ไฟต์บังคับ แบบฟอร์มเดียวกับรัฐบาลของนักการเมืองจากการเลือกตั้งกับจังหวะย่างก้าวของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ที่มีคิวเดินสายตรวจราชการภาคอีสาน บินลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ติดตามความคืบหน้าโครงการแก้จน ทั้งปัญหาเรื่องน้ำและดินผ้าขาวม้าคาดเอว นั่งรถอีแต๊ก แจกพันธุ์วัวควายให้ชาวบ้าน ย้ำรัฐบาลกำลังทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีและตามฟอร์ม หนีไม่พ้นถูกพวกหมั่นไส้ค่อนขอดว่ากู้สถานการณ์ “ขาลง”แต่ตามเงื่อนไขสถานการณ์มันก็หนีไม่พ้นฟอร์มนี้ ตามจังหวะที่ทีมงาน “นายกฯลุงตู่” กำลังเดินหน้าเข้าสู่ห้วงสถานการณ์เดิมพันท้ายเทอมรัฐบาล คสช.ลุ้นไปต่อช่วงเปลี่ยนผ่านตามกลไกที่วางไว้ในบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญท่ามกลางสภาวการณ์ที่ “ขาค้ำยันหลัก” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เจอแรงกระแทกซ้ายขวา เดี้ยงแล้วเดี้ยงอีกเหมือนมวยเมาหมัด เป๋ไปเป๋มา ลุ้นแค่อยู่ให้ครบยก ไม่โดนกรรมการจับแพ้ก่อนและถึงตอนนี้ปืนใหญ่ย้ายมาล็อกเป้า “จอมยุทธ์กวง” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล “นายกฯลุงตู่” ตามรูปการณ์แบบที่ “รุ่นเก๋าลายคราม” อย่างนายชวน หลีกภัย ประธานกุนซือค่ายประชาธิปัตย์ เคาะสนิม กระโดดออกมาเล่นเองกับมุกร่อนจดหมายเปิดผนึกประจานรัฐบาล “ลุงตู่” ทำคนใต้รายได้หด ทุกภาคเดือดร้อนต้อน “สมคิด” เข้ามุมอับ ผลิตวาทกรรมย้ำปมปากท้อง ดิสเครดิตเชิงบริหารด้านเศรษฐกิจ สกัดแผนปั่นแต้มให้ “นายกฯลุงตู่” ติดลมบนลากยาวหลังเลือกตั้งแถม “นายหัวชวน” ยังแสดงความเก๋าเกมด้วยการสั่งลูกข่ายประชาธิปัตย์ให้เลิกงอแง โวยวายให้ คสช.ปลดล็อกพรรคการเมือง เพราะจะทำให้ประชาชนรู้สึกเบื่อนักการเมืองและเกิดความรำคาญปล่อยให้รัฐบาล คสช.พิจารณาเอง หากเกิดอะไรขึ้นห้ามบอกปัดความรับผิดชอบโชว์รูปมวยเชิงสูงข่มรัฐบาลทหารแบบเนียนๆ ตามเหลี่ยมวิชาของโคตรเซียนทางการเมือง“เชน คัมแบ็ก–ชวน คัมแบ็ก” จึงเป็นเงื่อนไขสถานการณ์ที่แปรผันตรงกับยุทธศาสตร์เกมอำนาจประเทศไทย กับบทของตัวเลือกที่ลงตัวสุด ตามไฟต์บังคับให้นักเลือกตั้งอาชีพ 2 ขั้วใหญ่อย่างประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยต้องกล้ำกลืนฝืนทนจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล เพื่อตัดเส้นทางของ “นายกฯลุงตู่”ดูท่าจะไม่ได้มาแค่เคาะสนิมเล่นๆตามความจำเป็นของยี่ห้อประชาธิปัตย์ที่ต้องเบรกประวัติศาสตร์ไม่ให้ซ้ำรอย “กลุ่ม 10 มกรา” ที่กำลังจะเวียนมาครบรอบ 30 ปี ในบรรยากาศแบบที่ทีมอุ้ม “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กับกองหนุน “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ ขาใหญ่กลุ่ม กปปส.ตั้งป้อมหักดิบวัดกำลัง โดยเฉพาะภายหลังตัวแปรอย่างนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ถึงแก่อนิจกรรมเดิมพันศึกภายในประชาธิปัตย์ยิ่งเร้าจุดแตกหักนักการเมืองอาชีพยี่ห้อประชาธิปัตย์รวมไปถึงค่ายเพื่อไทยก็อยู่ในอาการลำบากไม่แพ้รัฐบาล “ลุงตู่”แต่ดูภาพรวม เทียบกันแล้ว “นายกฯลุงตู่” ก็ยังอยู่ในชัยภูมิที่ดีกว่า ในจังหวะที่ “จอมยุทธ์กวง” ตั้งท่าเดินหน้าอัดฉีดงบประมาณนับแสนล้านกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก แก้ปัญหาปากท้อง อุดจุดบอดที่ถูกนักการเมืองเบิ้ลบลัฟเพื่อต่อยอดกับภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคที่กำลังติดลมบนและบทคนจะเก่งแถมบวกเฮงอีกต่างหากล่าสุด สหภาพยุโรป (อียู) มีมติเห็นพ้องให้ฟื้นคืนการติดต่อทางการเมือง “ทุกระดับ” กับประเทศไทย หลังจากระงับมานาน 3 ปีเพื่อแซงก์ชั่นกดดันกองทัพ โดย คสช.ที่ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยนั่นหมายถึงยุโรปไม่สนเงื่อนไขรัฐบาลทหารไทยอีกต่อไป จึงยอมปลดล็อกแรงเสียดทานยิ่งเอื้อต่อสถานการณ์ที่ “กัปตันสมคิด” กำลังปั้นตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในทุกมิติงานนี้คงได้โอกาสพิสูจน์วรรคทอง “ทำให้คนจนหมดไปจากประเทศไทย” กับที่โดนบลัฟ “ทำคนจนหมดประเทศไทย”ทำเป็นเล่นไป “สมคิด” เข็นครกขึ้นภูเขามาไกลเกินครึ่งทางแล้ว.ทีมข่าวการเมือง