ภาพ : Petr Kratochvil (CC0)นักบรรพชีวินวิทยายอมรับว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ธัลตายไปเมื่อ 40,000 ปีที่แล้ว และสูญหายจากโลกไปหลังจาก 350,000 ปี ในเวลาเดียวกันกับที่มนุษย์ยุคใหม่เริ่มอพยพออกจากแอฟริกาเข้ามาสู่ยุโรปและเอเชียตะวันตก เมื่อเร็วๆนี้มีการศึกษาใหม่ที่ชี้ว่าการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล (Neanderthal) เกิดจากการสืบพันธุ์กันในกลุ่มที่เล็กมาก โดยไม่ข้องเกี่ยวผสมพันธุ์กับมนุษย์โฮโมเซเปียนส์ (Homo sapiens)ส่วนมนุษย์โฮโมเซเปียนส์จะเกี่ยวข้องกับการลดลงของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลหรือไม่ มีทฤษฎีหนึ่งบอกว่ามนุษย์ยุคใหม่อาจจะดีกว่าในการสะสมทรัพยากร มากกว่าที่จะสัมพันธ์กับกลุ่มมนุษย์ด้วยกัน เพราะมีการคิดที่ก้าวหน้าและการประมวลผลทางสังคมที่มากกว่า ซึ่งการศึกษาของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไอน์โฮเวนในเนเธอร์แลนด์ นำเสนอว่าแม้จะไม่มีการแข่งขันจากมนุษย์กลุ่มอื่น แต่มนุษย์นีแอนเดอร์ธัลอาจสูญพันธุ์ไปเพราะขนาดประชากรมีกลุ่มเล็ก สืบพันธุ์กันในกลุ่มเล็กๆ และเกิดความผันผวนประชากรในกลุ่มการศึกษานี้ใช้ข้อมูลจากกลุ่มชนเร่ร่อนเก็บของป่าล่าสัตว์ที่ยังคงมีอยู่ และสร้างแบบจำลองเพื่อเป็นตัวแทนกลุ่มมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลที่มีขนาดแตกต่างกัน โดยจำลองผลกระทบอัลลี (Allee effect) คือผลกระทบด้านลบต่อสมรรถภาพการสืบพันธุ์ในประชากรกลุ่มเล็กที่อยู่กันกระจัดกระจาย ซึ่งส่งผลให้จำนวนประชากรลดลงจนนำไปสู่การสูญพันธุ์ รวมถึงสุ่มการเปลี่ยน แปลงรายปีเกี่ยวกับจำนวนการเกิด การตาย และอัตราส่วนของเพศ ทั้งนี้ การศึกษาสรุปว่าไม่ว่าปัจจัยภายนอกอย่างสภาพภูมิอากาศ, โรคระบาด และการแข่งขันด้านทรัพยากร จะมีบทบาทในการหายไปของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล ยังจำเป็นต้องรวมปัจจัยทางประชากรเข้าไปด้วย.