วันนี้ผมพาดหัวสามชั้นเลยครับ “ความจริง” ที่จะเกิดขึ้นกับ ประเทศไทย และ คนไทยทุกคน เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำ ครม.ชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ หลังจากถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้แล้ว“ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 (ที่ คสช.ร่วมกับกรรมาธิการชุด นายมีชัย ฤชุพันธุ์ จัดร่างขึ้น) มาตรา 160 ยังบัญญัติ “คุณสมบัติรัฐมนตรี” ไว้ 8 ข้อ ผมขอยกข้อสำคัญมา 2 ข้อคือ “รัฐมนตรีต้อง (4) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (5) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง”ถ้า ครม.ใหม่ ของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นไปตามโผที่ปรากฏในสื่อ เรื่อง “ความซื่อสัตย์” และ “มาตรฐานจริยธรรม” จะเป็น ปัญหาใหญ่ ของ รัฐบาลบิ๊กตู่ 2 ที่จะถูก ฝ่ายค้าน ตรวจสอบได้ไม่เว้นแต่ละวัน รวมทั้ง ผลงานเก่า ของ พล.อ.ประยุทธ์ ใน รัฐบาล คสช. ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาด้วยฐานะของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อไร้อำนาจ คสช. วันนี้ก็ตกอยู่ในความเสี่ยง เมื่อ คุณชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบตามที่ คุณชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.ฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย ร่วมกับ ส.ส. 110 คน เข้าชื่อร้องเรียนให้ ประธานสภาผู้แทนฯ ส่งคำร้องไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่า “ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98 (15) เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ (เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ) อันเป็นผลให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)”คุณชวน ประธานสภาผู้แทนฯ ได้ส่งคำร้องนี้ไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญ แล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม นอกจากนี้ยังมี คดี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลถือหุ้นสื่ออีก 41 คน ที่ ประธานสภาผู้แทนฯ ส่งคำร้องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ถ้าโดนทั้ง นายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 41 เสียง รัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ 253 เสียง ของ พล.อ.ประยุทธ์ 2 ก็คงต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน ไม่มีอำนาจ ม.44 มาช่วยชีวิตอีกแล้วศึกแรก ที่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 จะต้องเจอก็คือ การแถลงนโยบายของรัฐบาล หลังจากเข้ารับหน้าที่แล้ว 15 วัน น่าจะเป็นต้นเดือนสิงหาคม นโยบายประชานิยมของทุกพรรคร่วมรัฐบาล จะเป็น “จุดอ่อน” ที่ถูกอภิปรายได้ง่ายแทบทุกประเด็น เพราะ มีผลกระทบต่อเงินงบประมาณแผ่นดินมหาศาล ถ้าแจกหมดตามที่ทุกพรรคร่วมรัฐบาลหาเสียง รัฐบาลถังแตกแน่นอน ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงความเชื่อมั่นและความมั่นคงทางการเงินของประเทศในที่สุดศึกสอง ที่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 ต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ งบประมาณรายจ่ายแผ่นดินประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท เป็นงบ ขาดดุล 450,000 ล้านบาท ที่ต้องเสนอต่อสภาผู้แทนฯ ให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ เพราะล่าช้ามามากกว่า 3 เดือนแล้วจากปัจจัยต่างๆเหล่านี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 ที่เกิดจากความพยายามต่อท่ออำนาจ โดยสร้างกติการัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้การเมืองไทยติดกับดักรัฐบาลผสมที่อ่อนแอไปตลอดอายุขัยของรัฐธรรมนูญ 2560 จะเป็น “กรงกรรม” ที่ส่งผลให้รัฐบาลบริหารประเทศอย่างไม่มีความสุข เมื่อ รัฐบาลไม่มีความสุข ประเทศก็ไม่มีความสุข ประชาชนก็ไม่มีความสุข ทางเดียวที่จะ “แก้กรรม” ได้ก็คือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ให้เป็น ประชาธิปไตยที่แท้จริง ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ให้คนดีได้มีอำนาจปกครองบ้านเมือง แล้วอนาคตประเทศไทยจะรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลแน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”