เรื่อง “ถ้าคุณพลอยยังอยู่” ใน “นวทัศน์วรรณคดีศึกษา” ตำราคณะอักษรศาสตร์ ศิลปากร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สายวรุณ น้อยนิมิตร อธิบายเชิงวิชาการว่า คือ “ความยอกย้อน ของมโนทัศน์สัมพันธบท”ผมเข้าใจเอาตามประสา เป็นวิชาเชิงชั้นการเขียนเรื่องล้อเรื่องที่รู้จักกันดี คือสี่แผ่นดินขอตั้งแยกแยะกันไว้ก่อน เรื่องล้อ “ถ้าคุณพลอยยังอยู่” นั้นเป็นเรื่องหลังเรื่องล้อแรก “ถ้าแม่พลอยยังอยู่” ม.ร.ว.อายุมงคล โสณกุล ผู้คุ้นเคยกับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ผู้เขียนเรื่องสี่แผ่นดิน สร้างจินตนาการล้อเหตุการณ์บ้านเมือง ช่วงเวลานั้นไว้“ถ้าแม่พลอยยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้...แกก็เป็นลูกเสือชาวบ้าน...นั่นละ...แม่พลอยละ” ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชวันนั้น ช้อยลงจากรถแท็กซี่ แล้วถือไม้เท้ากระย่องกระแย่ง แต่ยังกระฉับกระเฉงถึงหน้ากระไดเรือนแม่พลอย ก็ลงนั่ง แล้วถัดกระไดอย่างคล่องแคล่ว “พลอย” ช้อยเรียก เมื่อมองเห็นพลอยนั่งตะบันน้ำกินอยู่ในห้อง“เขาปฏิวัติกันอีกแล้วล่ะ รู้ไหม”อาจารย์สายวรุณอธิบายว่า ข้อความนี้แสดงบทบาทของผู้รับ ที่มุ่งล้อตัวบทต้นทาง ซึ่งก็คือถ้อยคำสัมภาษณ์ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ต่อมาก็เชื่อมโยงกับการรัฐประหาร นำไปสู่การแสดงความ จงรักภักดีของแม่พลอยแม้ว่าแม่พลอยจะล่วงเข้าสู่วัยชรา ถึงขั้นตะบันน้ำกินก็ตามเรื่องล้อที่สอง “ถ้าคุณพลอยยังอยู่” จักรกฤษณ์ ดวงพัตรา ผู้เขียนน่าจะมุ่งสนทนากับบทล้อของ ม.ร.ว.อายุมงคล มากกว่าแม่พลอยในสี่แผ่นดิน ประเด็นสนทนาคือการย้ำ ให้เห็นอำนาจของศิลปะว่า อยู่เหนือกาลเวลาแต่จักรกฤษณ์ ก็พยายามจะรักษาภาพลักษณ์ของคุณพลอย ไม่ต่างกับสตรีที่ได้รับการอบรมมาดี พร้อมให้มีความจงรักภักดีชาติ ศาสนา มหากษัตริย์ ดุจเดียวกับนวนิยายเรื่องสี่แผ่นดินบางตอนในบทละครของจักรกฤษณ์คุณช้อย “เรื่องปฏิวัตินี่นะ อย่าตกใจไปนักเลยแม่พลอย ข่าวเค้าว่า คุณเปรมแกหนีไปรวมพลที่เมืองโคราช แล้วก็กำลังจะกลับมายึดกรุงเทพฯ ไม่ช้านี่ล่ะ”คุณพลอย ไม่จริงๆ! ไม่จริง! ไม่จริง!...ไม่น่าเลย คุณเปรม...ฉันไม่เข้าใจอะไรหลายอย่าง ถ้าคุณเปรมยังอยู่ ฉันก็คงจะถามได้ แต่ก็ช่างเถิด ไม่เป็นไร ว่าที่จริงฉันก็เริ่มจะเข้าใจอะไรได้บ้างแล้ว แต่คุณเปรมนะคุณเปรมจะหนีไปหัวเมืองก็ไม่บอกให้ฉันรู้ก่อน ฉันจะอบแพรเพลาะให้เอาไปห่มคุณช้อย...คุณอั้น “คนละเปรม”ตัวบทหลักตอนนี้ นำตัวบทต้นทาง จากสามแหล่งมาผสานกันเหตุการณ์กบฏเมษาฮาวาย พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ หลบหนีไปรวมพลที่นครราชสีมา สี่แผ่นดินตอนแม่พลอยทราบข่าว สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลสวรรคตและความทรงจำที่แม่พลอยมีต่อคุณเปรมผู้เป็นสามีแสดงอารมณ์ขันล้อพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ไปพร้อมกันนี่คืออารมณ์ขันที่พยายามจินตนาการถึงหญิงชราที่มีความ จงรักภักดีอย่างที่สุด และมีความพยายามจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการปกป้องประเทศชาติบ้านเมือง ดุจเดียวกับประชาชนอื่นๆผมอ่านเรื่องล้อสองเรื่องนี้แล้ว ก็พอเข้าใจ ยุค “แม่พลอย” หรือยุค “คุณพลอย” เรื่องปฏิวัติ นานๆทีจะมี ยังเป็นเรื่องอัศจรรย์ เป็นเรื่องแปลกใหม่แต่ถ้า “ย่าพลอย” ยังไม่ตาย อยู่มาได้ถึงวันนี้ ได้ยินข่าวปฏิวัติแล้วปฏิวัติอีก คงเห็นเป็นเรื่องธรรมดา บอกช้อยว่า “ฉันว่าแล้ว” และคงไม่พูดอะไรต่อไปอีก.กิเลน ประลองเชิง