เตรียมรับมือม็อบ! ไม่สน-เคยโดนคดี ‘เต่า’ ได้นั่งแรงงาน อนค.ล้างคำสั่ง คสช.โปรดเกล้าฯ ครม. “ประยุทธ์ 2” โผพลิก 2 เก้าอี้ แกนนำรัฐบาลผวาม็อบ ส่ง “ธรรมนัส” ไป รมช.เกษตรฯไว้กล่อมกลุ่มเกษตรกร “เทือก” เอาจน ได้ตื๊อขอ “หม่อมเต่า” นั่ง รมว.แรงงาน “นายกฯตู่” อ้อนขอโอกาส ครม. ใหม่ทำงาน กำชับ รมต.ร่วมใจทำงานเพื่อชาติ รัฐบาลทำหนังสือขอพระราชทานวันเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ฯ “วิษณุ” ชี้ “ผู้กองธรรมนัส” ถูกศาลออสซี่สั่งจำคุก-ถูกไล่ออกจากราชการไม่กระทบ แต่ถ้ายังถือโควตาหวยมีปัญหา “อนุทิน” เสียงสั่นปีตินั่งรองนายกฯควบ สธ. ทีดีอาร์ไอติงรัฐบาลใหม่ฟังรอบด้าน ตีแผ่ 5 ปีรัฐบาล คสช.ล้มเหลวคอร์รัปชันอื้อฉาว-เอื้อกลุ่มทุน พท.ขู่ตีขนดหาง ครม.งูฉ้อฉล “เจ๊หน่อย” โต้นายกฯใช้รถถังล้มรัฐบาลไม่ควรทำ “ปิยบุตร” เย้ยถอดชุดทหารมาใส่สูท เล็งสังคายนาล้างคำสั่ง คสช. “ศุภชัย” เห็นชอบญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาสรรหา ส.ว.โยนต่อคิวเรื่องอื่นไม่รู้บรรจุเมื่อไหร่เริ่มต้นนับหนึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 อย่างเป็นทางการ หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.ใหม่เรียบร้อย โดยโผพลิกเล็กน้อยเมื่อร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่มีกระแสข่าวมาตลอดว่าจะได้เป็น รมว.แรงงาน ได้ไปดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ขณะที่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ได้ไปนั่ง รมว.แรงงาน โปรดเกล้าฯ ครม.ประยุทธ์ 2เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 10 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี พระบาท สมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2562 แล้วนั้นบัดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบไปแล้วอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีนายวิษณุ เครืองาม เป็นรองนายกรัฐมนตรีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อีกตำแหน่งหนึ่งพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนายอุตตม สาวนายน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังนายดอน ปรมัตถ์วินัย เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายประภัตร โพธสุธน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนายถาวร เสนเนียม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนายนิพนธ์ บุญญามณี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการนายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีโยก “ธรรมนัส” ไป กษ.ไว้กล่อมม็อบผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อ ครม.ประยุทธ์ 2 ส่วนใหญ่เป็นไปตามโผที่ออกมาก่อนหน้านี้ มีเพียง 2 ตำแหน่งเท่านั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงจนช่วงสุดท้ายคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ จากที่ก่อนหน้านี้มีชื่อจะไปนั่ง รมว.แรงงาน หลังจากแกนนำรัฐบาลมีความเห็นว่า ร.อ.ธรรมนัส สามารถพูดคุยประสานทำความเข้าใจกับแกนนำกลุ่มเกษตรกรต่างๆ หากมีการชุมนุมเรียกร้อง จะช่วยแก้ปัญหาให้ได้มากกว่า “เทือก” ตื๊อจนได้ “เต่า” นั่ง รมว.แรงงานผู้สื่อข่าวนายงานว่า ส่วนอีกรายที่มีการขยับเปลี่ยนตำแหน่งคือ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ที่ก่อนหน้านี้ตามโผ จะได้ไปนั่งเป็น รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ในช่วงสุดท้ายของการจัดทำโผ ครม. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้พยายามต่อรองแกนนำรัฐบาล ขอให้คนของพรรคไปนั่งเก้าอี้รมว.