ข่าวใหญ่รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่มีอะไรโด่งดังไปกว่างานแถลงข่าว Apple Watch ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของแอปเปิล ถือเป็นครั้งแรกที่แอปเปิลเปิดสายผลิตภัณฑ์ใหม่นับจากการเปิดตัว iPad ในปี 2010 (5 ปีที่แล้ว)
5 ปีที่ผ่านมา แอปเปิลเน้นขาย iPhone และ iPad เป็นหลัก ซึ่งก็ทำได้ดีมาก แต่ก็ได้เวลาที่แอปเปิลจะต้องขยายตัวเองไปยังวงการอื่นๆ บ้าง ซึ่งผลิตภัณฑ์แรกที่แอปเปิลเลือกก็คือ “นาฬิกา” ตามกระแสนิยม
นาฬิกาอัจฉริยะ หรือสมาร์ทวอทช์นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เพราะคู่แข่งอย่างโซนี่และซัมซุงก็บุกเบิกกันมา 2-3 ปีแล้ว ในปีที่แล้วกูเกิลออกระบบปฏิบัติการ Android Wear ซึ่งเป็น Android รุ่นดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้งานบนนาฬิกา ซึ่งก็มีพันธมิตรเข้าร่วมด้วยมากมาย อย่างไรก็ตาม นาฬิกาสาย Android ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก คือขายได้เรื่อยๆ แต่ยังไม่เปรี้ยง
หลายคนจึงจับตาดูว่าแอปเปิลที่ “มาทีหลังดังกว่า” อยู่เสมอมา จะสามารถเข็น Apple Watch ได้ออกมาดีแค่ไหนกัน ซึ่งงานแถลงข่าวรอบล่าสุดนี้ถือเป็นการเปิดตัวนาฬิกา Apple Watch อย่างเป็นทางการ โดยนาฬิกาจะเริ่มวางขายช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ในประเทศใหญ่บางประเทศก่อน (ยังไม่มีเมืองไทย แต่เดี๋ยวก็มีคนไทยไปซื้อกันมาอยู่ดี)
ในแง่ความสามารถของนาฬิกา Apple Watch แทบไม่ต่างอะไรจากนาฬิกาของคู่แข่ง นั่นคือสื่อสารข้อมูลกับสมาร์ทโฟนได้ (แน่นอนว่ารองรับเฉพาะ iPhone เท่านั้น) ติดตั้งแอพเพิ่มเติมได้ มีเซ็นเซอร์วัดข้อมูลสภาพภายนอกบางอย่างได้ ฯลฯ
จุดที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือแอปเปิลพยายามทำให้ Apple Watch มีสถานะเป็นเครื่องประดับแทนที่จะเป็นอุปกรณ์ไฮเทค ทำให้แอปเปิลแบ่งระดับของนาฬิกาออกเป็น 3 รุ่น 3 ระดับราคา
1.Apple Watch Sport รุ่นถูกที่สุด ตัวเรือนอะลูมิเนียม สายยาง ราคาเริ่มต้นที่ 349 ดอลลาร์ไปจนถึง 399 ดอลลาร์
2.Apple Watch รุ่นไม่มีสร้อยอะไรห้อยท้าย ตัวเรือนสเตนเลส สายยาง-หนัง-โลหะ ราคาเริ่มต้นที่ 549 ดอลลาร์ ไปจนถึง 1,099 ดอลลาร์
3.Apple Watch Edition รุ่นหรูหราสุดไฮโซ เคลือบทองด้วย ราคาเริ่มต้น 10,000 ดอลลาร์ หรือราว 3 แสนบาท
โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า แอปเปิลออกรุ่น Sport มาเพื่อให้ราคาเริ่มต้นดูไม่แพงมากนัก แต่เป้าหมายจริงๆ ของแอปเปิลน่าจะเป็นรุ่นกลางไปจนถึงรุ่นบน เพื่อเน้นตลาดระดับบนตามแนวทางที่แอปเปิลเน้นมาโดยตลอด
สุดท้ายแล้วคู่แข่งของ Apple Watch จะไม่ใช่นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ค่ายอื่นๆ แต่เป็นการแข่งขันกับนาฬิกาหรูแบบดั้งเดิม ว่าตกลงแล้วแอปเปิลจะสามารถสร้าง “จุดเด่นที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน” ให้คนเปลี่ยนจากนาฬิกาแบบเดิมๆ มาใส่นาฬิกาของแอปเปิลแทนหรือไม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปครับ


