ฤดูกาลเพาะปลูกข้าวโพดฝักสด ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดเทียน และข้าวโพดข้าวเหนียว เริ่มขึ้นแล้ว...กรมวิชาการเกษตร เตือนให้เกษตรกรหมั่นสังเกตอาการโรคราน้ำค้างมักจะแสดงอาการให้เห็นได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มเพาะปลูก ...บริเวณยอดใบข้าวโพดจะมีสีเหลืองซีด หรือใบลายเป็นทางสีเขียวอ่อนสลับเขียวแก่และในบางครั้งจะพบยอดข้าวโพดแตกเป็นพุ่ม ต้นแคระแกร็น เตี้ย ข้อถี่ ไม่มีฝักหรือมีฝักขนาดเล็ก ก้านฝักมีความยาวมาก หรือมีจำนวนฝักมากกว่าปกติ แต่ฝักจะไม่สมบูรณ์ มีจำนวนเมล็ดน้อย หรือไม่มีเมล็ดเลยโรคนี้จะพบได้บ่อยในแหล่งที่เคยมีการระบาดมาก่อน เมื่อสภาพแวดล้อมเป็นใจ เช่น มีอุณหภูมิต่ำ ความ ชื้นในอากาศสูง โรคจะกำเริบขึ้นมาได้ทันทีวิธีการป้องกันกำจัด เมื่อข้าวโพดมีอายุ 5-7 วัน ควรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดด้วย สารไดเมโทมอร์ฟ 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารเมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ให้ฉีดพ่นทุก 7 วัน ติดต่อกัน 3-4 ครั้งในฤดูเพาะปลูกถัดไป เกษตรกรควรเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดที่ปลอดโรค และคลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูกด้วย สารเมทาแลกซิล 35% ดีเอส อัตรา 7-10 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม หรือ สารเมทาแลกซิล–เอ็ม 35% อีเอส อัตรา 3.5 มิลลิลิตรต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัมและให้หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวโพดในฤดูที่มีการระบาดของโรครุนแรงส่วนกรณีเริ่มพบการระบาด ให้ถอนต้นกล้าข้าวโพดที่แสดงลักษณะอาการของโรคไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันทีเนื่องจากการพ่นสารป้องกันกำจัด หลังจากต้นข้าวโพดอายุได้ 20 วันไปแล้ว จะไม่สามารถป้องกันกำจัดโรคนี้ได้.สะ–เล–เต