ศ.นพ.ประเวศ วะสี“ประชาชนถนอมรักตำรวจ.... ตำรวจถนอมรักประชาชน” ในสภาวะบ้านเมืองกำลังเร่งปฏิรูปรอบทิศ “ปฏิรูปตำรวจ” ...เป็นอีกมุมมองสำคัญของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ที่สะท้อนแนวคิดไว้น่าสนใจ“จะทำอะไรให้มีพลัง ต้องเริ่มด้วยความฝันใหญ่”เจ้าชายสิทธัตถะมีจินตนาการใหญ่ว่า “มนุษย์พ้นทุกข์ได้” แต่ไม่ทรงมีความรู้ดังที่ไปลองผิดลองถูกอยู่ 6 ปี แต่จินตนาการใหญ่ก่อให้เกิดฉันทะวิริยะอย่างแรงกล้าที่จะแสวงหาความรู้มาทำให้สำเร็จสัมพันธภาพใหม่...ในการประชุมเรื่องปฏิรูประบบยุติธรรมคราวหนึ่ง ชาวบ้านที่ฉะเชิงเทรากลุ่มที่ทำงาน “ความยุติธรรมชุมชน” พาสมาชิกมาเล่าเรื่องในกลุ่มสมาชิกความยุติธรรมชุมชนมีตำรวจด้วย ชาวบ้านรัก ตำรวจมาก และตำรวจก็รักชาวบ้าน เพราะเป็นสัมพันธภาพทางราบในสัมพันธภาพทางดิ่ง หรือสัมพันธภาพเชิงอำนาจ ผู้คนจะมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน มีความไม่ถูกต้อง และมีความบีบคั้นมาก เป็นทุกขสัมพันธ์ แต่ในความสัมพันธ์ทางราบที่เกิดจากการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ หรือเรียกว่ามีความเป็นชุมชน ผู้คนจะรักกันมาก มีความสร้างสรรค์และมีความสุข จิตแพทย์อเมริกันที่ชื่อ Scott Peck ใช้คำว่า...มีความสุขประดุจบรรลุนิพพาน ความสัมพันธ์ทางราบ...จึงเป็นสุขสัมพันธ์“ในโครงสร้างทางดิ่ง ชาวบ้านจะเกลียดตำรวจ แต่ในโครงสร้างทางราบที่ตำรวจเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ชาวบ้านจะรักตำรวจมาก ดังที่เล่ามาข้างต้น...การสร้างอนาคตประเทศไทย ต้องคำนึงถึงสัมพันธภาพใหม่”พุ่งเป้าไปที่...“ระบบความยุติธรรม” และ “ความปลอดภัย” ที่มีฐานกว้าง ศ.นพ.ประเวศ ย้ำว่า ระบบความยุติธรรมภาครัฐที่รวมศูนย์ในแนวดิ่ง อันได้แก่ ตำรวจจับ–อัยการส่งฟ้อง–ศาลตัดสิน เป็นภาระหนักแก่ทุกฝ่าย ตำรวจก็ทำงานไม่ไหว อัยการก็ทำงานไม่ไหว ศาลก็ทำงานไม่ทัน คดีคั่งค้างใช้เวลานาน“การที่ทุกฝ่ายยอมรับภาระหนักเกิน ต้องทำงานรีบเร่ง ย่อมกระทบต่อคุณภาพ และในระบบความยุติธรรมทางดิ่งเช่นนี้ ราษฎรที่ยากจนยากที่จะได้รับความเป็นธรรม เพราะจะเอาเวลาและเงินทองที่ไหนมาสู้คดี”ชุมชนเป็นระบบการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ซึ่งดำรงอยู่ช้านานถึง 10,000 ปี ในระบบชุมชน หลายฝ่ายช่วยกันดูแลเรื่องความเป็นธรรม เช่น เพื่อนบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ พระ ครู ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านแต่...เมื่อรัฐรวมศูนย์อำนาจ เอาหน้าที่ต่างๆที่ชุมชนเคยทำไปให้ระบบรัฐทำ ภาระก็ท่วมท้นทำไม่ไหว และทำได้ไม่ดี เมื่อก่อนหากจะมีกรณีความขัดแย้งในชุมชน กลไกในชุมชนก็จะทำงาน แต่เมื่อชุมชนหมดบทบาทลง มีอะไรนิดหน่อยก็ต้องไปฟ้องตำรวจ เป็นเช่นนี้ทั้งประเทศ ตำรวจจะทำงานไหว และทำให้ดีได้อย่างไรในการคิด “ปฏิรูประบบตำรวจ” ต้องควบไปกับการปฏิรูปให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งให้สามารถจัดการตนเองมากที่สุด ลดภาระของอำนาจส่วนกลาง ชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็งน่าจะจัดการเรื่องของตนเองไปได้เกือบทั้งหมด รวมทั้งเรื่องความยุติธรรมและความปลอดภัยยามของชุมชนก็คือตำรวจของชุมชน นั่นเอง แต่รับผิดชอบต่อชุมชนมากกว่า เพราะกินเงินเดือนค่าจ้างจากชุมชน ถ้าไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้มีการลักขโมย ชุมชนก็จะปลดออก เปลี่ยนผู้ทำหน้าที่เสียใหม่ในขณะที่ตำรวจที่ขึ้นกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องเอาใจ ผบ.