แรงงาน ตามที่ต้องการมาตั้งแต่แรก โดยให้เหตุผลงานตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯไม่ค่อยมีงานสำคัญ ที่จะไปสร้างคะแนนนิยมให้พรรคได้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่จะมีรัฐมนตรีใหม่เข้ามาทำงาน ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารสถานที่ได้เริ่มจัดเตรียมห้องในตึกภักดีบดินทร์ไว้ให้ ครม.ชุดใหม่ได้ถ่ายภาพ เพื่อจัดทำบัตรประจำตัวรัฐมนตรีแล้ว รบ.ทำหนังสือขอเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์เมื่อเวลา 17.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 11 ก.ค. รัฐบาลต้องทำหนังสือขึ้นไปขอพระราชทานวันเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณระหว่างนี้ ครม.ชุดเก่า จะยังอยู่จนถึงวัน ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เพราะประเทศจะว่างเว้นไม่มีรัฐบาลไม่ได้ ครม.ชุดใหม่ยังไม่สามารถทำงานได้จนกว่าจะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ดังนั้น ครม.ชุดเก่าจึงต้องทำหน้าที่ให้การทำหน้าที่ต่อเนื่องนาทีต่อนาที แต่การประชุม ครม.ของชุดเก่าจะไม่มีแล้ว และการสั่งนโยบายอะไรก็ไม่สมควร ทำได้เพียงการบริหารปกติ ผู้ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นรัฐมนตรี ไม่ควรไปต่างประเทศช่วงนี้ เพื่อให้พร้อมสำหรับเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ส่วนที่มี รมช.เกษตรและสหกรณ์ มากถึง 3 คนนั้นไม่เป็นไร เพราะจำนวนขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของภาระงานชี้ศาลออสซี่สั่งจำคุก “ธรรมนัส” ไร้ผลเมื่อถามว่ากรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ที่มีชื่อเป็นรัฐมนตรีเคยถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาให้จำคุกและรัฐบาลไทยขอโอนตัวในสถานะนักโทษยาเสพติด จะมีผลกระทบเรื่องคุณสมบัติหรือไม่ว่า ไม่มีผลในส่วนคุณสมบัติว่าเคยต้องคดี แต่เรื่องความประพฤติ มาตรฐานทางจริยธรรมถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งไม่มีเกณฑ์ชี้วัด อดีตเคยมี ส.ส.ต้องคำพิพากษาในต่างประเทศกรณีขนยาเสพติดเข้าฮ่องกง ไม่มีผลกระทบอะไรในส่วนของไทย ศาลไทยไม่ได้ตัดสิน แต่จะกระทบชื่อเสียง กรณีเคยถูกไล่ออกจากราชการแล้วได้กลับคืนในเวลาต่อมานั้น แล้วแต่ว่าถูกไล่ออกเพราะอะไร ถ้าถูกไล่ออกเพราะทุจริตไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช่ทุจริตไม่เป็นไรเตือนยังถือโควตาหวยอยู่จะมีปัญหาเมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัสมีมาปรึกษาอะไรหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีใครมาปรึกษา ยังไม่รู้เลยคนไหนหน้าตาเป็นอย่างไร หากแต่งตั้งไปแล้วเกิดปัญหาภายหลัง หากพบว่ามีปัญหาต้องทำให้ถูกหรือมิฉะนั้นก็ต้องพ้นไป ต้องแยกให้ออกระหว่างการตรวจสอบไม่ดี กับเป็นกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้น ถ้าตรวจสอบไม่ดีผู้มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าตรวจสอบดีแล้วแต่เป็นกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือเพิ่งถูกตีความก็ว่ากัน ส่วนกรณีที่นายธรรมนัส มีชื่อเป็นเจ้าของบริษัท ได้รับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล เข้าข่ายได้ประโยชน์จากกิจการหรือสัมปทานของรัฐหรือไม่ ต้องดูว่าปัจจุบันยังทำอยู่หรือไม่ ถ้าทำมาตั้งแต่ในอดีตไม่เป็นไร แต่ถ้ายังทำอยู่จะมีปัญหาเหลือคำสั่ง คสช.เข้าสภาฯกว่า 10 ฉบับนายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องคุณสมบัตินายกฯ ไม่ขอออกความเห็น เรื่องอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญแล้วถือเป็นการดี พรรคฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ว่าอะไร รอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด และรัฐบาลไม่มีอำนาจทางนิติบัญญัติและตุลาการ พูดไปไม่มีประโยชน์ ส่วนการยกเลิกประกาศ คำสั่ง คสช.