ไอดีซี ประเทศไทย ประกาศ 10 แนวโน้มเทรนด์ไอที เผยทิศทางธุรกิจมุ่งสู่ยุคดิจิตอลเต็มรูปแบบ รองรับการให้บริการและพัฒนาสินค้า ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค...
นายจาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัยตลาดไคลเอนด์ ดีไวซ์ และหัวหน้านักวิเคราะห์ ไอดีซี ประเทศไทย เปิดเผยว่าการลงทุนด้านไอทีของประเทศไทยในปีนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 การลงทุนยังมีการเติบโตราว 3.9% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 400,000 ล้านบาท คาดว่าในปี 2560 จะมีการเติบโตอีกราว 3.7% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 415,000 ล้านบาท เนื่องจากองค์กรและภาคธุรกิจมีการปรับตัวให้สอดรับกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลและไทยแลนด์ 4.0 จึงทำให้เกิดการลงทุนด้านไอทีอย่างต่อเนื่อง
นายไมเคิล อาราเนตา รองประธานฝ่ายงานวิจัย ไอดีซีไฟแนนเชียลอินไซท์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และผู้จัดการประจำประเทศ ไอดีซีประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนการใช้เทคโนโลยีอย่างสิ้นเชิง จากผลของการทำดิจิตอลทรานส์ฟอร์เมชั่น เพื่อยกระดับการดำเนินงาน สร้างบริการ และรูปแบบการทำงานใหม่ๆ ผ่านการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง โมบิลิตี้ อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (IoT) เทคโนโลยีเสมือนจริง (AR/VR) เป็นต้น
"ในปี 2560 องค์กรที่จะมีการเปลี่ยนแปลงด้านไอทีมากที่สุด คือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค อาทิ สถาบันการเงิน และบริการด้านสุขภาพ ขณะที่การลงทุนด้านไอทีของหน่วยงานภาครัฐนั้นยังไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างชัดเจน ภาครัฐจึงควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านไอทีอย่างเป็นรูปธรรม"
ทั้งนี้ ไอดีซี ประเทศไทย ได้คาดการณ์สถานการณ์ทางเทคโนโลยี และการลงทุนด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นในปี 2560 จำนวน 10 รูปแบบ ได้แก่...
1. รุ่งอรุณแห่งเศรษฐกิจ DX
คาดว่าภายในปี 2563 นั้น 30% ของผู้ประกอบการรายใหญ่ 500 บริษัทของไทย จะให้ความสำคัญดิจิตอลเป็นองค์ประกอบสำคัญทางธุรกิจ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา องค์กรธุรกิจในไทยเริ่มเข้าสู่กระบวนการดิจิตอลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ อะนาเลติกส์ โซเชียล และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันผ่านสินค้าและบริการ รูปแบบการทำธุรกิจ ส่วนในปี 2563 จะเป็นการทำดิจิตอลทรานฟอร์เมชั่นที่แตกต่างไปจากเดิม เรียกว่าเป็นระดับเศรษฐกิจมหภาค เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวจะทำให้ภาคธุรกิจที่ใช้งานมีการเติบโตและเข้าสู่รูปแบบดิจิตอลและเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างแท้จริง
2. รายได้เชิงดิจิตอล
คาดว่าในปี 2562 จะมีโครงการด้านไอทีที่สามารถสร้างบริการและแหล่งรายได้ใหม่เชิงดิจิตอลจากการเปลี่ยนข้อมูลเป็นรายได้ราว 25% จากแนวโน้มดิจิตอลทรานฟอร์เมชั่นที่ข้อมูลกลายเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ทำให้ข้อมูลกลายเป็นต้นทุนทางดิจิตอลซึ่งสามารถสร้างรายได้และผลักดันให้เกิดความต้องการสถาปัตยกรรมข้อมูลสำหรับองค์กร ทั้งแง่ของการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ วิเคราะห์ความพึงพอใจของลูกค้า และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างรายได้เชิงดิจิตอล เป็นต้น
3. การสนับสนุนด้วยดิจิตอล
