ยุบไทยรักษาชาติเข้าทาง “ลุงตู่” เก็บแต้มไปต่อฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ กรรมย่อมเกิดจากผลแห่งการกระทำไม่ได้เหนือการคาดหมาย ไม่มีบิ๊กเซอร์ไพรส์กับการที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยตามคำร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)จากกรณีการเสนอแคนดิเดตบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคขัด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 เข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขผลทำให้กรรมการบริหารพรรค ทษช.ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ประกอบด้วย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรค นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรค นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองหัวหน้าพรรคนายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรคโทษแบนยาวทางการเมือง 10 ปีส่วนผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคไทยรักษาชาติทั้งระบบบัญชีรายชื่อและระบบเขตเลือกตั้ง แม้ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อพรรคโดนศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบก็มีอันต้อง “ฟาวล์” อดลงสนามแข่งขันไปโดยอัตโนมัติไทยรักษาชาติ ตัวย่อ ทษช. พะยี่ห้อ “ทักษิณชัวร์” มาไวเคลมไว แต่โจทย์เร่งด่วนก่อนอื่นใด ในเวลากระชั้นชิดอีกไม่ถึง 20 วันเลือกตั้ง 24 มีนาคม ทีมงาน “ทักษิณ” ต้องตั้งหลักกันให้ทัน ในการเร่งหาช่องผ่องถ่าย วิธีโยกย้ายสลับฐานคะแนนของพรรคไทยรักษาชาติไม่อย่างนั้นฐานเสียงต้นทุนที่ว่าชัวร์จะหายฟรีๆแน่นอนแผนแรกเลยคือการโอนแต้มไปพรรคสารพัด “เพื่อ” ในเครือดูไบ พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติ หรือแม้กระทั่งพรรคเพื่อธรรมแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ประชาชนไม่ใช่หุ่นยนต์กดปุ่มซ้ายหันขวาหันที่สำคัญตั้งแต่แรกที่ทีม “ทักษิณ” วางยุทธศาสตร์เหยียบเท้ากันเล่น ให้พรรคเพื่อไทยปักหลักเขตชัวร์ ส่วนพรรคไทยรักษาชาติเน้นเบอร์รองๆไปเก็บตกแต้มปาร์ตี้ลิสต์สับหลีก แบ่งพื้นที่กันเล่นเป็นสัดเป็นส่วนไม่ทับเส้นทับซ้อนกันครั้นพอผิดแผนก็เกิดปัญหาพื้นที่ “โบ๋” ตัวอย่างเห็นชัดๆก็คือจังหวัดแพร่กับจังหวัดพิจิตร ที่ผู้สมัครเกรดเอของพรรคไทยรักษาชาติเป็นตัวเต็งแบเบอร์ โดยไม่มีผู้สมัครของเพื่อไทยไปลงตัดแต้มนั่นหมายถึงไม่มีคนของยี่ห้อ “ทักษิณ” รอเก็บคะแนนที่หล่น มองไปที่พรรคเพื่อชาติที่เดินยุทธศาสตร์แยกจากพรรคเพื่อไทยกับพรรคไทยรักษาชาติ ส่งผู้สมัครทับซ้อนกันในหลายพื้นที่ แต่ก็ไม่น่าจะพอกับการหายไปของทีม ทษช.