และคำสั่งหัวหน้าคสช. เมื่อวันที่ 9 ก.ค.มี 67 ฉบับ เหลือต้องดำเนินการในสภาฯอีกกว่า 10 ฉบับ คือคำสั่งทางบริหารและที่ยังเหลืออยู่ มาตรา 279 ในรัฐธรรมนูญกำหนดถ้าเป็นคำสั่งทางบริหารให้ยกเลิกอีกครั้งโดยนายกฯหรือ ครม.ไม่ต้องออกกฎหมาย และคำสั่งไหนมีสถานะเป็นกฎหมาย การยกเลิกต้องออกเป็น พ.ร.บ. แต่ส่วนราชการให้ความเห็นมาแล้วว่ายังจำเป็นต้องคงอยู่ เมื่อกฎหมายเก่าหมดไปต้องมีกฎหมายนี้มาแทน จึงจำเป็นต้องคงไว้จนกว่าจะยกเลิกหรือแก้ไขหรือออก พ.ร.บ.มารองรับ แต่ คสช.มีมติแล้วว่าคำสั่งใดที่ยังมีผลเป็นกฎหมายและยังคงเหลืออยู่ให้กระทรวงปรับเข้าสู่ระบบกฎหมายปกติโดยเร็ว “ประยุทธ์” ยิ้มสื่อแล้วกลับบ้านส่วนความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยไม่มีวาระงานใดๆ กระทั่งเวลา 16.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินยิ้มลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ก่อนเดินทางกลับถึงรายชื่อ ครม.จะประกาศลงวันนี้เลยหรือไม่ว่า “เดี๋ยวก็ประกาศแล้ว”ยินดี ครม.ย้ำต้องทำงานเพื่อชาติเมื่อเวลา 18.40 น. พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า นายกฯแสดงความยินดี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรองนายกฯและรัฐมนตรี โดยนายกฯเน้นย้ำจากนี้ไปขอให้ทุกคนร่วมมือ ร่วมแรงและร่วมใจกันทำงานเพื่อความผาสุกของประชาชนและประโยชน์ของประเทศชาติอย่างสุดความสามารถ เร่งเดินหน้าประเทศแม้ว่าจะมีอุปสรรคอยู่มากก็ตาม และขอประชาชนมั่นใจและให้โอกาสรัฐบาลใหม่ทำงานที่เป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคน “อนุทิน” เสียงสั่นเครือปีติเป็นล้นพ้นเมื่อเวลา 18.10 น. ที่หอประชุมบริษัท ทีโอทีฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุดที่เคยได้รับมา และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จะทำทุกอย่างให้เกิดสิ่งที่ดี นำความสงบสุขและความสามัคคีกลับสู่บ้านเมือง ส่วนรัฐมนตรีต้องลาออกจาก ส.ส. จบข่าว ไม่ต้องต่อรองใดๆทั้งสิ้น ยกเว้นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ที่ต้องคุมการทำงานในสภาฯ ส่วนการจัดทำนโยบายรัฐบาลเรียบร้อยราบรื่น นายกฯพูดถึงเรื่องกัญชาในเชิงสนับสนุน ฟังแล้วดีใจว่าผู้นำรัฐบาลได้แสดงวุฒิภาวะและให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล แบบนี้คนทำงานก็มีกำลังใจ ถือว่าพอแล้วในการเริ่มต้น พรรคพร้อมขับเคลื่อนทันทีวันที่ 12 ก.ค. จะสัมมนาเรื่องกัญชา อยากเชิญชวนให้ไปรับฟังกันมากๆ ที่มีคนบอกว่าพรรคผิดคำพูดเรื่องกัญชายืนยันว่าไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้ ไม่มีพรรคไหนบ้าจี้ว่าจะทำเพื่อสนับสนุนสันทนาการแล้วไม่มีเรื่องการแพทย์ปชป.จับเข่าคุยสันนิบาตสหกรณ์ฯที่พรรคประชาธิปัตย์ ตัวแทนจากสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย นำโดยนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานกรรมการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เข้าพบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค โดยเห็นพ้องกันว่าการใช้กลไกเกษตรพันธสัญญา (Contract Farmin) ระหว่างผู้ซื้อและสหกรณ์ ให้สหกรณ์ประกันคุณภาพผลผลิตและผู้ซื้อประกันราคาผลผลิตที่ทำสัญญาตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา เพื่อประกันรายได้เกษตรกรอีกรูปแบบ ตรงตามนโยบายพรรค ประเทศไทยมีสหกรณ์ มากกว่า 8,000 แห่ง มีสมาชิกทั้งสิ้น 12 ล้านครัวเรือน มีสินทรัพย์รวมกัน 3.3 ล้านล้านบาท“กอร์ปศักดิ์” แฉรบ.คสช.ก่อหนี้ 2 ลล.นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ทวีตข้อความลงบนทวิตเตอร์ ระบุถึงการใช้งบประมาณของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า “ชวนดูตัวเลขการใช้เงินภาษีของรัฐบาล คสช.ช่วงปีงบฯ 2561 (ตุลา 60-กันยา 61) รัฐขอกู้เงิน 450,000 ล้านบาท รายได้ไม่พอรายจ่าย สุดท้ายรัฐปิดหีบไม่ลง ต้องกู้อีก 100,358.10 ล้านบาท ส่วนปีนี้ขอกู้ไว้ 450,000 ล้านบาท อีก 2 เดือนจะปิดหีบงบฯแล้ว ทายซิว่าจะขอกู้เพิ่มอีกไหม สถิติการสร้างหนี้ของรัฐบาล คสช.ปี 58-250,000 59-390,000 60-450,000 61-450,000 +100,358.1=550,358.1 62-450,000 +????? รวมสร้างหนี้ 2,090,358.1 ล้านบาท (2 ล้านล้านบาท) รัฐบาลใหม่จะทำลายสถิติรัฐบาลเก่าไหมหนอ”ทีดีอาร์ไอสะท้อน 5 ปีรัฐบาล คสช.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค.คณะผู้ประเมินของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) นำโดยนายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ ประเมินผลงานปฏิรูป 5 ปี รัฐบาลประยุทธ์ 1 ระบุว่า นโยบายที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด 3 ด้าน คือ 1.โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 2.การเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น รถไฟฟ้าใน กทม.เริ่มก่อสร้างไปแล้ว 5 เส้นทาง รถไฟทางคู่ ถนน ท่าเรือ และสนามบิน ที่จะเกิดการลงทุนมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี ต่อเนื่องไปใน 3-4 ปีข้างหน้า และ 3.การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแบบไฟไหม้บ้าน เช่น ปัญหาธงแดงมาตรฐานการบินขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ปลดธงเหลืองแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมายขาดการรายงานหรือขาดการควบคุม (ไอยูยู) เป็นต้นล้มเหลวคอร์รัปชันฉาวเอื้อกลุ่มทุนขณะที่นโยบายที่ล้มเหลวมากที่สุด 3 ด้าน คือ ปัญหาคอร์รัปชัน ยังถูกตั้งคำถามในวงกว้าง เมื่อเกิดกรณีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับคนใกล้ชิดผู้นำ รัฐบาล อย่างน้อย 3 เรื่องใหญ่คือ อุทยานราชภักดิ์ นาฬิกายืมเพื่อน ความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ที่เชิญชวนให้กลุ่มทุนเข้ามาลงทุนให้ก่อน ทำให้มีโอกาสจะขอรับผลตอบแทนบางอย่าง ซึ่งรัฐบาลจะปฏิเสธได้ยาก เรื่องเหล่านี้จะต่อเนื่องไปถึงรัฐบาลใหม่ด้วย 2.ใช้มาตรา 44 เอื้อประโยชน์ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกรณีการทำงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนา-คมแห่งชาติ (กสทช.) ควบคู่ไปกับช่วยเหลือผู้ประกอบ-การโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่อนชำระค่าใบอนุญาต 3 ราย ได้รับผลประโยชน์ไปเกือบ 20,000 ล้านบาท และช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่อาจเกินสมควร และ 3.ออกกฎหมายก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน สร้างบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตรต่อการส่งเสริม “เศรษฐกิจดิจิทัล” โดยเฉพาะ พ.ร.บ.การรักษาความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์ พ.ศ.2562 ที่ให้ดุลพินิจหน่วยงานภาครัฐใช้อำนาจสูงมากโดยปราศจากกลไกตรวจสอบถ่วงดุลที่เหมาะสมแนะ รบ.ใหม่เปิดหูฟังรอบด้านนายสมเกียรติกล่าวอีกว่า การประเมินผลงานรัฐบาลของทีดีอาร์ไอไม่ให้คะแนนเป็นตัวเลข ไม่อยากให้มองว่ารัฐบาลสอบได้หรือสอบตก แต่มี เป้าหมายเพื่อเสนอให้รัฐบาลใหม่ รัฐสภา พรรคการเมือง องค์กรต่างๆ และประชาชนให้การสนับสนุนสานต่อนโยบายที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ ยกเลิกนโยบายที่ก่อให้เกิดปัญหา รัฐบาลใหม่ต้องมองการแก้ไขปัญหาระยะยาว เช่น การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การปฏิรูปการศึกษา รวมทั้งปฏิรูปโครงสร้างระบบการรักษาพยาบาล ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในระยะสั้นๆ เชื่อว่าภาคการเมืองและรัฐบาลใหม่มองไว้หมดแล้ว อยากจะฝากถึงรัฐบาลใหม่ที่ไม่มีอำนาจพิเศษ คือสานต่อนโยบายที่ดี ปรึกษาหารือร่วมกันกับทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม รับฟังความคิดเห็นเพื่อให้เป็นนโยบายที่เกิดจากความร่วมมือ “เจ๊หน่อย” อัดใช้รถถังล้ม รบ.