ไลฟ์สไตล์
100 year

มองสตาร์ทอัพเกาหลีผ่านสายตานักวิชาการเกาหลี จุดแข็งและจุดอ่อน : บทสัมภาษณ์ ผศ.ฮันนา จ็อน

ไทยรัฐออนไลน์
27 ม.ค. 2564 16:17 น.
SHARE

มองสตาร์ทอัพเกาหลีผ่านสายตานักวิชาการเกาหลี จุดแข็งและจุดอ่อน : บทสัมภาษณ์ ผศ.ฮันนา จ็อน

ไทยรัฐออนไลน์

27 ม.ค. 2564 16:17 น.

หลังจากซีรีส์เกาหลี Start-Up (นำแสดงโดย นัม-จูฮย็อก, แพ ซูจี และ คิม ซ็อน-โฮ) ฉายทางเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา กลุ่มคนดูชาวไทยหลายคนนอกจากจะตื่นตาตื่นใจเสน่ห์ของพระรองจนกลายเป็นขวัญใจดาวรุ่งคนใหม่แล้ว ก็ตื่นเต้นไปกับหน้าตาของแวดวงสตาร์ทอัพในเกาหลีใต้ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึงเท่าไรนักในสื่อกระแสหลัก นำไปสู่ความสงสัยว่า จริงๆ แล้ว ในมุมมองของคนเกาหลี เขามองแวดวงสตาร์ทอัพของตัวเองฟู่ฟ่าอย่างที่เห็นในละครไหม มีอะไรที่ละครไม่ได้พูดถึงหรือเปล่า ไม่แน่ว่าเรื่องเหล่านี้อาจสะท้อนปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นในวงการสตาร์ทอัพไทยเหมือนกัน

หนึ่งในผู้ที่จะตอบคำถามนี้ได้ คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ฮันนา จ็อน อาจารย์ประจำสาขาวิชา International Business บัณฑิตวิทยาลัยนานาชาติศึกษา มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา และผู้อำนวยการ Center for Global Social Responsibility (CGSR) ที่นอกจากจะเข้าใจภาพรวมของแวดวงธุรกิจในเกาหลีแล้ว ยังเข้าไปคลุกคลีกับบรรดาสตาร์ทอัพในปัจจุบัน จนมองเห็นทั้งด้านดี และด้านที่ยังน่าเป็นห่วง ภายใต้พื้นผิวที่ดูสวยงามรุ่งเรืองของวงการสตาร์ทอัพในเกาหลีใต้

Q: คำถามแรกเลย บรรยากาศในการทำธุรกิจในเกาหลีใต้นั้นเป็นมิตรกับสตาร์ทอัพจริงเหมือนที่เราเห็นในละครไหม

ก็ขึ้นอยู่กับว่าถามคำถามนี้กับใคร หรือเรากำลังพูดถึงสตาร์ทอัพประเภทไหนกันอยู่นะคะ แต่ถ้าพูดถึงการให้ทุนสนับสนุน ตอนนี้ก็มีทุนอยู่จำนวนหนึ่งสำหรับสตาร์ทอัพที่อยู่ในขั้นเพิ่งเริ่มต้น และมีรายการแข่งขันต่างๆ ซึ่งมักจะได้รับเงินสนับสนุนจากบริษัท มูลนิธิ และภาครัฐ นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มระดมทุนต่างๆ อย่างเช่น Wadiz ซึ่งเป็นที่ที่คนทั่วไปก็สามารถเข้าไปหาโอกาสลงทุนในไอเดียดีๆ ของเหล่าสตาร์ทอัพได้เหมือนกัน

เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 รัฐบาลได้กันงบจำนวนหนึ่งมาเพื่อช่วยพยุงการเติบโตของวงการสตาร์ทอัพเกาหลี สร้างสตาร์ทอัพใหม่ๆ และยังสนับสนุนให้เกิด “ยูนิคอร์น” เพิ่มขึ้น มหาวิทยาลัยหลายๆ แห่งพยายามทำให้คณะต่างๆ กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะไอเดียสตาร์ทอัพให้เกิดขึ้นในหมู่นักศึกษา