ประกอบกับสถานการณ์ภายในพรรคเพื่อชาติก็ขัดแข้งขัดขาระหว่าง “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กับนายยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำสายตรง “นายใหญ่” แตกคอกันเรื่องแนวทางการต่อสู้ แถมมีเรื่องเงินๆทองๆที่คนในพรรคออกมาแฉเอง การเซ้งเบอร์ต้นๆในปาร์ตี้ลิสต์ แตกกันคนละทิศคนละทางครั้นจะหวังพรรคเพื่อธรรมที่ส่งผู้สมัครในภาคใต้พอเป็นพิธี รองรับแผนเทคะแนน ทษช. ทีมดูไบแทบไม่ได้เลยตามรูปการณ์ “นายใหญ่” ก็ต้องมองไปที่แนวร่วมนอกค่าย ฝ่ายโหนประชาธิปไตยต้านทหารแน่นอนโดยสถานการณ์เข้าทางสุดสำหรับพรรคอนาคตใหม่ ของ “ไพร่หมื่นล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่กระแสกำลังเข้าเหลี่ยม “ตีกิน” แต้มที่เทจาก ทษช.พอดีแต่ในอาการลูกผีลูกคน “ธนาธร” ยังติดบ่วงพันธนาการ ทั้งปมลงประวัติมั่วนิ่มในเว็บไซต์พรรคและคดีหมิ่นประมาท คสช. ที่ยังจ่อรอคิวโดนเช็กบิลแถมกับปมร้อนสดๆร้อนๆกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โชว์บทห้าวเป้งแถลงการณ์วิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญอย่างเผ็ดร้อน แสดงอาการเห็นต่างคดียุบพรรค ทษช.ส่อโดนข้อหาหมิ่นศาล เข้าเงี่ยงกฎหมาย เรื่องคงไม่เงียบเฉยๆแน่ทีมอนาคตใหม่มาแรง แต่เสี่ยง “แหกโค้ง” ลงข้างทาง นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับอารมณ์ “นายทุน” เขี้ยวต่อเขี้ยว “ทักษิณ” รู้ดี “ธนาธร” ไม่เชื่อง “คอนโทรล” ยากในอารมณ์เดียวกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่ไม่อยู่ในข่ายที่ “นายใหญ่” จะคุมได้ชัวร์ๆ ส่วนที่ดูเชื่องสุดน่าจะเป็นคิวของค่ายประชาชาติ ภายใต้การนำของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แต่นั่นก็มีพื้นที่บริการแค่โซน 3 จังหวัดชายแดนใต้ กับภาคอื่นไม่กี่เขตรองรับยุทธศาสตร์เทคะแนนของค่าย ทษช.ไม่ได้หรือในมุมแผนลึก ทีมของดูไบแอบไปติดต่อผู้สมัครโนเนมพรรคเล็ก จะเทคะแนนให้แต่ต้องแลกกับการเขียนใบลาออกจากพรรคต้นสังกัดล่วงหน้า เพื่อที่ว่าถึงเวลาต้องลาออกให้มีการเลือกตั้งซ่อมอีกช็อตก็มีการมองถึงแผน “โหวตโน” ให้คะแนนผู้ชนะน้อยกว่าคะแนนคนไม่เลือก ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ในเขต ทษช.โบ๋ แล้วส่งคนของพรรคเพื่อไทยลงสมัครแทนสารพัดแผนที่ต้องชั่งน้ำหนัก ดีดลูกคิดกันหลายตลบไม่เว้นแม้แต่พวกลักปิดลักเปิด ที่โผล่มาในจังหวะพอดิบพอดีตามเหลี่ยมที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าค่ายภูมิใจไทย รีบชิงประกาศ พรรคภูมิใจไทยอยู่คนละขั้วกับทหาร และพรรคพลังประชารัฐย้ำนายกฯต้องมาจาก ส.ส.ที่ได้เสียงข้างมากในสภาเท่านั้นแน่นอนมันก็คือการตะโกนดังๆให้ “นายใหญ่” หันมามองอดีตลูกน้องที่คิดเดินแต้มเหมือนกัน เผื่อเป็นทางเลือกในการเทคะแนนให้เป็นนอมินี “ตัวแปร” ในจังหวะที่ยี่ห้อภูมิใจไทยเร่งเครื่องไม่ขึ้นฐานต้นทุน ทษช.