"สเปซเอ็กซ์" ของนายอีลอน มัสก์ ยื่นเอกสารเสนอขายหุ้น IPO ต่อสาธารณะครั้งแรก และเปิดข้อมูลการเงินครั้งใหญ่ คาดอาจเป็น IPO ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ดันมูลค่าบริษัททะลุ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 บริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของเทสลาและเอ็กซ์ ยื่นเอกสารเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) อย่างเป็นทางการ ถือเป็นก้าวสำคัญของหนึ่งในบริษัทเอกชนด้านอวกาศที่ทรงอิทธิพลและถูกจับตามองมากที่สุดในโลก 

โดยเอกสารชี้ชวนความยาว 277 หน้า เปิดเผยข้อมูลภายในของบริษัทจำนวนมาก ทั้งรายชื่อคณะกรรมการ รายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร-ขาดทุน และแผนธุรกิจ โดยสเปซเอ็กซ์จะใช้ตัวย่อหุ้นว่า SPCX อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยว่าจะระดมทุนเท่าใด หรือประเมินมูลค่าบริษัทไว้ที่ระดับใด ซึ่งคาดว่าจะประกาศเพิ่มเติมก่อนเข้าตลาดหุ้น

นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า การเข้าตลาดครั้งนี้อาจกลายเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก และอาจมีมูลค่าสูงกว่าการเข้าตลาดของบริษัทใหญ่ในอดีตหลายเท่า ขณะที่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังอาจผลักดันให้อีลอน มัสก์ กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับ “ล้านล้านดอลลาร์” คนแรกของโลก ขณะที่ความเคลบื่อไหยเกาหลีมีความสนใจ

ในเอกสาร สเปซเอ็กซ์ระบุภารกิจระยะยาวของบริษัทว่า ต้องการสร้างเทคโนโลยีที่ทำให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตบนหลายดาวเคราะห์ เข้าใจธรรมชาติของจักรวาล และขยายอารยธรรมมนุษย์ไปสู่ดวงดาว บริษัทระบุว่าจะเดินหน้าขยายเครือข่ายดาวเทียมสตาร์ลิงก์ต่อไป รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนเป้าหมายสร้างฐานบนดวงจันทร์และเมืองบนดาวเคราะห์ดวงอื่นในอนาคต

...

อย่างไรก็ตาม แผนการอันทะเยอทะยานนี้ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล แม้สเปซเอ็กซ์มีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปี 2568 บริษัทมีรายได้ 18,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อนหน้า แต่บริษัทกลับขาดทุนสุทธิ 4,900 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.79 แสนล้านบาท หลังจากเคยมีกำไร 791 ล้านดอลลาร์ในปี 2567

โดนเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 สเปซเอ็กซ์ขาดทุนแล้ว 4,300 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.57 แสนล้านบาท จากรายได้ 4,700 ล้านดอลลาร์ โดยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุนด้าน AI ซึ่งปีที่แล้วใช้เงินสูงถึง 12,700 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4.63 แสนล้านบาท

สเปซเอ็กซ์ประเมินว่า ตลาดรวมที่บริษัทต้องการเข้าไปแข่งขันมีมูลค่าสูงถึง 28.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 1,040 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจ AI โครงสร้างพื้นฐานอวกาศ อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และดาต้าเซ็นเตอร์ในอวกาศ.