เรียกว่ายกประโยชน์ให้กับกระแส #MeToo ก็คงจะไม่ผิดนัก จากการประกาศของ เกรทเชน คาร์ลสัน อดีตพิธีกรช่องฟ็อกซ์ นิวส์ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารของกองประกวดมิสอเมริกา เผยว่าก้าวต่อไปของสถาบันนางงามแห่งนี้จะไม่ใช่แค่การประกวด แต่จะเป็นเวทีแข่งขันที่สาวงามจะได้รับการตัดสินอะไรๆที่มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกเกรทเชน คาร์ลสัน เผยว่า เธอได้ยินเสียงจากหญิงสาวจำนวนมากว่าอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการประกวด แต่ติดขัดตรงที่ไม่อยากอวดโฉมด้วยชุดว่ายน้ำหรือชุดราตรีตามขนบดั้งเดิมของเวทีนางงาม ซึ่งนับตั้งแต่ พ.ศ.2464 มิสอเมริกาก็ประกวดชุดว่ายน้ำมาอย่างต่อเนื่อง แต่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกเรื่องคือ สื่อฮัฟฟิงตันโพสต์แฉอีเมลของผู้บริหารชายชุดเดิม ที่คุยโต้ตอบกันสนุกปากด้วยถ้อยความลามกหยาบคายถึงหญิงสาวผู้เข้าประกวด และเกรทเชน คาร์ลสัน ก็ยังถูกผู้ชายเหล่านี้วิจารณ์เช่นกัน ซึ่งมีอีเมลฉบับหนึ่งพาดพิงอดีตนางงามผู้ชนะเลิศคนหนึ่งโดยใช้คำว่า “คันท์ส” (cunts) หมายถึงอวัยวะเพศของผู้หญิง กลายเป็นเรื่องอื้อฉาว ทำเอาคณะผู้บริหารชายทั้งหมดต้องลาออกจากตำแหน่งงานนี้ทำให้คาร์ลสัน กลายเป็นตัวละครที่โดดเด่นมากของขบวนการ #MeToo และการปฏิวัติวัฒนธรรมอเมริกันที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติต่อสตรี ซึ่งก่อนหน้านี้เธอก็มีวีรกรรมเลื่องลือจากการยื่นฟ้องโรเจอร์ เอลส์ อดีตประธานผู้บริหารฟ็อกซ์ นิวส์ ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศในปี พ.ศ. 2559 จนเขาถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่งหลังจากผงาดขึ้นสู่ผู้บริหาร คาร์ลสันต้องการปรับปรุงภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ของมิสอเมริกา และได้พยายามยกเครื่องการปฏิบัติงานขององค์กรด้วยการแต่งตั้งผู้หญิงหลายคนให้ดำรงตำแหน่งในระดับสูง พร้อมประกาศความร่วมมือกับกลุ่ม IGNITE ที่เป็นองค์กรการเมืองด้านสตรี ส่วนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในการประกวดวันที่ 9 ก.ย.2561 ที่เมืองแอตแลนติกซิตี้ เธอเผยว่าบรรดาสาวงามไม่จำเป็นต้องใส่ชุดว่ายน้ำและชุดราตรีอีกต่อไป แถมเปิดโอกาสให้พวกเธอสวมใส่เสื้อผ้าอย่างอิสระที่แสดงออกถึงพรสวรรค์ พลังและความมั่นใจในแบบที่ตนเองเป็น ตอนนี้ในทวิตเตอร์ก็เริ่มมีการติดแฮชแท็ก #ByeByeBikini “ลาก่อนนะจ๊ะบิกินี” กันแล้ว.ภัค เศารยะ