แต่การให้ทุนหรือการแข่งขันเหล่านี้ก็เป็นเหมือนดาบสองคมนะคะ อาจจะมีสตาร์ทอัพบางเจ้าที่ได้เงินทุนมาจากหลายๆ แหล่งพร้อมกัน ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณกำลังให้ทุนกับสตาร์ทอัพจำนวนน้อยกว่าที่คิดเมื่อมองในภาพรวม และยังมีภาระด้านการจัดการที่พ่วงมากับการให้ทุน อย่างเช่นการตระเตรียมเอกสารการสมัคร การติดตามผลการดำเนินงาน และการจัดทำรายงาน นอกจากนี้ การเตรียมตัวเพื่อเข้าร่วมรายการแข่งขันบางครั้งก็อาจจะดันทำให้สตาร์ทอัพว่อกแว่ก ไม่โฟกัสกับธุรกิจหลักที่พวกเขากำลังทำอยู่เท่าที่ควร

สำหรับในเกาหลี โอกาสที่สตาร์ทอัพจะได้เข้าถึงการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ (Mentor) หรือการสร้างเครือข่ายอาจจะยังจำกัดอยู่ โดยเฉพาะหากไม่ได้เข้าร่วมโครงการที่เป็นทางการต่างๆ ซึ่งเมื่อเทียบกับแวดวงสตาร์ทอัพในที่อื่นๆ อย่างเช่น ซิลิคอนวัลลีย์ หรือบอสตัน ที่นั่นมีการสร้างเครือข่ายกันระหว่างสตาร์ทอัพ นักลงทุน และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ กันอย่างคึกคักเป็นเรื่องปกติ และความแตกต่างนี้จะยิ่งชัดเข้าไปอีกเมื่อเราเปรียบเทียบระหว่างสตาร์ทอัพในกรุงโซลกับสตาร์ทอัพที่ตั้งอยู่นอกโซล

Start-Up ซีรีส์สุดร้อนแรงของปี 2020
Start-Up ซีรีส์สุดร้อนแรงของปี 2020

ข่าวแนะนำ

Q: อะไรเป็นแรงผลักที่ทำให้รัฐบาลเกาหลีเริ่มเน้นไปที่นโยบายส่งเสริมการสร้างสตาร์ทอัพ ประเทศเกาหลีใต้ต้องการสตาร์ทอัพเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน

คิดว่าเหตุผลที่สำคัญที่สุดคือการสร้างตำแหน่งงาน โดยเฉพาะงานสำหรับคนรุ่นใหม่ ตัวอย่างแรกๆ คือการออกกฎหมาย พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise Promotion Act (ประกาศเป็นกฎหมายเมื่อเดือนธันวาคม 2006 และมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2007) ซึ่งเชื่อมโยงการสร้างตำแหน่งงานผ่านการสนับสนุนงานบริการเพื่อสังคม แทนที่จะอยู่ใต้การควบคุมของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ นโยบายนี้อยู่ใต้กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (Ministry of Employment and Labor)

การว่างงานของคนรุ่นใหม่ถือเป็นปัญหาสำคัญมาก ลำพังโอกาสหางานในบริษัทต่างๆ นั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการเหล่านี้ การสร้างตำแหน่งงานให้กับเหล่าคนรุ่นใหม่เป็นประเด็นทางสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน บรรษัทหลายๆ แห่งเองก็เริ่มเข้าช่วยเหลือโดยการให้ทุนกับสตาร์ทอัพหน้าใหม่ๆ (โดยเฉพาะผู้ประกอบการรุ่นเยาว์) นี่เป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมมหาวิทยาลัยหลายแห่งถึงพยายามสร้างโอกาสจากสตาร์ทอัพกันขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม อัตราการล้มเหลวของสตาร์ทอัพก็สูงมาก ไม่เฉพาะในเกาหลี แต่ทั่วโลกก็เป็นแบบนี้ หากเป้าหมายของการสร้างสตาร์ทอัพนั้นคือ การสร้างงาน นี่ก็จะนำไปสู่ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในที่สุด เพราะแม้ว่านโยบายนี้จะสามารถปลุกปั้นให้สตาร์ทอัพผุดขึ้นมาได้แบบสังเคราะห์ (เพราะถ้าว่ากันจริงๆ พวกเขาก็ไม่สามารถอยู่รอดด้วยตัวเอง) ตัวเลขมันอาจจะออกมาดูดีก็จริง โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องทำให้การใช้งบของรัฐบาลหรือบริษัทออกมาดูสมเหตุสมผล แต่อัตราการล้มเหลวของสตาร์ทอัพนี่แหละ ที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะมหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเหล่านักศึกษาที่จะได้ลองทดสอบไอเดียของตัวเอง ล้มเหลว แล้วลองใหม่

