ข่าวใหญ่ของวงการไอทีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคือการเปิดตัว Windows 8.1 รุ่นพรีวิว โดยไมโครซอฟท์เปิดให้คนที่สนใจสามารถดาวน์โหลดมาทดสอบกันได้ และไมโครซอฟท์น่าจะออกรุ่นจริงราวๆ เดือนตุลาคมปีนี้ (ยังไม่ใช่ข้อมูลที่ประกาศอย่างเป็นทางการนะครับ)

สำหรับคุณผู้อ่านที่ติดตามข่าว Windows 8 คงพอได้ยินเสียงบ่นจากผู้ใช้รอบตัวว่า “ใช้ยาก” หรือ “ห่วย” กันมาบ้าง ซึ่งถ้าเทียบกับ Windows 7 ที่ได้รับเสียงชื่นชมรอบทิศ ก็คงชัดเจนว่า Windows 8 มีเสียงตอบรับจากผู้ใช้ไม่ค่อยดีนัก

โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่า Windows 7 ถือเป็นจุดสูงสุดของระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมด้วยคีย์บอร์ดและเมาส์ (ไม่ว่าจะเป็นพีซีตั้งโต๊ะหรือโน้ตบุ๊ก) ในขณะที่ Windows 8 เพิ่งเป็น “ก้าวแรก” ของไมโครซอฟท์สู่ยุคแห่งคอมพิวเตอร์แนวใหม่ๆ ที่ควบคุมด้วยจอสัมผัส และสามารถแปลงกาย-เปลี่ยนรูปไปมาได้ระหว่างโน้ตบุ๊กแบบเดิมกับแท็บเล็ต

แอปเปิลกับกูเกิลนั้นบุกเบิกโลกของ “คอมพิวเตอร์จอสัมผัส” (ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ต) ด้วยระบบปฏิบัติการตัวใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับจอสัมผัสเป็นหลัก ในขณะที่กรณีของไมโครซอฟท์นั้น ผมเขียนไปหลายรอบแล้วว่า “ราก” ของไมโครซอฟท์มาจากพีซีที่ใช้คีย์บอร์ดและเมาส์ ดังนั้นทางเลือกของไมโครซอฟท์ในโลกแห่งแท็บเล็ตจึงไม่ใช่การสร้างระบบปฏิบัติการขึ้นมาใหม่ แต่เป็นการขยายวินโดวส์ให้ทำงานกับจอสัมผัสได้ด้วย คำตอบของไมโครซอฟท์คือ Windows 8 นั่นเองครับ

ผมมองว่ายุทธศาสตร์ของไมโครซอฟท์ในภาพรวมนั้นถูกต้องแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ Windows 8 มีปัญหาใหญ่ๆ อยู่สองประการ อย่างแรกคือมันยังทำไม่เสร็จสมบูรณ์ดี มีหลายส่วนในฝั่งของจอสัมผัสที่ทำไม่ดีหรือไม่เนียน ส่วนปัญหาที่สองคือไมโครซอฟท์ “หักดิบ” คนใช้พีซีแบบเดิมที่จอไม่สัมผัสมากเกินไป เปลี่ยนความคุ้นเคยของวินโดวส์ที่สืบทอดกันมายี่สิบปีเยอะเกินไปจนทำให้ผู้ใช้ต่อต้าน

...

เสียงวิจารณ์อันหนักหน่วงต่อ Windows 8 ทำให้ไมโครซอฟท์ต้องกลับไปทำการบ้านมาใหม่ ผลออกมาเป็น Windows 8.1 ที่จะออกปีนี้

Windows 8.1 แก้ปัญหาเรื่อง “ทำไม่เสร็จ” ไปเยอะมาก ปัญหาจุกจิกปลีกย่อยในการใช้งานบนจอสัมผัสถูกแก้ไขปรับปรุงขนานใหญ่ คนที่ซื้อแท็บเล็ต Windows 8.1 น่าจะมีความสุขขึ้นมาก