ตร. มากกว่าเอาใจชุมชนฉะนั้นควรให้ ชุมชนท้องถิ่นจัดการเรื่องความปลอดภัยของตนเอง โดยทุกชุมชนเป็นชุมชนปลอดภัย ทุกตำบลเป็นตำบลปลอดภัย ไม่มีการข่มขืน ฆ่า จี้ ปล้น โดยจัดให้มีอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ของชุมชนท้องถิ่นที่มีคุณภาพเป็นผู้ดูแลตรวจตราตลอดเวลาทุกพื้นที่“การดูแลความปลอดภัยของตนเองโดยชุมชนท้องถิ่น จะลดภาระตำรวจลงได้เป็นอันมาก ควรลดภาระที่ไม่จำเป็นของตำรวจลงให้มากที่สุด โดยให้คนอื่นทำงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิชาชีพตำรวจ”ถึงตรงนี้ ควรที่...“ตำรวจ” มีเงินเดือนสูงกว่าอาชีพอื่น?ที่ประเทศญี่ปุ่น อาชีพต่างๆจะมีรายได้ใกล้เคียงกัน แต่ตำรวจจะมีเงินเดือนสูงกว่า เพราะต้องพิถีพิถันคัดเลือกเป็นพิเศษ...คนที่จะเป็นตำรวจต้องผ่านการคัดเลือกเป็นพิเศษ และได้รับการฝึกอบรมอย่างดีที่สุด ให้มีความสามารถและความรับผิดชอบสูง...มีความเป็นวิชาชีพ (professional) ที่สามารถป้องกันและระงับความรุนแรง โดยใช้สันติวิธีอย่างมากที่สุด สามารถจับกุมผู้ทำผิดกฎหมายโดยไม่เลือกหน้าดำรงความเป็นอิสระ มีเกียรติ และมีศักดิ์ศรี ไม่มีใครมาใช้อิทธิพลสั่งให้ทำการโดยอคติได้ตำรวจต้องส่งเสริมสนับสนุนระบบความปลอดภัยที่ดำเนินการโดยชุมชนท้องถิ่น และมีส่วนร่วมในความยุติธรรมทางราบ หรือความยุติธรรมชุมชนที่กล่าวถึงข้างต้น โดยวิธีนี้ประชาชนจะถนอมรักตำรวจและตำรวจจะถนอมรักประชาชน ตำรวจจะมีความสุข ไม่ตกอยู่ในความบีบคั้นจนมีการฆ่าตัวตายด้วยจำนวนมากอีกต่อไป“เพื่อให้ตำรวจในแต่ละจังหวัดมีความเป็นอิสระ มีเกียรติ และมีศักดิ์ศรี ไม่มีใครมาสั่งซ้ายหัน ขวาหัน หรือให้ทำการโดยมิชอบ จึงควรมีการปกครองตนเอง โดยมี สำนักงานคณะกรรมการตำรวจจังหวัด เป็นผู้ดูแล โดยมีองค์ประกอบของคณะกรรมการแบบพหุภาคีอย่างเหมาะสม งบประมาณมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐบาลควรออกกฎหมายเพิ่มสัดส่วนงบประมาณท้องถิ่น เพื่อความเข้มแข็งของท้องถิ่น”สำหรับ “สำนักงานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ”...โดยที่ตำรวจควรมีอิสระ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้โดยไม่มีอิทธิพลมาสั่งซ้ายหัน ขวาหัน หรือให้ทำการโดยมิชอบตำรวจจึงไม่ควรมีการจัดการองค์กรแบบกองทัพ เพราะตำรวจไม่ใช่กองทัพ“ถ้ามีการจัดองค์กรรวมศูนย์แบบกองทัพ จะทำให้การเมืองเข้ามายุ่งกับตำรวจ และตำรวจเข้าไปเล่นการเมือง ไม่สามารถดำรงความเป็นธรรมได้”กรมตำรวจจึงควรมีความเป็นอิสระ กระจายอำนาจมีวิชาการสูง ทำงานโดยเป็นภาคีกับชุมชนท้องถิ่นและสังคม...ในแต่ละจังหวัด จึงควรมีสำนักงานคณะกรรมการตำรวจเป็นผู้ดูแล...ในส่วนกลางสำนักงานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ ไม่รวมศูนย์บริหารตำรวจทั่วประเทศ แต่ทำหน้าที่สนับสนุนเชิงนโยบายและเชิงวิชาการ“เชิงวิชาการนั้นผู้ที่จะเป็นตำรวจต้องได้รับการฝึกอบรมดีที่สุด และมีวิชาการที่จะใช้ในการสืบสวนสอบสวน และป้องกันอาชญากรรมอย่างดีที่สุด หน้าที่เชิงนโยบายนั้นต้องใช้สติปัญญาอย่างสูงสุด...ที่จะทำให้ระบบตำรวจทั้งประเทศสามารถอำนวยความยุติธรรม ความเป็นธรรม และพิทักษ์สันติราษฎร์ได้อย่างแท้จริง มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เป็นที่รักของประชาชน”ประเทศไทยมีโครงสร้างอำนาจมาก แต่โครงสร้างสมองน้อย… การปฏิรูปประเทศไทยที่สำคัญคือ “ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ”กระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่น และองค์กรในพื้นที่ ส่วนกลางปรับตัวจากการใช้อำนาจสั่งการ มาเป็นกลไกทางสมอง...ทำหน้าที่เชิงนโยบายและวิชาการ ซึ่งได้ผลมากกว่าไปใช้อำนาจบริหารโดยไม่จำเป็น แต่เสียประโยชน์มากกว่าเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง“การปฏิรูปตำรวจ” ในครั้งนี้ จึงควรคำนึงถึงการกระจายอำนาจไปสู่องค์กรในพื้นที่.