เปิดผลการศึกษา ราคาเริ่มต้น การประมูลทีวีดิจิตอลประเภทธุรกิจ 24 ช่อง โดยหากมีผู้เข้าร่วมประมูลมากกว่าจำนวนช่อง ราคาเริ่มต้นการประมูล ก็จะลดลง แต่หากมีผู้เข้าร่วมประมูลเท่ากับจำนวนช่อง จะยืดเวลาการยื่นเอกสารการประมูลไปอีก 1 เดือน
เปิดผลศึกษาราคาเริ่มต้นประมูลทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง ช่องรายการทั่วไป HD 7 มูลค่า 1,507 ล้านบาท ช่องรายการทั่วไป SD มูลค่า 354 ล้านบาทต่อช่อง ช่องข่าว มูลค่า 211 ล้านบาทต่อช่อง ช่องเด็ก 134 ล้านบาทต่อช่อง หากบอร์ด กสท.เห็นชอบ พร้อมเสนอบอร์ด กสทช.เพื่อรับฟังความเห็นสาธารณะ และนำไปสู่การเปิดประมูลทีวีดิจิตอล เดือน ส.ค.-ก.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและ กิจการโทรทัศน์ (กสท) ที่มี พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นประธาน จะมีการพิจารณาหลักเกณฑ์การประมูลทีวีดิจิตอลประเภทธุรกิจ 24 ช่อง
โดยเฉพาะประเด็นราคาเริ่มต้นการประมูล ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในเบื้องต้นได้กำหนดราคาเริ่มต้นประมูลสำหรับทีวีดิจิตอล รวม 24 ช่อง คิดเป็นเงิน 15,044 ล้านบาท ซึ่งจะมีเงินอุดหนุนสำหรับการแจกคูปองเงินสด เพื่อนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณ (SET TOP BOX) ได้ในอัตรา 680 บาทต่อครัวเรือน จาก 22 ล้านครัวเรือน
โดยราคาเริ่มต้นการประมูลช่องข่าว 7 ช่อง ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 211 ล้านบาท ช่องรายการทั่วไป (วาไรตี้) ระบบ SD จำนวน 7 ช่องราคาช่องละ 375 ล้านบาท ช่องวาไรตี้ระบบHD จำนวน 7 ช่องราคาช่องละ 1,507 ล้านบาท และช่องรายการเด็ก 3 ช่องราคาช่องละ 134 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทางจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้ศึกษารูปแบบการประมูลไว้ว่า หากมีผู้เข้าร่วมประมูลมากกว่าจำนวนช่อง ราคาเริ่มต้นการประมูล ก็จะลดลง (N+) แต่หากมีผู้เข้าร่วมประมูลเท่ากับจำนวนช่อง ทาง กสทช.ก็สามารถขยายระยะเวลาการยื่นเอกสารการประมูลออกไปอีก 1 เดือน หากสิ้นสุดระยะเวลาการขยายแล้ว ไม่มีผู้สนใจรายใหม่ เข้าร่วมประมูลเพิ่มเติมอีก ก็สามารถเดินหน้าประมูลได้ทันที และผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องเคาะราคาทุกครั้ง ครั้งละ 1% ของราคาเริ่มต้นประมูล และจะต้องไม่หยุดการเคาะจนกว่าจะพอใจราคาประมูล หรือ ชนะการประมูลช่องนั้นๆ ส่วนรายละเอียดวิธีการประมูลนั้นต้องพิจารณาอีกครั้ง
สำหรับกรณีมีเข้าร่วมประมูลมากกว่าช่อง 1 ราย หรือ N+ โดยช่องวาไรตี้ระบบ HD 7 ช่อง กรณีN+1 ราคาช่องละ 1,458 ล้านบาท N+2 ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 1,437 ล้านบาท N+3 ราคาช่องละ 1,396 ล้านบาท N+4 ราคาเริ่มช่องละ 1,396 ล้านบาท N+5 ราคาช่องละ 1,375 ล้านบาท และ N+6 ราคาช่องละ 1,354 ล้านบาท
ส่วนช่องวาไรตี้ระบบ SD 7 ช่อง กรณี N+1 ราคาช่องละ 362 ล้านบาท N+2 ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 356 ล้านบาท N+3 ราคาเริ่มต้นช่องละ 352 ล้านบาท N+4 ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 346 ล้านบาท N+5 ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 341 ล้านบาท และ N+6 ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 336 ล้านบาท ช่องข่าว 7 ช่อง กรณี N+1 ราคาช่องละ 204 ล้านบาท N+2 ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 201 ล้านบาท N+3 ราคาเริ่มต้นช่องละ 198 ล้านบาท N+4 ราคาเริ่มต้นประมูลช่อง 195 ล้านบาท N+5 ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 192 ล้านบาท และ N+6 ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 189 ล้านบาท
ช่องเด็ก 3 ช่อง กรณี N+1 ราคาช่องละ 129 ล้านบาท N+2 ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 127 ล้านบาท N+3 ราคาเริ่มต้นช่องละ 125 ล้านบาท N+4 ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 124 ล้านบาท N+5 ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 122 ล้านบาท และ N+6 ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 120 ล้านบาท ทั้งนี้ หากที่ประชุมบอร์ดกสทเห็นชอบ ก็ต้องนำเสนอบอร์ดกสทช.พิจารณาอนุมัติ เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) และนำไปสู่ประกาศในราชกิจการนุเบกษา เพื่อมีผลบังคับใช้ และเปิดประมูลทีวีดิจิตอลประเภทธุรกิจ 24 ช่องในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ กสทช.ได้กำหนดไว้.
...