ประเทศไทย คุกเอาไว้ขังคนจนการที่เจ้าหน้าที่รัฐร่วมมือกันจัดการเกี่ยวกับพระและวัดต่างๆ ซึ่งมีการกระทำความผิดเงินทอนวัด เงินสนับสนุน ร.ร.พระปริยัติธรรม และมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องถึงกับมีการจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ถึง 7 รูป ในจำนวนนี้มีรูปหนึ่งได้หนีออกนอกประเทศด้วยกรรมวิธีอันไม่ต่างไปจากนักการเมืองที่กระทำผิดไม่ยอมติดคุกอดีตพระพรหมเมธี หรือเจ้าคุณจำนงค์ เคยเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัดเป็นพระชั้นผู้ใหญ่เพียงรูปเดียวที่หลบหนีไปได้เส้นทางการหลบหนีนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ ออกจากประเทศไทยแล้วเข้าไปลาวโผล่ไปเขมร แล้วไปขึ้นเครื่องบินที่เวียดนาม โผล่อีกทีเยอรมนีการหลบหนีไปได้นั้นนอกเหนือการได้ข่าวการจับกุมแบบล่วงหน้า จึงได้มีการเตรียมการเอาไว้อย่างดี มีทีมงานช่วยเหลือจนรอดตัวไปได้ขนาดว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ต้องบินไปล่าอยู่ 2 จังหวัดคือ ไปจังหวัดชายแดนไทย ก่อนข้ามไปลาว ปรากฏคว้าตัวไม่ทัน เพราะเจ้าหน้าที่ ตม.ให้ความร่วมมือจากนั้นก็นำทีมบินไปเยอรมนีตามเบาะแสที่ได้รับว่าเจ้าคุณจำนงค์ไปถึงเยอรมนี ก็ถูกเจ้าหน้าที่ ตม.ควบคุมตัวไว้ตำรวจไทยก็เลยนึกว่าแบบนี้คงสบายไม่รอดแน่ทว่าต้องผิดหวังเชิงตำรวจไทยไม่น้อย เพราะอะไรรู้มั้ยครับ...ก็อย่างที่บอกเอาไว้แต่แรกแล้วว่า มีการวางแผนเตรียมการเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วด้วยการยื่นขอลี้ภัยทันทีเมื่อเป็นแบบนี้ตำรวจไทยเลยควบคุมตัวไม่ได้ เพราะทางการเยอรมนีจะต้องตรวจสอบจากคำร้องต่างๆ ซึ่งจะต้องใช้เวลาถึง 20 วัน แม้จะร้องขออย่างไรก็ไม่ได้ก็ต้องรอลุ้นว่าจะได้ตัวมาลงโทษในไทยหรือไม่?ทำท่าจะกลายเป็นสัจธรรมสำหรับเมืองไทยอย่างที่ว่ากัน“คุกเอาไว้ขังคนจน” เสียกระมัง แต่คนรวยรอด นักการเมืองรอดว่าไปแล้วคดีใหญ่และสำคัญอย่างนี้หากเจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบ มีการวางแผนอย่างเป็นระบบเกาะติดบุคคลที่อยู่ในข่ายกระทำผิดอย่างใกล้ชิดเสียก่อนไม่มีทางรอดไปได้ ยิ่งเป็นพระด้วยแล้วไม่ใช่จะหนีได้ง่ายๆหรือแม้กระทั่งทางการข่าวก็ต้องรับรู้กันในหมู่ลักษณะ “ปิดลับ” ไม่ปล่อยให้นำไปแพร่งพรายได้อย่างที่เกิดขึ้นจุดนี้จึงถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างไม่ควรให้อภัยในสังคมสื่อโซเชียลทุกวันนี้แม้จะมีข่าวจริง ข่าวได้ประโยชน์ แต่ก็มีปัญหาที่เกิดข่าวลือ ข่าวเท็จปรากฏตลอดแทบทุกวันแน่นอนว่ายังมีขบวนการที่ปกป้องบรรดาพระที่กระทำผิดเหล่านี้นอกเหนือจากบรรดาศิษย์ที่เคารพนับถือแล้ว ยังมีขบวนการปกป้องอีกด้วย เพราะเสียผลประโยชน์หากไปพลิกแฟ้มเก่าๆที่ผ่านมา คงพอจะทราบถึงความเกี่ยวพันระหว่างพระเหล่านี้กับวัดดังอย่างธรรมกายทั้งนั้นอิทธิพลเหล่านี้ย่อมช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นธรรมดาขนาดว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอสายเดียวกันตัวเก็งว่าเคยจะขึ้นเป็น ผอ.พศ. ก็เอาด้วย ปล่อยข่าวว่าจะจับพระชั้นผู้ใหญ่อีกหลายวัดจนทำให้เกิดปัญหาขึ้นเพราะแฟ้มข้อมูลของสำนักพุทธนั้นปรากฎเงินทอนวัดลอต 4 นั้น ปรากฏว่าการสอบตัวเลขว่าถูกต้องหรือไม่อีก 8 วัดดังในกรุงเทพฯหากเจ้าหน้าที่รัฐกุมสภาพ “คดี” ไม่ดีพอเดี๋ยวจะเละกันไปอีก.“สายล่อฟ้า”