ในเกาหลี ระดับการยอมรับต่อความล้มเหลวนั้นต่ำมาก หากเรามองไปบรรดารายชื่อสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก จะเห็นว่าสตาร์ทอัพเหล่านั้นประกอบไปด้วยคนที่มีความสามารถโดดเด่น แต่สำหรับในเกาหลีแล้ว มีคำพูดที่เชื่อกันอย่างแพร่หลายว่าหากคุณทำอะไรก็ไม่ได้เรื่องสักอย่าง คุณถึงควรหันมาลองทำสตาร์ทอัพ นี่เป็นทัศนคติที่อันตรายมากๆ และบั่นทอนความสำเร็จ ฉันคิดว่าจะมุมมองแบบนี้ต้องเปลี่ยนได้แล้ว นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าแรงขับเบื้องหลังการสนับสนุนงบของรัฐบาลให้กับสตาร์ทอัพนั้นมาจากความประสงค์ “ดี” แต่ผลที่ออกมาอาจจะทำให้สตาร์ทอัพเหล่านี้พึ่งพารัฐมากเกินไป ซึ่งนั่นจะกลายเป็นผลเสียในระยะยาว เพราะมันดันไปลดทอนจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการ แต่ในอนาคต เงินทุนภาคเอกชนที่เข้ามาลงทุนในสตาร์ทอัพอาจจะช่วยเป็นแรงต้านทานอิทธิพลจากเงินสนับสนุนและนโยบายของภาครัฐก็เป็นได้

เมื่อเร็วๆ นี้เอง หนึ่งในแรงขับเคลื่อนนโยบายปลุกปั้นสตาร์ทอัพมาจากการเป็นความภาคภูมิใจของชาติ (โดยเฉพาะเมื่อคุณมองไปที่ “K-Startup” หรืออะไรทำนองนั้น) และฉันก็คิดว่ารัฐบาลพุ่งเป้าไปที่การสร้างยูนิคอร์นเป็นหลัก แต่ลักษณะของสตาร์ทอัพบางแห่งอาจไม่สามารถขยายขนาดกิจการไปถึงระดับนั้นได้ ซึ่งนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีคุณค่าหรือไม่ประสบความสำเร็จนะ

Q: ถ้าพูดถึงเศรษฐกิจเกาหลี ใครๆ ก็คงอดนึกถึงบรรดากลุ่มบริษัทใหญ่ (Chaebols) ไม่ได้ สตาร์ทอัพในเกาหลีเจอปัญหาการทำธุรกิจจากอิทธิพลของแชโบลบ้างหรือเปล่า

คำตอบคือทั้งใช่และไม่ ในด้านหนึ่ง แชโบลเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนรายใหญ่เบอร์ต้นๆ ของเหล่าสตาร์ทอัพ ทั้งสนับสนุนผ่านการให้ทุนสตาร์ทอัพหน้าใหม่ โดยเฉพาะการให้เงินผ่านมูลนิธิในเครือบริษัทแชโบล เช่น มูลนิธิช็องมงกูของกลุ่มบริษัทฮย็อนแดมอเตอร์ (Hyundai Motor) ที่จัดรายการประกวดคัดเลือกสตาร์ทอัพที่ประกอบกิจการเพื่อสังคม ชื่อ H-On Dream หรือบางแห่งอาจสนับสนุนผ่านเป้าหมายหรือปรัชญาของบริษัท เช่น SK ก็กระตือรือร้นในการทำกิจกรรมที่สร้างคุณค่าเชิงสังคมและลงทุนให้กับเหล่าสตาร์ทอัพจากการผลักดันของประธานบริษัท ชเว แท-วอน หรือแชโบลบางแห่งก็ลงทุนในสตาร์ทอัพผ่านองค์กรลูกที่เน้นไปที่ด้านการลงทุนโดยเฉพาะ เช่น Samsung Venture Investment และ Samsung Next

