อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยังมีความห่วงใยองค์กรเขียนมา ฝากถึงรัฐบาลในแนวคิดในการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีบอกว่า ตำรวจเป็นหน่วยงานใหญ่ ทุกย่างก้าว ทุกหน้าที่ของตำรวจ ล้วนเกี่ยวข้องกับประชาชนการเปลี่ยนแปลงตำรวจ นอกจากมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจกว่า 2 แสนนาย ที่ต้องทำงานภายใต้โครงสร้างใหม่ และยังมีผลกระทบโดยตรงกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งหมดคนที่จะมา “ปฏิรูป” แก้ปัญหาของตำรวจ จึงต้องมีความเข้าใจปัญหา มีความเป็นกลาง ไม่มีอคติไม่คิดทำอะไรตามใจหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน เข้าพบเพื่อเสนอแนวทางร่วมวางนโยบาย แนวทางการดำเนินงานปฏิรูปตำรวจ ให้โจทย์ 3 ข้อข้อแรก ตำรวจควรสังกัดที่ใด โครงสร้างที่มีอยู่มีอะไรที่ต้องกระจายออกไปข้อสอง กระบวนการยุติธรรม อำนาจการสอบสวน จะทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นอย่างไรข้อสุดท้าย การบริหารงานบุคคล การคัดกรองคน การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นงานใหญ่ ที่ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะปฏิรูปตำรวจ ต้องเร่งสะสางพล.อ.บุญสร้างบอกมีเรื่องด่วนที่ต้องรีบวางหลักเกณฑ์ การแต่งตั้งโยกย้าย ซื้อขายตำแหน่งต้องหมดไป อำนาจส่วนกลางจะต้องกระจายลงไปพื้นที่ตามความเหมาะสม และเกิดประโยชน์อย่างที่สุดส่วนตัวเชื่อมั่นในคณะกรรมการทุกคน ที่คัดมาล้วนเป็นคนดีๆ หลากหลายอาชีพ เชี่ยวชาญไม่ใช่พวกคิดสุดโต่งทำให้ตำรวจได้ผ่อนคลายจากคณะกรรมการชุดใหม่ โดยเฉพาะ พล.อ.บุญสร้าง ที่แสดงความเข้าใจงานของตำรวจ ไม่ได้ทำเพื่อเอาชนะ ไม่ใช่เอาทหารมาล้างตำรวจ แต่ปฏิรูปแล้วจะทำให้คนส่วนใหญ่พอใจ ทำให้ตำรวจดีขึ้น และตำรวจทำงานได้ ไม่ต้องกลับไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของหน่วยอื่นที่ไม่เข้าใจงานตำรวจข้อดีคือ การเปิดกว้างของ พล.อ.ประยุทธ์ ให้รับฟังความคิดเห็นจากตำรวจทุกชั้นยศ สื่อ ประชาชน และให้เชิญอดีต อ.ตร. และ ผบ.ตร.มาให้ความคิดเห็นแนวทางการปฏิรูปในส่วนของตำรวจที่คิดกันมาก่อนเป็นความหวังดีของรัฐบาลที่ต้องการเห็นองค์กรตำรวจดีขึ้นตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และทำให้ตำรวจได้รับการดูแลเงินเดือนและสวัสดิการผ่านคณะกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ รู้จักแยกแยะ เป็นกลาง ไม่ทำงานแบบมีธง ไม่อคติถ้าเอาพวกสุดโต่งมาแก้ รับรองได้เลยว่าพัง.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th