ไม่ควรทำคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เข้าใจระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ รัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดิน โดยลุแก่อำนาจหรือมีการตั้งงบประมาณโดยไม่ถูกต้อง การอภิปรายในสภาฯหรือการใช้เวทีสภาล้มรัฐบาลคือวิธีการที่ถูกต้อง ส่วนการใช้รถถังล้มรัฐบาลที่ท่านได้เคยปฏิบัติมาคือสิ่งที่ไม่พึงทำอย่างยิ่งนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ทวีตข้อความเช่นกันว่า นายกฯต้องเปิดใจให้กว้างกว่านี้ การระบุว่าการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนหรือนักการเมืองที่เห็นแตกต่างกับตนว่าเป็นความไม่หวังดี ถือว่าบิดเบือนระบบตรวจสอบถ่วงดุลที่จำเป็นในระบอบประชาธิปไตย ประเทศที่เจริญแล้วอย่าใจแคบขู่ ครม.งูฉ้อฉลระวังถูกตีขนดหางนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเป็นกฎหมายสำคัญใช้ภาษีประชาชนเป็นล้านๆบาท ฝ่ายค้านต้องเป็นหูเป็นตาเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนไม่มีซูเอี๋ยเด็ดขาด อย่าห่วงว่าฝ่ายค้านจะตีรวน แต่ให้ระวังขนดหางไว้ให้ดี รัฐบาลเปรียบเหมือนงูฉ้อฉลอำนาจ แย่งชามข้าวกันไม่เลิก ทำให้ประชาชนเดือดร้อนจะถูกฝ่ายค้านตีขนดหางจนเลื้อยไปไหนไม่ได้ ขอเตือน พล.อ.ประยุทธ์ไปควบคุม ครม.จากรัฐบาล 19 พรรคให้ดีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องเข้าใจในหลักการทำงานของสภาฯ ถ้าทุกฝ่ายเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาปัญหาของประเทศคงไม่มาถึงจุดนี้ ส.ส.ไม่ควรไปพายเรือให้ใครนั่ง แต่ต้องยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง รัฐบาลจะล้มหรือไม่ล้มอยู่ที่รัฐบาลเองว่าจะแก้ไขปัญหา นำพาประเทศก้าวข้ามพ้นวิกฤติ ถ้าไม่เข้าใจหลักการทำงานของสภาฯให้ไปศึกษาเพิ่มเติม เป็นนายกฯรอบที่ 2 แล้วการแสดงความเห็นกระทบต่อความเชื่อมั่นต้องระวัง 16-17 ก.ค.งดประชุมสภาฯรอ ครม.เมื่อเวลา 13.50 น.ที่หอประชุมบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯเป็นประธานการประชุม มี ส.ส.ขอหารือถึงการหยุดการประชุมสัปดาห์หน้าช่วงวันที่ 16-17 ก.ค. เนื่องจากเป็นวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา โดยนายชวน ตอบว่า ไม่ขัดข้องกับประเด็นที่ ส.ส.หารือ แต่จับตาดูการเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนของ ครม.ชุดใหม่ตามที่มีกระแสข่าวว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 16 ก.ค. ตามกระบวนการสภาฯต้องหยุดประชุมไปจนกว่า ครม.ชุดใหม่จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใน 15 วัน นับจากวันที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ คือวันถวายสัตย์ปฏิญาณตน ดังนั้นการประชุมจะหยุดไปโดยอัตโนมัติต้องรอจนกว่า ครม.ชุดใหม่จะนัดประชุมเพื่อแถลงนโยบายพท.บี้ “บิ๊กป้อม” ซื้อเจ็ตหรูเมื่อเวลา 15.00 น.ที่หอประชุมทีโอที แจ้งวัฒนะ มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯเป็นประธาน ทั้งนี้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึงการจัดซื้อเครื่องบินเจ็ตหรูของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมว่า งบฯ สตช.