ภายในปี 2561 คาดว่าราว 60% จะเกิดการให้บริการสนับสนุนดูแลลูกค้าในรูปแบบดิจิตอลและชุมชนออนไลน์ ถือเป็นบริการดูแลลูกค้าที่มากกว่าการให้บริการทั่วไป จากความนิยมใช้งานโซเชียลมีเดียในประเทศไทยซึ่งใช้งานมากกว่า 40 ล้านคน ไอดีซีเชื่อว่าองค์กรธุรกิจจะมีการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านสังคมออนไลน์มากขึ้น พร้อมทั้งให้บริการลูกค้าผ่านช่องทางดังกล่าวและระบบออนไลน์ ทั้งยังสามารถแก้ไขปัญหาในการใช้งาน รวมถึงสร้างภาพลักษณ์อันดีแก่แบรนด์ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
4. อินเทอร์เฟซแบบ 360 องศา
เทคโนโลยีแบบอินเทอร์เฟซ 360 องศา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเสมือนจริง (เออาร์/วีอาร์) จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงการปฏิสัมพันธ์กับองค์กรได้ง่ายและมากขึ้น คาดว่าในปี 2561 กว่า 100 บริษัทขนาดใหญ่ที่นำเสนอสินค้าและบริการจะมีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาใช้งานและทดสอบเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำตลาด ซึ่งในอีก 3-4 ปีจากนี้ เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบันอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ทำให้เทคโนโลยีเออาร์/วีอาร์ ถูกนำเข้ามาใช้งานอย่างแพร่หลายขึ้นเพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้า โดยปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่เริ่มทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าว อาทิ แอพเกมโปเกมอน, แกร็บ, อูเบอร์, อีเกีย เป็นต้น
5. การเติบโตของอุตสาหกรรม
แนวโน้มที่ชัดเจนในปี 2560 จะมี 4 อุตสาหกรรมที่มีการเติบโตด้านไอทีอย่างชัดเจน คือ รถยนต์อัจฉริยะ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้จากรถยนต์, ประกันภัยรูปแบบใหม่, เทคโนโลยีสุขภาพส่วนบุคคล จากเทรนด์แวร์เอเบิล, สมาร์ทบิลดิ้ง ในการบริหารจัดการอาคารด้วยเทคโนโลยี โดยทั้ง 4 อุตสาหกรรมอาจกระตุ้นให้เกิดการลงทุนด้านไอทีไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท
6. รถยนต์อัจฉริยะ
คาดว่ารถยนต์ที่ผลิตภายในปี 2562 จำนวนกว่า 25% ของรถยนต์ทั้งหมดจะสามารถรายงานสถานะการขับขี่ หรือแจ้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือขอความช่วยเหลือ รวมทั้งรายงานสภาพความสึกหรอและส่งข้อมูลกลับไปยังผู้ผลิตได้เอง
7. การปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย
ปี 2560 จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยกับผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ นอกจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย โรงพยาบาลยังใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขั้นตอนในการรักษาผ่านระบบออนไลน์อีกด้วย
8. กลยุทธ์มัลติคลาวด์
ภายในปี 2563 แผนกไอทีขององค์กรกว่า 55% จะมีการดำเนินงานแบบมัลติคลาวด์ ถือเป็นวิธีการจัดการคลาวด์ คอมพิวติ้งรูปแบบหนึ่งด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีคลาวด์หลากหลายรูปแบบแตกต่างจากแพลตฟอร์มเดิมที่ใช้งานเพียงรูปแบบเดียวจาก 1 ผู้ให้บริการ
9. โฉมใหม่บริการเพย์ทีวี
จากการให้บริการในรูปแบบโอเวอร์เดอะท็อป (OTT) หรือการดูทีวีผ่านแอพพลิเคชั่นด้วยอินเทอร์เน็ต ในปี 2561 บริการรูปแบบดังกล่าวจะผลักดันให้ทีวีแบบเดิมต้องเปลี่ยนสู่การใช้งานบนคลาวด์ ซึ่งมีการแข่งขันอย่างรุนแรงในการให้บริการทีวีวรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะวิดีโอ แอพพลิเคชั่น ซึ่งรับชมได้หลากหลายหน้าจอ แตกต่างจากการแข่งขันในปัจจุบันที่ผู้ให้บริการพยายามพัฒนาแพ็กเกจรับชมทีวีโดยผูกเข้ากับบริการหลากหลายรูปแบบ เช่น มือถือ อินเทอร์เน็ตบ้าน และทีวี เข้าด้วยกัน
10. คอกนิทีฟไซเบอร์ซิเคียวริตี้
ภายในปี 2562 กว่า 30% ของระบบไซเบอร์ซิเคียวริตี้ขององค์กรจะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ รองรับการใช้งานอุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้การโจมตีทางออนไลน์นั้นเติบโตขึ้นด้วย.
...