ส่วนปัญหาเรื่อง “หักดิบ” ไมโครซอฟท์ก็ยอมถอยในบางประเด็น เช่น นำปุ่ม Start กลับคืนมา (ถึงแม้กดแล้วจะไม่เข้า Start Menu ที่คุ้นเคยก็ตาม) ก็น่าจะช่วยลดแรงต้านลงได้

ผู้ใช้ Windows 8 อยู่แล้วสามารถอัพเกรดเป็น Windows 8.1 ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ฟรีเมื่อ Windows 8.1 ออกรุ่นจริงช่วงปลายปีนี้ การอัพเกรดฟรีให้ความรู้สึกว่า Windows 8.1 คือ Windows 8 ที่ “ทำเสร็จ” และช่วยจูงใจให้คนย้ายมาใช้ Windows 8.1 มากขึ้น

ผมคิดว่าปัจจัยทั้งเรื่องความสมบูรณ์ของ Windows 8.1, ไม่ต้องเสียเงินค่าอัพเกรด, โน้ตบุ๊กจอสัมผัสเริ่มแพร่หลายมากขึ้น ทั้งสามข้อนี้จะช่วยให้ Windows 8.1 ได้รับการยอมรับมากขึ้นกว่า Windows 8 รุ่นแรก แต่การเดินทางยังไม่สิ้นสุดง่ายๆ ครับ ถัดจาก Windows 8.1 แล้วเราจะยังมี Windows 8.2, 8.3 ไปอีกเรื่อยๆ (อาจใช้ชื่ออื่นแต่ความหมายโดยนัยเหมือนกัน) เพราะไมโครซอฟท์กำลังค่อยๆ โอนย้ายผู้ใช้พีซีแบบเดิมๆ ในโลกเก่าไปยังอุปกรณ์แขนงใหม่ๆ อย่างช้าๆ ซึ่งกระบวนการนี้น่าจะกินเวลาราว 3-4 ปีนับจากนี้ไป ส่วนจะทำออกมาได้ดีแค่ไหนก็ขึ้นกับฝีมือของไมโครซอฟท์แล้ว

อีกประเด็นที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือ “รอบการออกรุ่น” ของไมโครซอฟท์ที่เปลี่ยนไป จากเดิมช่วง Windows Vista มา Windows 7 แล้วมา Windows 8 ทิ้งช่วงนานรอบละ 3 ปี แต่คราวนี้จาก Windows 8 มาเป็น 8.1 ใช้เวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น

ผู้บริหารของไมโครซอฟท์อธิบายกับผมว่านี่เป็น “ความตั้งใจ” และเป็นความพยายามปรับตัวเองของไมโครซอฟท์ให้เข้ากับโลกยุคอินเทอร์เน็ตที่อัตราการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก ถ้ามัวแต่ทำซอฟต์แวร์ออกทุก 3 ปีแบบสมัยก่อนคงไม่ทันกิน (แอปเปิลและกูเกิลก็ออกระบบปฏิบัติการปีละรุ่นโดยเฉลี่ย) ซึ่งเราจะเริ่มเห็นจังหวะก้าวเดินใหม่ของไมโครซอฟท์ในปีนี้นั่นเองครับ

หมายเหตุ: สำหรับผู้สนใจทดสอบ Windows 8.1 พึงระวังว่าการอัพเกรดจาก Windows 8 เป็น Windows 8.1 Preview ข้อมูลยังอยู่ครบ แต่ถ้าอยากอัพต่อเป็น Windows 8.1 ตัวจริงในอนาคต ข้อมูลและแอพของผู้ใช้บน 8.1 Preview จะไม่สามารถย้ายไป Windows 8.1 ตัวสมบูรณ์ได้นะครับ ดังนั้น ถ้าไม่รีบลองเล่นของใหม่ ก็รอถึง Windows 8.1 ออกรุ่นจริงแล้วค่อยอัพเกรดก็ได้ครับ


มาร์ค Blognone