“อีริคสัน” คาดสิ้นปี 2563 จะมีผู้ใช้ 5G ทั่วโลกถึง 190 ล้านราย และเพิ่มเป็น 2,800 ล้านราย ในปี 2568 โดยในอาเซียน และโอเชียเนีย จะมีผู้ใช้สมาร์ทโฟน 5G 270 ล้านราย
5G รองรับโลกเปลี่ยนแปลงหลังโควิด-19
นางนาดีน อัลเลน ประธาน บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด แถลงข่าวผ่านแอปพลิเคชันประชุม Microsoft Teams วันนี้ (22 มิ.ย.2563) ว่า โควิด-19 ทำให้พฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวัน และการทำงานของผู้คนทั่วโลกเปลี่ยนไป และเห็นความสำคัญในการใช้บริการสื่อสารโดยเฉพาะระบบ 5G มากขึ้น โดยสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ดังนี้
1.ผู้บริโภคต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้น
2.รูปแบบค้าขายที่มีเทคโนโลยีมาช่วย เช่น เดลิเวอรี่ โดยมีโดรน หรือพาหนะไร้คนขับมาช่วย
3.สถานที่ทำงาน ที่อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ เช่น การทำงานที่บ้าน
4.นำเทคโนโลยีใช้ทางการแพทย์ การปรึกษาด้านสุขภาพทางออนไลน์
5.บริการโดยให้ประสบการณ์เสมือนจริงมาใช้ในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากอีริคสัน คอนซูเมอร์ แล็บ ที่สำรวจพบว่า ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาผู้บริโภคมีการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน ทั้งการหารายได้ ช็อปปิ้ง ทำงาน เรียนหนังสือมากขึ้น เช่น 28% ของกลุ่มผู้บริโภคมิลเลนเนียม ระบุว่า ระบบสื่อสารเทคโนโลยี ทำให้รายได้ของพวกเขาดีขึ้น 74% ของผู้มีที่อายุ 60 ปี ระบุว่าระบบสื่อสารทำให้เขาสามารถพูดคุยกับครอบครัวได้ และ 2 ใน 3 ของกลุ่มทำงาน บอกว่าระบบสื่อสารทำให้ทำงานได้ขึ้น
โดยรวมมีการใช้งานระบบสื่อสารผ่านสาย เพิ่มขึ้น 2.5 ชั่วโมงต่อวัน และไร้สายเพิ่มขึ้น 1 ชั่วโมงต่อวัน มีการใช้บริการสตรีมมิ่งมากขึ้น ดูละคร ดูหนังออนไลน์ เพิ่มขึ้น 20-120% และการโทรเพิ่มขึ้น 20-70%
...
ปี 2563 ผู้ใช้ 5G ทั่วโลก 190 ล้านราย
จากความต้องการนี้ รายงานของอีริคสัน (Ericsson Mobility Report) ประจำเดือนมิถุนายน 2563 สรุปได้ว่าจำนวนผู้ใช้ 5G จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าสิ้นปีนี้มีผู้ใช้ทั่วโลกสูงถึง 190 ล้านราย และ 2,800 ล้านรายภายในสิ้นปี 2568
ภูมิภาคที่จะมีสัดส่วนผู้ใช้ 5G เพิ่มขึ้นสูงคือ อเมริกาเหนือ ประมาณ 74% ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมด รองลงมาคือเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้ใช้ 5G 60% ยุโรปตะวันออก 55% ส่วนในอาเซียน และโอเซียเนีย มีประมาณ 21% โดยประเมินว่าผู้ใช้ 5G จะใช้งานดาต้า สูงกว่า 4G ถึง 2.6 เท่า
ทางด้านปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียจะสูงถึง 25GB ภายในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 33% ต่อปี หรือโดยรวมจะสูงถึง 25 EB (Exabyte หรือ เอกซาไบต์) ต่อเดือน จากปกติที่ 3.2 EB ต่อเดือน หรือมีอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 40% ต่อปี
สำหรับเม็ดเงินที่จะเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี 5G ทั่วโลกจะสูงถึง 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เฉพาะในอาเซียนจะมีสูงถึง 41,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเกิดจากกลุ่ม อุตสาหกรรมสุขภาพ การผลิต พลังงาน และสาธารณูปโภค
ทั้งนี้ ประเทศไทยเปิดให้บริการ 5G เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยนายวุฒิชัย วุติอุดมเลิศ หัวหน้าฝ่ายเน็ตเวิร์กโซลูชัน บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้โควิด-19 จะทำให้การลงทุนในประเทศไทยชะลอตัวบ้าง แต่ความต้องการใช้งานสื่อสารยังมากขึ้น ผู้บริโภคจึงคาดหวังจะมีการวางเครือข่าย 5G เร็วขึ้น