ยังขาดแคลนแต่กลับใช้ไปซื้อเครื่องบินเจ็ตรุ่น falcon 2000s อยากทราบรายละเอียดการจัดซื้อ ส่วนต่าง 300 กว่าล้านบาทหายไปไหน มีการตั้งกรรมการสอบสวนหรือไม่ จากนั้น พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงแทนว่า เริ่มจัดซื้อปี 2560 ตามแผนในวงเงิน 452 ล้านบาท เพื่อรองรับนำผู้บัญชาการถึงที่เกิดเหตุและบินไปในอาเซียนได้ จึงปรับงบฯเป็น 1,200 ล้านบาท เป็นงบผูกพันผ่านการตรวจสอบกระทรวงการคลัง และระเบียบสำนักนายกฯยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความเหมาะสมของราคาแล้ว “ปารีณา” ขุดรากเหง้า อนค.ประท้วงต่อมาเวลา 16.25 น.ที่ประชุมสภาฯ ได้พิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯที่มีนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะ กมธ.เป็นผู้ชี้แจง ที่ประชุมเปิดให้อภิปรายอย่างกว้างขวาง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า รัฐสภาไม่เคยถูกวิจารณ์เรื่องการแต่งกายมากขนาดนี้ เกิดจากสำนึกถูกผิดรากเหง้าต่างครอบครัว ต่างการอบรมสั่งสอนมาจากที่บ้าน ไม่ขัดเรื่องการแต่งกายชุดผ้าไทย แต่ควรแต่งกายให้ถูกกาลเทศะ จากนั้นนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นประท้วงว่าไม่อยากให้เสียดสีไปถึงรากเหง้า ทำให้นายชวนกล่าวตัดบทว่า ทำไมเรื่องเครื่องแต่งกายถึงสำคัญที่สุด ทั้งที่รัฐสภาผ่านมา 87 ปีไม่ค่อยมีปัญหา แต่มีข้อบังคับข้อหนึ่งบอกว่านอกจากชุดสากล ยังอนุญาตให้ประธานสภาฯกำหนดชุดอื่นได้ ถ้าส่งเสริมวัฒนธรรมได้เป็นเรื่องที่ดี จะพิจารณาอีกทีเป็นการภายใน ตอนตั้ง กมธ.อีกครั้งไฟเขียวญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาเฟ้น ส.ว.นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯกล่าวถึงกรณีนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย คณะยื่นญัตติต่อสภาฯให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษากระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว.ว่าได้พิจารณาแล้วได้ข้อสรุปให้บรรจุญัตติเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ เห็นว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่สภาฯตรวจสอบได้ เพราะเสนอให้ตั้ง กมธ.มาศึกษากระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว.เพื่อให้บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์การเมืองให้คนรุ่นหลังเรียนรู้ถึงกระบวนการสรรหา ส.ว.ในยุค คสช. ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อนำไปสู่การเอาผิดกัน แตกต่างจากญัตติก่อนหน้าที่ไม่บรรจุญัตติให้ เพราะขอให้สภาฯตรวจสอบความถูกต้องกระบวนการสรรหา ส.ว.ของ คสช. โดยสภาฯไม่มีอำนาจหน้าที่ทำได้ แต่ไม่ใช่ เรื่องเร่งด่วนต้องไปต่อคิวญัตติอื่นที่เสนอมามากมายยังไม่ทราบว่าจะเข้าสู่วาระได้เมื่อใด“สมคิด” พ้อไม่รู้บรรจุวาระวันไหนด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทราบว่ารองประธานสภาฯ คนที่ 2 เห็นชอบ แต่ไม่รู้ว่าจะได้บรรจุญัตติวันไหน ไม่ควรปล่อยเลยไป ขอวิงวอนประธานสภาฯ ว่าเรื่องนี้ประชาชนสนใจ ต้องเอามาพูดกันในสภาฯ ดีกว่าไปพูดกันข้างนอก การตั้งคณะกรรมาธิการใช้เวลา 45 -60 วันทราบผลแล้วการทำความจริงให้กระจ่างไม่ใช่การโจมตีทางการเมือง และคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ที่แต่งตั้งขึ้นโดย คสช.ถูกคือถูกหากผิดต้องยอมรับผิด หากพบว่ากระบวนการสรรหา ส.ว.ไม่โปร่งใส ต้องร้องศาลรัฐธรรมนูญต่อไป “ปิยบุตร” โวยหยุดจับผิด ส.ส.แต่งตัวนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงเสียงวิจารณ์การแต่งกายของ ส.ส.หญิงพรรคอนาคตใหม่มาประชุมสภาฯ ว่า การแต่งตัวถือเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ควรให้สิทธิ ส.ส.