สู้กันเองก็เจ๊งกันเอง...อย่างที่มีคำพูดที่ว่า “สนิมแต่เนื้อในตน” นั่นคืออาการที่เกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐ จนทำให้เกิดขัดแย้งลามไปทั่ว“สามมิตร” เป็นกลุ่มการเมืองในพรรคที่กำลังมีปัญหากับกลุ่มอื่นๆ ที่อยู่ต่างก๊วนรวนไปถึงนายกฯ และผู้มีบารมีนอกพรรคเพราะเก้าอี้ “รัฐมนตรี” เป็นเหตุที่อ้างว่าไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงโดยชี้เป้าไปที่กลุ่ม กปปส.ในพรรคว่าเป็น “ต้นเหตุ”ประเด็นนี้มีปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นเขย่าเก้าอี้รัฐมนตรีกันตั้งแต่เริ่มต้นในเรื่องโควตาและความเคลื่อนไหวลึกมาตลอดทำนองว่า “เส้นดี” ตีสนิทกับผู้มีอำนาจในพรรคกีดกันกลุ่มอื่นๆพยายามผลักดันกลุ่มตนและพรรคพวกให้ได้ตำแหน่งด้วยการเป่าหูว่าต้องคนนั้นคนนี้เพื่อความเหมาะสมเก้าอี้ที่แย่งชิงกันคือกระทรวงพลังงาน “ขุมทอง” ของชาติกระทั่งมามีเหตุขึ้นมาเมื่อมีข่าวว่ามีการเปลี่ยนบุคคลดำรงตำแหน่งนี้จากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มาเป็นนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคถึงขั้นประกาศว่า “สนธิรัตน์” คือต้นเหตุปัญหาและเคลื่อนไหวให้พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในพรรคจนนายสนธิรัตน์ซึ่งอยู่ต่างประเทศต้องแจ้งกลับมาว่าไม่ขอรับตำแหน่งรัฐมนตรีพลังงานและปฏิเสธว่าไม่ได้เคลื่อนไหวในเรื่องนี้แต่อย่างใดนั่นแหละทำให้เรื่องราวสงบลงชั่วคราวและโยนกลับไปว่าจากนี้ไปอยู่ที่นายกฯว่าจะเสนอชื่อใครเป็นรัฐมนตรีก็ว่ากันไปตามนั้นเพราะเป็นอำนาจโดยตรงอยู่แล้วยืนยันจะยุติความเคลื่อนไหว หากไม่ได้ตามต้องการก็ยอมรับเช่นกันนายกฯที่เจอปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นก็ได้ส่งสารถึงประชาชนกล่าวขอโทษประชาชนที่เกิดปัญหาความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ“เชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาได้” ทุกอย่างจบ...ว่าไปแล้วบรรดานักการเมืองรุ่นเก่าที่เข้ามาร่วมในพรรคพลังประชารัฐนั้นน่าจะถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในทางการเมืองหรือจะบอกว่าเป็นการ “ชุบตัว” เพื่ออนาคตทางการเมืองข้างหน้าการเคลื่อนไหวทางการเมืองในฉากการเมือง “ยุคใหม่” นั้นจะต้องปรับตัว ปรับวิสัยทัศน์เพื่อแสดงให้เห็นว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ที่พูดเรื่องนี้ก็ต้องเข้าใจให้ตรงกันว่าด้วยความรู้สึกของประชาชนที่ปรากฏให้เห็นมาตลอดนั้นคือเบื่อหน่ายนักการเมืองรุ่นเก่าที่สะท้อนความจริงก็คือคนรุ่นใหม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะไม่เชื่อมั่นนักการเมืองรุ่นเก่าเป็นเรื่องที่นักการเมืองทุกคนต่างก็รู้กันอยู่ในใจดีแล้วหากไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองก็ตกขบวนแน่เมื่อตัวเองกำหนดให้พรรคฝ่ายค้านเป็นพวก “มาร” คิดว่าพวกตนเป็น “เทพ” เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน แต่สุดท้ายกลายเป็นพวกเดียวกันไปเสียฉิบนี่ก็กำลังจะได้เป็นรัฐบาลได้อย่างที่ต้องการกันแล้ว แต่กลับมาเกิดปัญหาขัดแย้งในรัฐบาลพวกเดียวกันเองทั้งๆที่ในรัฐบาลเองจะต้องเจอปัญหาสารพัด โดยเฉพาะพรรคฝ่ายค้านกำลังทำการบ้านเพื่อล่อรัฐบาลอย่างเข้มแข็งและน่าหวั่นไหวไม่น้อยแต่รัฐบาลกลับมา “เผาบ้านตัวเอง” อย่างนี้ประหลาดดีเหมือนกัน.“สายล่อฟ้า”