เหลืออีก 2 ฉบับ สู่การเลือกตั้งเป็นทางการแล้วสำหรับกฎหมายลูก 2 ฉบับคือ พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. และ พ.ร.บ.พรรคการเมือง จึงเหลืออีกเพียง 2 ฉบับ คือกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ส. และ ส.ว. ที่ กรธ.กำลังจะ เขียนขึ้นใหม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจึงยังไม่เขียนกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งก่อน แต่ไปเขียนฉบับอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับการเลือกตั้งตรงนี้กระมังที่ทำให้เกิดความสงสัยว่าจะเตะถ่วงการเลือกตั้งแต่ก็เอาเถอะ...เมื่อยืนยันร่วมกันว่า กฎหมายลูกจะเสร็จตามเงื่อนไขเวลาที่กำหนดเอาไว้ ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใดแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่เดินทางไปพบ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้แจ้งต่อผู้นำสหรัฐฯว่าในการเดินหน้าตามโรดแม็ป รัฐบาลจะได้ประกาศวันเลือกตั้งในปี 2561 โดยที่นายทรัมป์ไม่ได้ถามแต่อย่างใดนั่นคงเป็นเพราะผู้นำสหรัฐฯคนนี้ไม่ได้มุ่งเน้นที่จะต้องบีบบังคับประเทศทั่วโลกให้เคารพสิทธิมนุษยชนและความเป็นประชาธิปไตยสากลแต่เขาเน้นว่า “อเมริกาต้องมาก่อน”ดังนั้น การที่นายกฯไทยบอกเขาอย่างนั้น จึงแทบจะไม่มีความหมายแต่อย่างใด เพราะเมื่อบอกไปแล้วก็เข้าใจกันตามนี้โดยไม่ได้มีการถามย้ำการที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกเช่นนั้น ก็คงจะคาดหวังว่าไม่ต้องถาม แต่พร้อมที่ดำเนินการให้เป็นไปตามนั้นอีกทั้งก็เพื่อให้ประชาคมโลกได้รับรู้ ไทยจะมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน ซึ่งจากนี้ไปจะเป็นสิ่งที่บิดพลิ้วไม่ได้อีกแล้วเพียงแต่ว่าเรื่องนี้ได้มีการตีความแตกต่างกันไม่ได้ ฝ่ายรัฐบาลก็พยายามจะบอกว่า การประกาศวันเลือกตั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าปี 2561 จะต้องมีการเลือกตั้ง แต่ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามโรดแม็ปต้องรอให้กฎหมายลูกเสร็จนั่นแหละถึงจะประกาศได้ถ้าเข้าใจตรงกันอย่างนี้ได้ก็จบ...อีกทั้งก่อนการเลือกตั้งใหญ่ยังจะต้องมีการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะได้ว่างเว้นมายาวนาน เนื่องจาก คสช.ใช้วิธีการแต่งตั้งแทนไปก่อนการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นก่อนเลือกตั้งใหญ่จึงเท่ากับว่าเป็นการทดสอบเบื้องต้นสำหรับการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องเป็นการทดสอบความพร้อมในด้านต่างๆ รวมถึงบรรยากาศการเลือกตั้งหลังจากว่างเว้นมานานพอสมควรในทางการเมืองก็จะเป็นสัญญาณว่า ผลการเลือกตั้งที่จะออกมานั้นจะเป็นการวัดความนิยมในส่วนของพรรคการเมืองต่างๆได้พอสมควรเพราะจะเป็นฐานเสียงก่อนที่จะไปสู่การเลือกตั้งใหญ่แน่นอนว่า จะทำให้ คสช.ที่วาดหวังว่าจะให้ พล.อ.ประยุทธ์ไปต่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยเช่นกันแม้กระทั่งเรื่องความปรองดองที่จะพิสูจน์ได้เช่นกันเชื่อว่าพรรคการเมืองต่างๆก็คงจะใช้การเลือกตั้งท้องถิ่นนี่แหละ ที่จะเป็นตัวชี้วัดคะแนนนิยมของพรรคไปในตัวอีกด้วยที่สำคัญก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กฎหมายลูกต่างๆที่จะออกมานั้น จะมีผลต่อการคาดหวังว่าทำให้การเมืองดีขึ้นนั้นการปฏิรูปการเมืองจะมีผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน.“สายล่อฟ้า”