ตีความเองไม่ควรยึดติดรูปแบบ เพราะการแต่งกายตามแบบนิยมเหมาะสมมีพัฒนาการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย หากจะมี ส.ส.คนใดใส่เสื้อยืด กางเกงบอล มาประชุมสภาฯ ก็เป็นสิทธิที่ทำได้ หากโดนด่าเป็นเรื่องของเขาต้องรับผิดชอบรับผลที่จะตามมา หรือหากจะหยิบยกเรื่องการใช้ภาษาถิ่นมาโจมตี ในต่างประเทศอนุญาตให้ใช้ภาษาถิ่นอภิปรายในสภาฯ ได้ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ควรนำมาเป็นสาระสำคัญเลิกคำสั่ง คสช.แค่ถอดชุดทหารใส่สูทนายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีหัวหน้า คสช.ประกาศยกเลิกคำสั่งและประกาศ คสช. 60 ฉบับ ตรวจสอบพบว่ามีคำสั่งและประกาศ คสช.ที่มีผล กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพประชาชนที่ยังไม่ถูกยกเลิก เช่น คำสั่งให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวประชาชนได้ 7 วัน รวมถึงคำสั่ง คสช.ที่นำเนื้อหาไปบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ต่างๆ คำสั่ง คสช.ที่เกิดขึ้นช่วงรัฐประหารควรเปลี่ยนแปลง คำสั่งใดที่ควรคงไว้ต้องออกเป็น พ.ร.บ. ยืนยันจะเสนอญัตติศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจตามมาตรา 44 แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะยกเลิกคำสั่ง คสช.แล้วกว่า 60 ฉบับ แต่ยังคงมีผลพวงจากคำสั่งหลงเหลืออยู่ เหมือนถอดชุดทหารแล้วมาใส่สูทสากล ทำสิ่งผิดปกติให้เป็นเรื่องปกติ ทำเรื่องนอกระบบให้อยู่ในระบบ คำสั่ง คสช.ที่หลงเหลืออยู่จะแฝงในกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของสภาฯ แล้ว เช่น พ.ร.บ.ทวงคืนผืนป่า การแก้ไขปัญหาทำประมงผิดกฎหมาย แม้รัฐบาลบอกว่าเหลือคำสั่งมาตรา 44 ไม่ถึง 10 ฉบับ แต่ยังเหลือมากกว่านี้ 5 ปีที่ผ่านมาออกคำสั่ง คสช.มากกว่า 600 ฉบับ อยากให้สังคายนาคำสั่ง คสช.ใหม่ทั้งหมดโอนคดีการเมืองพ้นศาลทหารผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 9/2562 ให้โอนคดีที่อยู่ในศาลทหารไปยังศาลยุติธรรม ปรากฏว่า มีคดีสำคัญโอนไปยังศาลพลเรือน เช่น คดีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ข้อหายุยงปลุกปั่น มีส่วนร่วมกับกลุ่มนักศึกษากระบวนการประชาธิปไตยชุมนุมปิดล้อมหน้า สน.ปทุมวันปี 58 ช่วยเหลือให้ที่พำนักผู้ต้องหานำตัวนายรังสิมัน โรม แกนนำผู้ชุมนุมขึ้นรถตู้ส่วนตัว คดีพลเมืองโต้กลับที่นายอานนท์ นำภา นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ และนายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ ขัดคำสั่ง คสช.ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เรียกร้องให้เลือกตั้งภายในปี 59 และคดีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตที่ปรึกษาพรรคไทยรักษาชาติ ขัดคำสั่ง คสช.ไม่รายงานตัว ยุยงปลุกปั่น ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงคดีนายอาเดม คาราดัก และนายยูซูฟู เมียไรลี ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดศาลพระพรหมเมื่อปี 58“เสธ.มาร์ช” เสียบ ส.ส.แทน “นาที”เมื่อเวลา 10.20 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาสั่งจำคุกนางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย 1 เดือน รอลงอาญา 1 ปีและถูกตัดสิทธิ 5 ปี จากกรณียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จว่า จากนี้ศาลคงมีคำสั่งไปที่ กกต.