“บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ขอเปิดใจเคลียร์อีก กรณีเลิกราสามีรุ่นน้อง ยืนยันไม่คิดว่าอีกฝ่ายมีหญิงอื่นมาเป็นมือที่สามเพราะยังเชื่อใจ ส่วนสาเหตุการเลิกรา เป็นเพราะมีปัญหาสะสมกันมานาน เคยคุยกันหลายรอบเรื่องต่างคนต่างอยู่ จะได้ทำอย่างที่ฝัน โดยไม่มีการทะเลาะกันและยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่ ส่วนอนาคตยังไม่ชัดหวนคืนดีกันได้หรือไม่ แต่กับรักครั้งใหม่ ยอมรับชักเริ่มเข็ด ตอนนี้ขอใช้เวลาอยู่กับลูก อยู่กับหมาที่บ้านดีกว่าเหมือนจะจบแต่ไม่จบ กรณีการกลับมาเป็นโสดอีกครั้งของนางงาม-พิธีกร บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี วัย 42 ปี ที่ยอมรับว่าเลิกรากับสามีหนุ่มเทรนเนอร์รุ่นน้อง เอก-เอกริน นิลเศรษฐี วัย 36 ปี หลังใช้ชีวิตคู่มานานกว่า 5 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส นับเป็นการปิดฉากชีวิตคู่ของบุ๋ม-ปนัดดา เป็นครั้งที่ 2ต่อมาเมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 ธ.ค. ที่อาคารออกอากาศ สตูดิโอ 1 บมจ.อสมท ถนนพระราม 9 บุ๋ม-ปนัดดาให้สัมภาษณ์หลังมาทำหน้าที่พิธีกรรายการ “ตกมันส์บันเทิง” ช่อง 9 เกี่ยวกับการเลิก กับสามี เอก-เอกริน ว่าพยายามประคับประคองความสัมพันธ์กันในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แต่ในช่วงครึ่งปีหลังมีการคุยเรื่องการเลิกกันหลายครั้ง จะต่างคนต่างอยู่ดีมั้ย เพื่อที่จะได้ทำตามสิ่งที่ตัวเองชอบ มากยิ่งขึ้น ซึ่งตนให้เหตุผลกับเขาไปว่า ถ้าเกิด ณ วันนี้เขาไปดูแลยิม ดูแลตัวเองอย่างที่ฝัน ตนก็ไปทำงานสังคมอย่างที่ตนชอบ มันไม่ได้เกลียดกัน ซึ่งตนไม่อยากทะเลาะแล้วจะเกลียดกัน ตนไม่อยากจะมานั่งฟูมฟายร้องไห้ต่อหน้าลูกส่วนกรณีที่มีข่าวร่ำลือว่าอีกฝ่ายติดเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ขณะที่บุ๋มก็มุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคมนั้น จนอาจเป็นปมให้ต้องเลิกรานั้น บุ๋ม-ปนัดดากล่าวว่า พูดไม่ถูก มันสะสม เพราะถ้ามันเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่มันเป็นเรื่องใหญ่ มันคงทะเลาะกัน และวันนี้ก็คงไม่คุยกัน แต่วันนี้เรายังคุยกันอยู่ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่ จุดเริ่มต้นตนคุยกับเขาว่า คุณจะเล่นเกมอย่างนี้ใช่มั้ย ส่วนตนจะทำงานเพื่อสังคมแล้วจะยืนงอนตนอย่างนี้ใช่มั้ย มันก็เลยกลายเป็นว่าแล้วชีวิตเราจะอย่างไรกันต่อ แล้วหลังๆตนเริ่มทำองค์กรทำดี บางคืนยอมรับว่าตนช่วยผู้หญิงออกจากซ่องที่ต่างประเทศ ซึ่งมันต้องใช้เวลาตอนดึก บางครั้งเสร็จ ตอนตี 4 แต่ทำให้เขารู้สึกว่าเขาว้าเหว่ ตนไม่สนใจเขามากพอ แต่ตนกลับรู้สึกว่า ฉันอยู่กับคุณ 6 คืนใน 1 สัปดาห์ แต่แค่คืนนี้คืนเดียวที่ฉันไม่ได้อยู่กับคุณ แต่ฉันได้ช่วยผู้หญิง 1 คนกลับมาประเทศไทย ตนว่ามันคุ้มกว่า แต่เขากลับมองว่า ณ วันนั้นทำไมตนไม่ใส่ใจเขานางงาม-พิธีกรดังยอมรับอีกว่า วันที่อดีตสามีขนของออกจากบ้าน ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะเมื่อเห็นสภาพบ้านที่มันโล่งแล้วที่เจ็บที่สุดอย่างวันพุธเตียงที่อุตส่าห์ไปซื้อมาใหม่ มันกำลังจะมาส่ง กลายเป็นว่าเตียงนั้นตนต้องนอนคนเดียว แต่ก็ไม่คิดจะยื้อไว้ เพราะว่าไม่ใช่วันเดียวที่คิดกัน มันคิดกันมาหลายวัน แต่วันนี้ตนและเขาก็ยังคุยกันอยู่ และยืนยันไม่ได้มีเรื่องมือที่สามเข้ามา ไม่น่า มีได้ เพราะกล้องวงจรปิดรอบตัวเขาขนาดนั้น และตนเชื่อใจนะว่าเขาไม่มีมือที่สาม ผู้หญิงจะซิกเซ้นส์แรงอยู่แล้ว จับสังเกตได้อยู่แล้ว สำหรับอนาคตจะมีโอกาสกลับมาคืนดีกันหรือไม่นั้น บุ๋มกล่าวว่า คงเป็นเรื่องของอนาคตเพราะวันนี้ตนยังไม่คิดว่าตัวเองจะมานั่งสัมภาษณ์เรื่องเลิก ไม่มีใครอยากให้ชีวิตคู่ล้มเหลว ส่วนตัวยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาอยู่ พร้อมทั้งขอบคุณกำลังใจจากแฟนๆที่ส่งกันมาเยอะแยะมากมาย ส่วนอันดาลูกสาวเขาก็มองว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เขาเชื่อการตัดสินใจของแม่ พร้อมยืนยันวันนี้ไม่กล้าคิดถึงการมีความรักครั้งใหม่ เพราะเจ็บอยู่ พอวันแรกมีข่าวออกมา ก็มีข้อความมาเยอะเลย มันกลับรู้สึกกลัวหรือเข็ดอะไรนิดๆ เพราะตนรักใครแล้วเต็มที่ อนาคตคงไม่ทราบ ขอใช้ระยะเวลาอยู่กับลูก อยู่กับหมาที่บ้านดีกว่านอกจากนี้ บุ๋ม-ปนัดดายังกล่าวถึงประเด็นที่พูดถึงกันในสื่อโซเชียลกรณีไปปฏิบัติธรรมที่ประเทศอินเดียแล้วยังแต่งหน้าแต่งตาไปด้วยว่า ตนไม่ได้ไปบวช ตนไปเป็นลูกศิษย์ของทางพระอาจารย์ ว. (พระ ว.วชิรเมธี) และไปช่วยทริปช่วยไปเอนเตอร์เทน คือกึ่งไปทำงานมากกว่า ตนร้องไห้หนักมากเลย เลยต้องแต่งหน้าช่วย และชุดก็ใส่ชุดอินเดียเป็นสาวอินเดียเพื่อเอนเตอร์เทนลูกทัวร์ ถ้าบวชศีล 8 หรือศีล 10 ตนไม่แต่งหน้าอยู่แล้ว ตนทราบกฎตรงนี้ดี