Facebook ปัจจัยที่ 5 ของคนในยุคปัจจุบัน ความถี่ในการไถ Timeline ใกล้ๆ กับอัตราการหายใจเข้าออก ว่างปุ๊บไม่รู้จะทำอะไรก็สไลด์หน้า News Feed ดู ต้องชื่นชมพี่ Mark Zuckerberg จริงๆ ที่ขยันปรับปรุงระบบ และทำให้คนติดกันงอมแงมได้ขนาดนี้

และกับฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดที่มาเขย่าวงการให้อกสั่นขวัญแขวนทั้งในบริบทของสื่อและสังคม อย่าง “Facebook Live” หรือการอนุญาตให้คนธรรมดา ใครก็ได้ที่ใช้เฟซบุ๊กและมีสมาร์ทโฟน สามารถถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าได้ด้วยตัวเอง ถามว่าเป็นเรื่องดีไหม มุมหนึ่งก็ดีที่ทุกคนมีพื้นที่ในการแสดงออกมากขึ้น มีเนื้อหาให้เลือกเสพหลากหลายมากขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็น่ากลัว เพราะการเติบโตอย่างเท่าทวีคูณของเนื้อหา แพร่กระจายอย่างรวดเร็วเหมือนไวรัส ย่อมสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับโลกใบนี้ ที่ประชากรครึ่งค่อนโลกเป็นสมาชิกโซเชียลมีเดียอันชาญฉลาดนี้แน่ๆ

บริบทของสื่อ

ทุกวันนี้ธุรกิจสื่อประเภทโทรทัศน์ก็ต้องปรับตัวหนักอยู่แล้ว ตั้งแต่การเริ่มเติบโตของอินเทอร์เน็ต ที่คนหันไปดูเนื้อหาที่เป็นวิดีโอแบบออนไลน์กันมากขึ้น เพราะเป็น content on demand คือเลือกได้ทั้งเนื้อหาและเวลาที่ตัวเองสะดวกดู ไม่ต้องง้อหน้าจออีกต่อไป แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่คุ้นชินกับการดูโทรทัศน์ แต่ก็ประสบปัญหาอีก เพราะอย่างประเทศไทยเองหลังจากมีทีวีดิจิทัล คนดูก็กระจายตัวกันมากขึ้น เม็ดเงินโฆษณาก็กระจาย ลูกค้าไม่กล้าลง ช่องไหนสายป่านสั้นก็ต้องยอมแพ้ไป

...

และคิดดูว่า เมื่อมี Facebook Live ทุกคนที่เคยเป็น “ผู้เสพ” สามารถผันตัวมาเป็น “ผู้ผลิต” เนื้อหาได้เองแล้ว กลุ่มคนดูก็จะยิ่งร่อยหรอ กระจายตัวกันไปใหญ่

ดังนั้นมุมมองของเฟื่องคือ นี่เป็นโอกาสที่คนรุ่นใหม่ ไฟแรง มีของ จะสามารถแจ้งเกิดได้ หากขยันและทุ่มเทมากพอ ขณะที่สื่อหลักก็ต้องรื้อระบบการทำงานขนานใหญ่ ว่าจะทำอย่างไรให้ไปรอด ทั้งวิธีการขายโฆษณา และเทคนิคการนำเสนอคอนเทนต์ให้โดดเด่น มีภาพจำ ไม่กลืนหายไปกับธารข้อมูลมหาศาลที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทุกเสี้ยววินาที

บริบทของสังคม

เมื่อทุกคนสามารถ “สด” ได้ การควบคุมเนื้อหาก็อาจจะเป็นเรื่องยาก อย่างที่เป็นข่าวใหญ่กรณี “เนวัดดาว” ยิงตัวเองออกอากาศ หรือการถ่ายทอดสดเชิงล่อแหลมของคนบางกลุ่ม (โดยเฉพาะผู้หญิง) เพื่อหวังเรียกยอดไลค์ ขยายฐานแฟน โดยไม่ทันได้คำนึงผลเสียที่จะตามมาทั้งต่อตัวเองและผู้ชมที่อาจเป็นเพียงเยาวชน เรื่องนี้เฟื่องไม่เห็นด้วยอย่างมาก เพราะผู้หญิงไม่ควรลดทอนคุณค่าตัวเอง เพียงเพราะหลงใหลในความนิยมแบบชั่วครู่เท่านั้น

ถ้าสังคมมีสื่อที่ไม่ได้รับการกลั่นกรองแบบนี้มากขึ้น ทั้งเรื่องเพศและความรุนแรง ย่อมส่งผลกระทบในทางลบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และ ณ ปัจจุบัน เฟซบุ๊กเองก็ยังไม่มีนโยบายอะไรที่แน่ชัดว่าจะมีมาตรการควบคุมความสุ่มเสี่ยงของ “ความสด” นี้อย่างไร อย่างมากที่ทำได้ก็แค่มีกฎหมายมาเอาผิดทีหลังกับผู้ปล่อยเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ในขณะที่ภาพนั้นๆ ได้ถูกเสพโดยคนหมู่มากจำนวนหนึ่งไปแล้ว

ที่พอทำได้ ณ ตอนนี้คือต้องฝากไปยังทุกๆ คนให้คิดถึงตัวเอง ครอบครัว และสังคมเยอะๆ พยายามสร้างสรรค์เนื้อหาที่ดี มีประโยชน์

และฝากไปยัง Facebook ให้รีบสร้างอัลกอริธึ่ม หรือเทคโนโลยีที่จะมาช่วยตรวจจับและเซนเซอร์ภาพที่ไม่เหมาะสมขณะการออกอากาศสดได้แบบ Real Time ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ Facebook Live จะเป็นดาบ “สองคม” ที่ส่งผลกระทบกับ “สังคม” ในด้านลบมากกว่าด้านบวกนั่นเอง

ผู้ประกาศข่าวรายการ #เช้าข่าวชัดโซเชียล
IG: @faunglada
Twitter: @faunglada
Facebook: www.facebook.com/faunglada (Live บ้างเป็นบางครั้ง)
Youtube: www.youtube.com/faunglada