ผมเคยเขียนเรื่องสงครามแอพแชตในระดับโลกไปแล้วครั้งหนึ่งในตอน “ใครคือคู่แข่งของ LINE?” http://www.thairath.co.th/content/tech/339450 เวลาผ่านมาเกินครึ่งปี สถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ดังนั้นจึงเขียนถึงประเด็นนี้อีกสักรอบเพื่อให้คุณผู้อ่านติดตามเรื่องราวได้แบบอัพเดตที่สุดนะครับ

ในภาพรวมแบบสั้นๆ คือ แอพแชตทุกตัวที่กล่าวถึงเมื่อตอนที่แล้วยังอยู่ดีมีสุขกันถ้วนหน้า และเกือบทุกตัวก็มีฐานผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตามจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์พกพาที่เติบโตขึ้นมาก (แน่นอนว่าผู้ใช้หนึ่งคนอาจใช้แอพแชตหลายตัว แต่โดยรวมจำนวนผู้ใช้งานก็เพิ่มขึ้นอยู่ดี)

สถานการณ์ในประเทศไทยคงชัดเจนว่า LINE ยึดหัวหาดเบ็ดเสร็จ ชนิดว่าหาคนมาโค่นได้ยากในระยะอันสั้น (ผู้ใช้ในไทยเกิน 20 ล้าน และเริ่มฉายโฆษณาทางทีวีไทยแล้วด้วย) แต่ด้วยขนาดตลาดที่เติบโตทำให้ผู้เล่นรายอื่นยังมีพื้นที่ของตัวเองอยู่ได้เช่นกัน

ส่วนในตลาดโลกมีความเคลื่อนไหวของแอพแชตที่น่าสนใจดังนี้ครับ

Google Hangouts

กูเกิลมีแอพแชตบนคอมพิวเตอร์ชื่อ Google Talk มานานหลายปีแล้ว แต่พอโลกเริ่มเข้าสู่ยุคอุปกรณ์พกพา กูเกิลก็งงๆ กับชีวิตอยู่พักใหญ่ แถมมีแอพแชตในสังกัดเพิ่มมาหลายตัวมากจนงง เช่น Google Talk, Google Messenger, แอพประชุมแบบเห็นหน้า Hangouts

ปีนี้กูเกิลปรับยุทธศาสตร์ใหม่ ยุบรวมแอพแชตเป็นตัวเดียวในชื่อใหม่ว่า Google Hangouts ในแง่ความสามารถด้านการแชต-การประชุมคงไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง แต่ถ้าถามถึงฟีเจอร์น่ารักๆ แนวสติกเกอร์-เกมก็ตอบได้เลยว่ายังไม่มี (แอพจากฝรั่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว)

โดยรวมแล้ว Hangouts เหมาะสำหรับคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของกูเกิลเยอะๆ หรือใช้ Google Talk มาก่อน มันแถมมากับ Android อยู่แล้ว และผู้ใช้ iOS ก็สามารถดาวน์โหลดมาติดเครื่องไว้ได้ไม่เสียหายครับ (จะใช้วิธีคุยผ่านหน้าเว็บ Gmail ก็ได้เช่นกัน)

BBM

แอพแชตที่เคยครองโลกอย่าง BBM ของ BlackBerry เริ่มเสื่อมถอยตามสถานการณ์ของบริษัทแม่ ถึงแม้ว่าบริษัทจะพยายามแก้เกมโดยออก BBM รุ่นบน Android และ iOS แถมเพิ่มฟีเจอร์คุยผ่านวิดีโอ แต่ก็ดูท่าจะช้าเกินการณ์ไปมากแล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นคือยังมีคนสนใจดาวน์โหลดแอพแชตเหล่านี้มาทดสอบอยู่บ้าง แต่สุดท้ายแล้วก็หาคนคุยด้วยยากเพราะเพื่อนย้ายไปใช้แอพแชตตัวอื่นกันหมด เรียกว่าโมเมนตัมของ BBM สมัยรุ่งๆ นั้นจบไปแล้ว

ในระยะสั้น BBM คงอยู่ได้ไม่หายไปไหน แต่ด้วยจำนวนผู้ใช้ที่เริ่มลดลง และโลกก็ไม่ได้สนใจ BBM ในระดับเดิมอีกต่อไป กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่าในช่วงที่คุณกำลังดัง ต้องรีบขยายฐานลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะมาทำทีหลังก็ดูจะสายเกินไปแล้ว

Skype

Skype เติบโตมาจากการคุยด้วยเสียง (แต่ก็มีการแชตด้วยข้อความ) ก่อนจะขยายมาเป็นการคุยแบบเห็นหน้าในเวลาต่อมา นอกจากนี้ Skype ยังมีฐานผู้ใช้ที่เหนียวแน่นมาตั้งแต่ยุคแรกๆ

ความเคลื่อนไหวของ Skype ในยุคที่ถูกไมโครซอฟท์ซื้อกิจการไปแล้วคือ ไมโครซอฟท์ยุบรวม MSN Messenger หรือ Windows Live Messenger มาเป็นส่วนหนึ่งของ Skype ให้มีแอพสนทนาเพียงตัวเดียว และพยายามปรับโครงสร้างการทำงานเบื้องหลังของมันให้เหมาะกับยุคอุปกรณ์พกพาที่ต้องระวังเรื่องแบตเตอรี่มากขึ้น

ไมโครซอฟท์ยังผนวก Skype เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Windows 8.1 และ Xbox One แถมยังพัฒนาฟีเจอร์บนระบบปฏิบัติการอื่นๆ เช่น Android และ iOS อย่างรวดเร็ว ในระยะยาวผมว่าอยู่ได้เพียงแต่อาจจะไม่ดังเปรี้ยงเหมือนสมัยก่อน

Snapchat

แอพตัวนี้กำลังดังทะลุฟ้าอยู่ในสหรัฐอเมริกาตอนนี้ครับ แนวคิดของมันคือแอพแชตที่ “ส่งข้อความ-เพื่อนอ่าน-ข้อความลบตัวเองอัตโนมัติ” ฟังดูแปลกๆ แต่ถูกใจวัยรุ่นอเมริกันเป็นอย่างมาก

แอพลักษณะนี้เหมาะสำหรับคนที่สนใจเรื่องความเป็นส่วนตัวสักหน่อย อยากส่งข้อความ “ลับ” บางอย่างให้คนอื่นโดยที่ไม่สามารถย้อนรอยตรวจสอบได้ในภายหลัง (บางคนเรียกมันว่า “แอพแชตกับกิ๊ก”) แอพตัวนี้ถูกวิจารณ์ว่าเอาไว้ส่งภาพโป๊ให้กันหรือเปล่า ซึ่งทางผู้สร้างก็ปฏิเสธว่ามีภาพลักษณะนี้เป็นจำนวนน้อย ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็ส่งข้อความทั่วๆ ไปให้กันนี่ล่ะ เพียงแต่ว่าอยากมีความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นจากปกติเท่านั้น

เมื่อไม่นานมานี้ สื่อต่างประเทศรายงานว่า Snapchat ปฏิเสธข้อเสนอซื้อหลัก 3-4 พันล้านดอลลาร์จากทั้งเฟซบุ๊กและกูเกิล คิดดูครับว่าตอนนี้ “หล่อเลือกได้” ขนาดไหน

Twitter

Twitter ไม่ใช่แอพแชตโดยตรง แต่ก็มีฟีเจอร์ด้านการส่งข้อความระหว่างกันที่เรียกว่า Direct Message หรือ DM

ฟีเจอร์นี้มีมานานแล้วแต่ Twitter ไม่ค่อยเน้นเท่าไร คนใช้ก็มีบ้างแต่มาแนวๆ ว่ากลุ่มคนที่ใช้ก็ใช้คุยกันบ่อย ส่วนกลุ่มคนที่ไม่สนใจก็ไม่ใช้เลย (คุยหน้าไมค์อย่างเดียว)

ล่าสุด Twitter ปรับหน้าตาแอพของตัวเองทั้งบน iOS/Android ให้เข้าถึงกล่องข้อความ DM ได้ง่ายขึ้นมาก ซึ่งก็เป็นสัญญาณว่าบริษัทอยากบุกเข้ามาในตลาดนี้เหมือนกัน ส่วนจะสายไปหรือไม่คงต้องรอดูผลงานกันต่อไป

Instagram Direct

เครือข่ายสังคมยอดนิยม Instagram ก็ไม่น้อยหน้า เพิ่มฟีเจอร์ด้านแชตเหมือนกันในชื่อว่า Instagram Direct ซึ่งหลักการทำงานจะคล้ายกับ Direct Message ของ Twitter คือเปิดโอกาสให้ผู้ใช้คุยกันเองแบบหลังไมค์ได้ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัว

แต่ไหนเลย Instagram เป็นแอพแชร์ภาพ ดังนั้นข้อความที่แชร์ให้กันหลังไมค์ก็ต้องเป็นภาพด้วย โดยรองรับทั้งการส่งแบบหนึ่งต่อหนึ่ง และการส่งเป็นกลุ่มครับ ฟีเจอร์นี้เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาไม่นาน และยังพูดยากว่าจะเวิร์ก-ไม่เวิร์กแค่ไหน

Kik Messenger

Kik เป็นแอพแชตสายฝรั่งที่ดังเงียบๆ มาพักหนึ่งครับ ต้นกำเนิดมาจากแคนาดา (เมืองเดียวกับ BlackBerry ซะด้วย) จุดเด่นของมันคือการผนวกฟีเจอร์ด้านเกมและวิดีโอเข้ามา ลักษณะจะคล้ายๆ กับพวก LINE หรือ WeChat (ซึ่งแอพสายฝรั่งไม่ค่อยทำกันสักเท่าไร)

Kik ได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้ใช้ Instagram ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีความสามารถด้านการส่งข้อความ โดยล่าสุด Kik เพิ่งประกาศความสำเร็จผู้ใช้ทะลุ 100 ล้านราย ต้องรอดูอีกเช่นกันว่าหลังจากมี Instagram Direct แล้วจะกระทบกับฐานลูกค้าของ Kik รึเปล่า

Laiwang

ตัวนี้เป็นแอพแชตตัวใหม่ของจีนครับ ถึงแม้เมืองจีนจะกลายเป็นฐานที่มั่นของ WeChat ไปแล้ว แต่คู่แข่งคนละบริษัทกับ WeChat คือ Alibaba ก็ไม่ยอมแพ้ เปิดตัวแอพ Laiwang มาสู้ศึก ตอนนี้มีผู้ใช้งาน 10 ล้านคนก็จริง แต่ถือว่ายังห่างไกลกับ WeChat ที่มียอดผู้ใช้ทั่วโลกรวม 300 ล้านราย

ทั้งหมดนี้เป็นภาพรวมของตลาดแอพแชตระดับโลกตอนนี้ครับ นอกจากแอพที่กล่าวถึงในตอนนี้แล้ว ก็ต้องไม่ลืมแอพแชตรายใหญ่ๆ อย่าง WhatsApp, LINE, KakaoTalk ซึ่งทุกรายจะต้องมาสู้รบปรบมือกันเพื่อหาผู้ชนะในสงครามครั้งนี้ต่อไปครับ

มาร์ค Blognone