แต่ความท้าทายของสตาร์ทอัพหลายๆ แห่งก็คือในเมื่อแชโบลหรือบริษัทใหญ่อื่นๆ คุมตลาดส่วนใหญ่ไว้แล้ว (รวมไปถึงการดึงดูดแรงงานทักษะสูงเอาไว้กับตัว) การจะตามหาโอกาสทางธุรกิจทำกำไรที่มีเพียงลักษณะองค์กรแบบสตาร์ทอัพเท่านั้นที่จะเข้าถึงได้ ก็กลายเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย

ภาพจากซีรีส์ Start-Up
ภาพจากซีรีส์ Start-Up

Q: เมื่อดูจากสถิติแล้ว ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพในเกาหลีมีผู้หญิงเป็นเปอร์เซ็นต์จำนวนน้อยมาก ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

อาจเกิดจากหลายๆ สาเหตุรวมกัน หนึ่งในนั้นอาจเป็นเพราะผู้หญิงบางคนไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการทำสตาร์ทอัพและฉันว่านั่นก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหากเป็นเพราะผู้ประกอบการหญิงไม่สามารถก่อตั้งสตาร์ทอัพได้เพราะติดขัดจากนโยบายบางอย่าง อันนั้นถึงจะเป็นปัญหา

อย่างไรก็ตาม ฉันยังไม่เห็นว่ามีนโยบายอะไรในเกาหลีที่สร้างอุปสรรคให้กับผู้หญิงในวงการสตาร์ทอัพ และที่จริงแล้วการแข่งขันหลายๆ เวทีกลับให้คะแนนพิเศษแก่ทีมที่มีความหลากหลายทางเพศด้วยซ้ำ เหตุผลอื่นอาจเป็นเพราะผู้หญิงไม่ค่อยติดตามเรื่องราวโอกาสในวงการสตาร์ทอัพ หรือไม่มีเครือข่ายสนับสนุนที่แข็งแรงพอ บุคลิกของแต่ละคนเองก็ส่งผลต่อความยากง่ายในการเข้าถึงคนอื่นด้วย (โดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่ในตลาดที่ตัวเองเป็นแค่คนส่วนน้อย)

อีกเหตุผลหนึ่ง หากเราพูดถึงสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี ในเกาหลีมีผู้หญิงจำนวนน้อยมากที่มีแบ็กราวด์ทางด้านเทคโนโลยีเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น เพราะฉะนั้นก็เป็นธรรมดาที่เราจะเห็นผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพหญิงจำนวนน้อยกว่าผู้ชาย

Q: คุณคิดว่ารัฐบาลเกาหลี (ไม่เจาะจงว่าเป็นรัฐบาลสมัยไหน) สนับสนุนสตาร์ทอัพได้ดีพอแล้วหรือยัง หรือมีอะไรที่ต้องปรับปรุงอยู่

ฉันควรจะคอมเมนต์ไหมนะ (ยิ้ม) ฉันคิดว่าการสนับสนุนสตาร์ทอัพไม่ได้มีเพียงการให้เงินเท่านั้น ความจริงแล้วเงินนั้นไม่เคยฟรี และการรับเงินจากรัฐบาลนั้นก็มีต้นทุนเสมอ ต้นทุนเหล่านี้อาจจะมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน หรือต้นทุนนั้นอาจจะมาในรูปแบบของข้อจำกัดต่างๆ เช่น เงื่อนไขว่าทุนเหล่านั้นจะนำไปใช้อย่างไรได้บ้าง (เช่น แหล่งทุนบางแหล่งอาจจะห้ามไม่ให้นำเงินไปจ่ายเป็นเงินเดือน)

