ปัญหาการจัดบุคลากรเข้าดำรงตำแหน่งในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เกิดการแย่งชิงโควตาเก้าอี้ จนกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ เป็นแรงกระเพื่อมที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ออกมาแสดงความไม่สบายใจ และออกสารนายกฯ ขอโทษประชาชนแทนฝ่ายการเมืองโดยเนื้อหาในสารนายกฯ ระบุว่า นายกฯจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แม้จะมีปัญหาในการบริหารภายในพรรคการเมือง เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่จัดตั้งขึ้นใหม่ สมาชิกมาจากหลายกลุ่มสาขา มุ่งมั่นจะทำหน้าที่ ส.ส.และหน้าที่บริหารในคณะรัฐมนตรีให้ดีที่สุด และการบริหารบุคลากรเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ทุกคนพอใจสารนายกฯ ยังระบุว่า หวังว่าทุกอย่างจะเดินหน้าเพื่อตอบสนองความ ต้องการประชาชน ในฐานะรัฐบาลของคนไทยทั้งประเทศ ถือเป็นการเริ่มต้นปฏิรูปทางการเมืองของรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาล “เพื่อมิให้การเมืองกลับไปเป็นปัญหาเช่นเดิม จนต้องเกิดการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆที่ทุกคนไม่ต้องการขึ้นมาอีก”หลังจากนั้นฝ่ายการเมืองออกมาตั้งข้อสังเกตตีความสารนายกฯ ว่า นอกจากขอโทษประชาชน ยังเหมือนขู่ หากการเมืองกลับไปมีปัญหาเดิม อาจจะมีการรัฐประหาร ยึดอำนาจตัวเอง หรือปฏิวัติซ้ำ มองว่าแรงกระเพื่อมในพรรครัฐบาล เป็นปัญหาภายในที่คนเป็นผู้นำต้องบริหารจัดการ ไม่ควรนำมาเป็นปัญหาของบ้านเมืองอย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาชี้แจงถึงสารนายกฯ ว่า ไม่อยากให้ตีความลึกซึ้งขนาดว่าถ้ามีปัญหาอาจมีรัฐประหารอีก แต่ที่มีปัญหาการเมืองแล้วเดินขบวนขยายไปสู่ความรุนแรง ต้องบังคับใช้กฎหมาย ทุกคนไม่มีความสุข ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น การปฏิวัติรัฐประหาร การปฏิวัติซ้อน ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเอาเป็นว่าประเด็นการยึดอำนาจ ปฏิวัติ รัฐประหาร ที่ฝ่ายต่างๆส่งเสียงเตือน น่าจะเป็นการดักทางจากสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่นิ่ง ทำให้มีการจับตาไปที่กองทัพที่ถือว่ายังทรงตัวแน่น จึงเป็นเรื่องดีที่นายกฯประยุทธ์จะออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสยบข่าวเบรกกระแสไม่ให้ลุกลามจนกระทบความเชื่อมั่นของประเทศเหนืออื่นใด ถือเป็นการย้ำจุดยืนที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาการเมืองด้วยการเมือง ระมัดระวังไม่ให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย จนต้องกลับไปสู่จุดเดิม ในห้วงที่เพิ่งกลับเข้าสู่ระบบ ผ่านการเลือกตั้ง ส.ส.มาไม่นาน เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันประคับประคองประเทศชาติให้ก้าวเดินไปตามวิถีทางปกติ บนเส้นทางประชาธิปไตย.