ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. เผยว่า การลดปัญหาขยะพลาสติกในต่างประเทศมีการนำแป้งข้าวโพดและมันฝรั่งมาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตถุงพลาสติกเพื่อให้ย่อยสลายง่าย ส่วนบ้านเรา เอ็มเทค สวทช. ได้ร่วมกับบริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด และสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย (TBiA) ได้ศึกษาวิจัยการผลิต นำแป้งมันสำปะหลังมาทำเป็นถุงพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ด้วยจุลินทรีย์ในดิน“เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทเอสเอ็มเอสฯ ได้หาวิธีการใช้แป้งมันสำปะหลังเป็นส่วนผสมในการทำถุงพลาสติกมานาน 10 ปี แต่ไม่สำเร็จ กระทั่งปี 2561 จึงร่วมกับเอ็มเทค สวทช. หาวิธีทำถุงพลาสติกโดยใช้มันสำปะหลังเป็นส่วนผสมได้เป็นผลสำเร็จ หากทิ้งไว้ในสภาพอากาศทั่วไป ตามโคนไม้จะย่อยสลายได้ภายใน 4 เดือน แต่หากอยู่ในพื้นที่อุณหภูมิสูงอย่างบ่อกักเก็บขยะที่มีขยะหนาแน่น ถุงดังกล่าวจะกลายเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ การย่อยสลายจะเร็วขึ้นเหลือเวลาแค่ 2 เดือน แตกต่างจากถุงพลาสติกย่อยสลายได้ทั่วไป ที่มักพบว่า ป่น กรอบ กลายเป็นพลาสติกชิ้นเล็กๆ” ดร.นพดล เกิดดอนแฝก ทีมวิจัยเทคโนโลยีพลาสติก กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง เอ็มเทค สวทช. บอกถึงขั้นตอนการผลิตถุงพลาสติกชีวภาพย่อยสลายเร็วชนิดนี้ว่า จะใช้แป้งมันสำปะหลังนำมาทำถุงพลาสติก 100% ไม่ได้ เพราะไม่มีความยืดหยุ่นรับน้ำหนักไม่ได้หากถูกน้ำจะละลาย ดังนั้น ต้องใช้แป้งมันสำปะหลังในสภาพที่เป็นผลึก นำมาทำให้สุกด้วยน้ำและความร้อน (Thermoplastic starch) แล้วนำมาผสมกับพลาสติกชีวภาพชนิด PBAT และ PLA ปริมาณ 50% เพราะพลาสติกกลุ่มนี้มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความเหนียว และยังสามารถย่อยสลายด้วยอินทรียวัตถุ เมื่อนำส่วนผสมทั้งหมดมาหลอมให้เข้ากันด้วยความร้อนนวดให้เข้ากันนำมาเข้ากระบวนการดึงฟิล์มขึ้นรูปทำถุงพลาสติก ขณะนี้มีการผลิตออกมา 2 ขนาด เป็นถุงหน้ากว้าง 18 นิ้ว หนา 35 ไมครอน ทดสอบรับน้ำหนักทรายได้ 10 กก. และขนาด 30 นิ้ว หนา 60 ไมครอน สำหรับสวมถังขนาดใหญ่ รับน้ำหนักได้ 15-20 กก. ผู้ประกอบการสนใจติดต่อได้ที่ 0-2564-6500.