และประธานรัฐสภา คำพิพากษาต้องชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว พรรครอดูว่าจะมีทางออกอย่างไรได้บ้าง นางนาทีจะถูกตัดสิทธิตลอดชีวิตหรือไม่ ต้องรอดูรายละเอียดความผิด แต่ไม่มีปัญหาเลื่อนลำดับถัดไปคือลำดับที่ 13 คือ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ มาทำหน้าที่แทน ต้องยอมรับว่านางนาทีเป็นคนที่มีคุณูปการต่อพรรค ทำให้พรรคประสบความ สำเร็จ ปักธงในพื้นที่ภาคใต้ได้ เราจะไม่ลืมนางนาที และนางนาทีคงไม่ลืมพรรคเช่นกัน แต่อย่างน้อยเรามีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สามีของนางนาที เข้ามาช่วยงานพรรคคงไม่มีปัญหาอะไร การทำงานในพื้นที่ภาคใต้ไม่น่ามีปัญหา นางนาทียังมีความตั้งใจและมีบารมีอยู่“วิษณุ” ยก ม.98 มัดเสียสิทธิตลอดชีพที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รอง นายกฯ กล่าวถึงคำพิพากษาตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2556 และสิ้นสุดแล้วในปี 2561 จะกระทบต่อการดำรงตำแหน่งในปัจจุบันของนางนาทีหรือไม่ว่า การตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การได้ชื่อว่าต้องคำพิพากษาจะกระทบกับคุณสมบัติอยู่ดี ต่อให้พ้นช่วงเวลา 5 ปีไปก็กระทบคุณสมบัติเข้าใจว่ามีผลกระทบ แต่จะไม่กระทบกับสามีและบุตร แม้จะเป็นทรัพย์สินของสามี เพราะไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ รัฐ เมื่อถามว่ามาตรา 98 ของรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ระบุว่าห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลากี่ปี หมายความว่าห้ามตลอดชีวิตใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “เคยมีการพูดกันว่าน่าจะตลอดชีวิต ตราบใดที่มาตรานี้ยังอยู่ แต่มีกรณีหนึ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมตัดสิทธิกรรม–การบริหารพรรค 10 ปี หากดูรัฐธรรมนูญไม่มีตรงไหนบอกไว้ว่า 10 ปี จึงเป็นอำนาจของศาลจะกำหนดระยะเวลา ถ้าคำพิพากษาศาลไม่ได้กำหนดระยะเวลาแปลว่าไม่กำหนดว่าต้องกี่ปี แต่ไม่ต้องไปยื่นให้ตีความใดๆต่อ หากศาลจะเอาอย่างไรจะว่ามาในคำพิพากษาฉบับเต็ม สาว ธ.ก.ส.ร้องเจอโกงข้าวถูกบีบออกที่หอประชุมทีโอที นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ รับหนังสือขอความเป็นธรรมจาก น.ส.ชญาดา สกุลรุ่งโรจน์ อดีตพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์เพื่อการเกษตร (ธ.ก.ส.) น.ส.ชญาดากล่าวว่า ได้ตรวจสอบพบการทุจริตหลายรูปแบบเกี่ยวกับเงินชดเชยโครงการรับจำนำข้าวและโครงการมันสำปะหลัง มีการจ่ายเงินซ้ำซ้อนนำเงินโครงการมันสำปะหลังมาหักชำระในโครงการจำนำข้าว ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการทุจริตข้าวจีทูจี แต่กับถูก ธ.ก.ส.กล่าวหาว่ามีปัญหาทางจิตเวช และตั้งคณะกรรมการสอบสวนถึง 4 ครั้ง โดนขอคืนเอกสารเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ให้เกษียณก่อนอายุ รวมถึงถูกทำร้ายในที่จอดรถ จนถูกเลิกจ้างเมื่อวันที่ 28 ก.ย.61 ว่างงานกว่า 10 เดือนแล้ว เมื่อไปร้อง ป.ป.ช.ถูก ธ.ก.ส.ฟ้องกลับฐานหมิ่นประมาท จึงมาขอความเป็นธรรมศาล รธน.ขยับถกคดีหุ้น “ธนาธร”เมื่อเวลา 13.30 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาคำร้องขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีถือครองหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ประกอบธุรกิจสื่อ อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้สมัครเป็น ส.ส.และอาจเป็นเหตุให้ต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ เป็นวาระเพิ่มเติม แต่ที่ประชุมยัง ไม่มีข้อสรุปว่าจะออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนเพิ่มเติมหรือจะนัดวันลงมติตามพยานหลักฐานที่ฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้องยื่นชี้แจงในวันใด ดังนั้นเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน ทั้งนี้ ที่ประชุมยังไม่ได้หยิบยกกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ส่งคำร้องขอให้ วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวเพราะเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ มาพิจารณาแต่อย่างใด