ฉันหวังว่าเราจะสามารถสร้างบรรยากาศที่สตาร์ทอัพสามารถเติบโตได้มากกว่า ซึ่งนั่นอาจหมายถึงการลดอุปสรรคในขั้นตอนการจัดการของหน่วยงานราชการต่างๆ นอกจากนี้ จำนวนคนต่างชาติมีทักษะซึ่งอาศัยอยู่ในเกาหลีก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และพวกเขาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบนิเวศสตาร์ทอัพ (Ecosystem) ในเกาหลีได้ นี่เป็นเรื่องสำคัญมากโดยเฉพาะกับสตาร์ทอัพที่อยากจะโตไปในระดับโลกและอยากจะขยายธุรกิจไปต่างประเทศ

Q: ในซีรีส์เกาหลีเรื่อง Start-Up มีฉากหนึ่งที่แรงงาน “ไร้ทักษะ” วิพากษ์วิจารณ์ว่าสตาร์ทอัพเข้ามาทำลายตำแหน่งงานของพวกเขา (เช่น การคิดค้นเทคโนโลยีออโตเมชันมาทำเรื่องต่างๆ ทำให้คนงานจำนวนมากโดนปลด) แม้ว่าสตาร์ทอัพจะช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับประเทศโดยรวม คุณคิดว่าฉากนี้สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันของเกาหลีจริงๆ หรือไม่

เทคโนโลยีในตัวมันเองก็เป็นเรื่องที่สั่นคลอนภาวะดั้งเดิมอยู่แล้ว แต่เราก็สามารถกุมบังเหียนให้มันหันไปสร้างสิ่งที่ดีให้กับสังคมได้เช่นกัน นี่ทำให้ฉันนึกถึงธุรกิจการขายน้ำแข็งในทศวรรษ 1990s เดิมทีน้ำแข็งผลิตมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นโรงงานน้ำแข็งแทน เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ บริษัทที่ผลิตน้ำแข็งจากแหล่งน้ำธรรมชาติก็อยู่ไม่ได้ (แม้ว่าจะมีบริษัทบางแห่งหันไปลงทุนเทคโนโลยีโรงงานน้ำแข็งแทน) เทคโนโลยีทำให้ราคาน้ำแข็งถูกลง และปลอดภัยขึ้น สำหรับประชาชนโดยรวม แต่ในมุมหนึ่งก็เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนที่ต้องเสียตำแหน่งงานไป

ในเกาหลี ตัวอย่างล่าสุดที่เกิดขึ้นก็คือความขัดแย้งดุเดือดระหว่างบริษัท Tada บริการเรียกรถโดยสาร (และก่อนหน้านี้ คือ Uber) กับอุตสาหกรรมแท็กซี่เกาหลี ในเกาหลีมีแท็กซี่จดทะเบียนราวๆ 250,000 คัน (จากจำนวนประชากรทั้งหมด 50 ล้านคน) การประท้วงต่อต้านนวัตกรรมบริการรถโดยสารนี้ยกระดับกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงที่แก้กันไม่ได้ง่ายๆ

ฉันคิดว่าเราต้องหาทางออกกันอย่างสร้างสรรค์กว่านี้ ว่าเราจะปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร เช่น การอบรมทักษะใหม่ๆ ผ่านโครงการรี-เทรนนิ่ง หรือหาช่องทางโอนย้ายแรงงานจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมไปสู่โอกาสใหม่ๆ มากกว่าที่จะมานั่งตั้งแง่กับตัวเทคโนโลยีเสียตั้งแต่ต้น

เรื่องและสัมภาษณ์ โดย ณัฐกานต์ อมาตยกุล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

special contentซีรีส์เกาหลีซีรีส์เกาหลี Start-Upเน็ตฟลิกซ์Netflixสตาร์ทอัพในเกาหลีใต้สตาร์ทอัพไทยยูนิคอร์นCOVID-19premium content

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564 เวลา 10:09 น.