จะเพิ่มพลังยี่ห้อภูมิใจไทยเป็น “ตัวแปร” ที่มีโมเมนตัมทันทีหันซ้ายแลขวา ค่ายสารพัด “เพื่อ” ในเครือข่าย แนวร่วมแห่ประชาธิปไตย ไปยันลูกน้องเก่าที่ผลุบๆโผล่ๆ “ทักษิณ” จะสลับช่องผ่องถ่ายคะแนนฐานต้นทุนไปทางไหนแต่ที่แน่ๆต้องไล่เก็บแต้มรั่วกันเหนื่อย ไม่รู้คะแนนต้นทุนที่จะหายไปมากน้อยเท่าไหร่ผลจากบิ๊กเซอร์ไพรส์พรรคไทยรักษาชาติ ทำให้ยุทธศาสตร์ “แตกแบงก์พัน” ของ “ทักษิณ”เหลือทอนคืนแค่ “แบงก์ร้อย” กับ “แบงก์ยี่สิบ” “นายใหญ่” ขาดทุนยับตั้งแต่ต้นส่งผลต่อเกมการเลือกตั้ง ในระดับที่เปรียบได้กับสึนามิการเมืองและในจังหวะต่อเนื่อง มันเท่ากับการยกระดับความเป็น “เต็งหนึ่ง” ของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ให้ชัวร์ขึ้นไปอีกขั้นจากนิด้าโพล กรุงเทพโพลล์ ตัวเลข 2–3 สถาบัน “ลุงตู่” คะแนนนำอย่างมีนัยสำคัญโอกาสตีตั๋วนายกรัฐมนตรีสูงตามหลักทางสถิติ ไม่ใช่มโนยิ่งเมื่อคู่แข่งสำคัญทีมดูไบสะดุดขาตัวเองหัวคะมำจากพรรค ทษช.โดนยุบ ฟาวล์ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวทียี่ห้อ “ทักษิณ” ไม่มีปรากฏการณ์ “แลนด์สไลด์” แน่นั่นก็หมายถึงการปั่นตัวเลขมาเทียบกับจุดสตาร์ต “ลุงตู่” ออกตัวนำด้วย 250 ส.ว. ยิ่งเป็นไปได้ยากมากจากเงื่อนไขสถานการณ์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญการเมือง โดยเฉพาะเซียนเลือกตั้ง ฟันธงตรงกันโจทย์ของ พล.อ.ประยุทธ์และทีมหนุน “นายกฯลุงตู่” ไม่ใช่เครือข่าย “ทักษิณ” แล้วแนวโน้มมีการมองข้ามช็อตไปถึงรัฐบาลหลังเลือกตั้งตามเกมของพรรคพลังประชารัฐ ต้องปั่นแต้ม ส.ส.ให้ได้มากสุดลุยเก็บแต้มทุกเม็ดทุกดอก เพื่อลดอำนาจต่อรองรัฐบาลผสมหลังเลือกตั้งโดยสถานการณ์ถ้าพลังประชารัฐดันตัวเลข ส.ส.ได้มาก เทียบตามโพลที่แซงขึ้นมาเป็นอันดับสองรองจากพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์จะหล่นเป็นอันดับสาม“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็ต้องลดโทนเฮี้ยว หนุน “ลุงตู่” โดยศิโรราบโดยมีพรรคชาติไทยพัฒนาของพี่น้อง “ศิลปอาชา” พรรคชาติพัฒนาของ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ทีมรวมพลังประชาชาติไทยของ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ฯลฯเก็บเล็กผสมน้อยให้เป็นรัฐบาลที่เสียง ส.ส.เกินครึ่งสภาฯหรือถ้ามากพอ เผลอๆจะสลัดพวก “คั่วไพ่สองหน้า” ออกจากวงก่อนเลยแต่ตรงข้ามหากพรรคประชาธิปัตย์ทำแต้มมากกว่าพลังประชารัฐ การดีลหนุน “ลุงตู่” น่าจะต้องแลกกับกระทรวงสำคัญทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และเมกะโปรเจกต์ที่รัฐบาลลุงตู่ปักหมุดไว้ที่ร้ายก็คือ ขาใหญ่บางพรรคการเมืองประกาศล่วงหน้ากับบิ๊กข้าราชการจองกระทรวงคมนาคม จองคุมเค้กเมกะโปรเจกต์รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง จ้องขุมทรัพย์ในบริษัทท่าอากาศยานฯ ถ้าพลังประชารัฐทำแต้มต่ำกว่าเป้า เป็นลูกไล่ประชาธิปัตย์ ต้องพึ่งจมูกภูมิใจไทย“นายกฯลุงตู่” โดนเสือหิว เสือโหย ขี่คอ แวดล้อมไปด้วยเชื้อคอร์รัปชัน แถมรัฐมนตรีทหารพันรอบเอวมันก็เอวัง อายุรัฐบาลหน้ามีหวังไม่ครบขวบปี.“ทีมการเมือง”อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562