปลูกผักขายแล้วมีกำไรเลี้ยงตัวเองได้แต่สิ่งเป็นไปไม่ได้ กลับเป็นไปแล้ว...ณ แปลงผักไฮโดรโปนิกส์ ในซอยรามอินทรา 19 แยก 14 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้ชื่อว่า...@19 Food & Farm “หลังเกษียณไปทำงานนั่งเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทเอกชนได้ไม่กี่เดือน ต้องลาออก เพราะไม่ชอบที่ต้องนั่งทำงานแบบอยู่ในกรอบ แต่มาอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ทำอะไรมันก็เบื่ออีก รู้สึกชีวิตเราไม่มีคุณค่า เลยคิดที่จะปลูกผักขาย แต่จะปลูกผักอะไรที่มันได้ราคาดีกว่าผักทั่วไป จึงตัดสินใจลองที่จะปลูกผักสลัด แบบไฮโดรโปนิกส์”พล.ต.กฤษกมล มะลิทอง อดีตนายทหารประจำกระทรวงกลาโหม ผู้เบนเข็มชีวิตมายึดอาชีพเกษตรหลังเกษียณราชการ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีความรู้เรื่องเหล่านี้เลย แต่เมื่อตั้งเป้าและมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ จะปลูกผักขายเป็นอาชีพได้ ทำแบบงูๆปลาๆไม่ได้ จึงไปสมัครเข้าคอร์สเรียนรู้การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์เข้าอบรมเรียนรู้อยู่ 2 วันความรู้และประสบการณ์มีไม่มากพอจะยึดเป็นอาชีพจริงได้ มันต้องลงมือปฏิบัติหาประสบการณ์ด้วยตัวเองเสียก่อน...ซื้อชุดปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ขนาด 1.8×6 ม. มาทดลองปลูกก่อนที่บ้าน เพื่อศึกษาหาความรู้ว่าปลูกไปแล้วจะเจอปัญหาอะไรบ้าง แดด ความร้อน แมลง ลม นก โรค “เราทดลองปลูกเพื่อศึกษาเรียนรู้หาประสบการณ์มา 1 ปีเต็มๆ จนรู้ว่าต้องทำยังไง แก้ปัญหาด้วยวิธีไหน เพราะผักสลัดเป็นพืชเมืองหนาว ผักจะโตได้อากาศจะต้องเย็นพอสมควร แต่บ้านเราอากาศร้อน แถมในกรุงเทพฯ ด้วยแล้ว ใครๆก็รู้อากาศเป็นอย่างไร เมื่อทดลองปลูกจนมั่นใจว่าเราสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้แล้ว ปี 2560 ถึงได้ลงมือปลูกผักบนที่ดินเปล่า 100 ตารางวา ในซอยรามอินทรา 19 แยก 14 ตรงนี้นี่แหละ”ลงมือทำจริงหนนี้สร้างโรงเรือนหลังคาโปร่งแสงคลุมเต็มพื้นที่ 1 งาน ลงชุดปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ 15 ชุด ปลูกผักสลัด 5 ชนิด กรีนโอ๊ก เรดโอ๊ก บัตเตอร์เฮด กรีนคอส และฟิลเล่ย์ไอซ์เบิร์กด้วยความฝันว่า ปลูกผักขายป้อนตลาดสด ร้านอาหารรวมทั้งจัดผักลงกระเช้าขายในช่วงเทศกาลต่างๆน่าจะทำเงินได้ไม่น้อย เหมือนคนอื่นๆ...แต่หลังจากทำมา 5 เดือน ถึงจะได้กำไรอยู่บ้าง แต่เมื่อคำนวณต้นทุนทุกอย่างแล้ว ไม่คุ้มค่าเหนื่อยเอาซะเลย“เพราะพื้นที่เราปลูกน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับเจ้าอื่นที่เขาปลูกในปริมาณมาก ต้นทุนเราแพงกว่าเขา เอาไปขายสู้กับเจ้าใหญ่ ผักเราจะขายได้ต้องลดราคาไปแข่งกับเขา กำไรที่ได้จึงน้อยไม่คุ้มค่าที่จะทำ” เมื่อเจออุปสรรคนี้เข้า พล.ต.กฤษกมล เลยต้องปรับแผนใหม่ ทำยังไงให้ผักขายได้ราคาคุ้มค่าเหนื่อย ได้มูลค่ามากกว่าขายตามตลาดสด...แผนใหม่ที่ว่า ปลูกเอง ขายเองในแบบมีจุดขาย นำผักสดๆ หวานกรอบ น่ารับประทาน มาวางบนจานอาหาร ในร้านอาหารของตัวเองในที่สุดตัดสินใจทำร้านอาหาร @19 Food & Farm ขึ้นมาบนพื้นที่เปล่า หน้าแปลงผักไฮโดรโปนิกส์...ได้ผลลัพธ์เป็นไปตามเป้า จากผักสลัดที่มีราคาไม่เกิน กก.ละ 90-100 บาท ได้เพิ่มมูลค่าขึ้นไปถึง 2 เท่าตัวถึงที่นี่จะมีผักสลัดให้ชมและกินกัน แต่เขาไม่อนุญาตให้เก็บผักมาวางบนจานให้กินแบบสดๆใหม่ๆ เพราะผักสลัดเป็นผักเมืองหนาว ปลูกในบ้านเราอากาศร้อน ผักจะไม่หวานกรอบเหมือนปลูกในต่างประเทศเนื่องจากอากาศร้อน ธรรมชาติของผักเหล่านี้จะขับยางที่มีรสขมออกมา...ถ้าจะให้ผักหวานกรอบ นอกจากจะต้องเก็บผักในช่วงที่อากาศ ไม่ร้อนแล้ว ต้องนำมาล้างทำความสะอาด และทิ้งพักในตู้เย็นสัก 1 คืน ถึงจะลดความขมจากธรรมชาติออกไปได้.ชาติชาย ศิริพัฒน์