ผมเขียนไปตั้งแต่ต้นปีแล้วนะครับว่า ปี 2013 นี้ เราจะได้เห็น “มือถือแพลตฟอร์มใหม่ๆ” อีกอย่างน้อย 4 ค่ายด้วยกัน และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มือถือแพลตฟอร์มใหม่แต่ชื่อเก่าก็เปิดตัว

คุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์คงรู้จักมือถือตระกูล BlackBerry กันเป็นอย่างดี บางคนอาจไม่เคยใช้งานจริง แต่น่าจะเคยเห็นและรู้จักกันมาบ้าง

BlackBerry มีประวัติความเป็นมายาวนานมาก ถ้าเล่าแบบสั้นๆ มันถือกำเนิดจากการเป็นเพจเจอร์แบบพิมพ์โต้ตอบได้ แล้วพัฒนามาเป็น “มือถือมีคีย์บอร์ด” ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานของโลกธุรกิจ จุดขายหลักของมันคือการตอบอีเมล์ได้สะดวกแม้อยู่นอกสถานที่และไม่มีคอมพิวเตอร์ ช่วยให้งานธุรกิจไม่สะดุดนั่นเอง

ครั้งหนึ่ง BlackBerry ยิ่งใหญ่ถึงขั้นถูกขนานนามว่า “ราชาแห่งสมาร์ทโฟน” แต่เมื่อโลกเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง สมาร์ทโฟนจอสัมผัสภายใต้การบุกตลาดของไอโฟนและแอนดรอยด์ออกมาถล่มผู้เล่นรายเก่าเสียยับเยิน โนเกียตกบัลลังก์ ไมโครซอฟท์ปรับทัพใหม่ ในขณะที่ปาล์มถึงขั้นสูญพันธุ์ กลายเป็นแอปเปิลและซัมซุงผงาดขึ้นมาแทนที่

ค่าย BlackBerry เองก็ต้องปรับตัวออกมือถือจอสัมผัสมาต่อกรเหมือนกัน แต่ตัวระบบปฏิบัติการ BlackBerry ถูกออกแบบมาสำหรับคีย์บอร์ดและปุ่มเมนู มันจึงใช้งานกับจอสัมผัสได้ไม่ดีเท่ากับระบบปฏิบัติการค่ายคู่แข่ง ผลคือช่วงหลัง BlackBerry มีส่วนแบ่งตลาดและยอดขายถดถอยลงเรื่อยมา จากส่วนแบ่งตลาด 30-40% ตอนนี้เหลือน้อยกว่า 10% แล้ว

บริษัทจึงต้อง “คิดใหม่ทำใหม่” ตั้งแต่หัวจรดเท้า หาระบบปฏิบัติการตัวใหม่ที่ทันสมัยและมีความสามารถสูงมาเป็นอาวุธหลัก ซึ่งผลสุดท้ายออกมาเป็นระบบปฏิบัติการชื่อ BlackBerry 10 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 31 มกราคม โดยเปิดตัวพร้อมกับมือถือใหม่อีกสองรุ่น คือ BlackBerry Z10 รุ่นจอสัมผัสไม่มีคีย์บอร์ด และ BlackBerry Q10 รุ่นจอสัมผัสมีคีย์บอร์ด

นอกจากนี้บริษัทที่เดิมใช้ชื่อว่า Research in Motion ยังเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น BlackBerry ตามชื่อของผลิตภัณฑ์เพื่อลดความสับสนของลูกค้าและรีแบรนด์ตัวเองว่า “กลับมาแล้ว” อีกด้วย

BlackBerry 10 มาพร้อมกับแนวคิดที่น่าสนใจหลายอย่างครับ อย่างแรกคือหน้าตาแบบใหม่ที่เรียกว่า Flow ช่วยให้การใช้งานลื่นไหลมากขึ้น ออกแบบมาสำหรับการถือด้วยมือข้างเดียวแล้วยังสั่งงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างที่สองคือ BlackBerry Hub หรือศูนย์รวมข้อความ-จดหมาย-อีเมล์-การแจ้งเตือนจากทุกแอพในเครื่อง แนวคิดจะใกล้เคียงกับถาดข้อความเข้าของแอนดรอยด์ แต่ก็มีความสามารถมากกว่าหลายอย่าง

อย่างที่สามคือคีย์บอร์ดแบบใหม่บนหน้าจอสัมผัสครับ คือ คีย์บอร์ดแบบ QWERTY ของ BlackBerry รุ่นดั้งเดิมได้รับการยกย่องอย่างสูงว่าดีที่สุดในโลกไอที แต่เมื่อโลกหมุนไปในแนวทางของจอสัมผัส คีย์บอร์ดแบบปุ่มดีแค่ไหนก็สู้ลำบาก ทางบริษัทจึงต้องสร้างคีย์บอร์ดบนจอสัมผัสที่มีประสิทธิภาพดีในระดับเดียวกัน ผลออกมาเป็นคีย์บอร์ดแบบใหม่ที่อธิบายเป็นภาษาไทยว่า “โยนคำ” (ดูวิดีโอประกอบ) โดยคีย์บอร์ดจะช่วยเติมคำให้เราอัตโนมัติ เช่น พิมพ์ตัวอักษร H แล้วตรงปุ่มจะแนะนำคำว่า Hello เป็นต้น


โดยภาพรวมแล้วการกลับมาของ BlackBerry 10 หรือเรียกย่อๆ ว่า BB10 ถือว่าน่าสนใจมาก ตัวระบบปฏิบัติการมีแนวคิดแปลกใหม่หลายอย่าง แต่มันเจ๋งพอที่จะทำให้ BlackBerry กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งหรือไม่?

ต้องออกตัวว่าผมยังไม่ได้จับ BB10 ของจริง เพราะยังไม่มีขายในประเทศไทย (แต่อีกไม่นานคงเข้ามาแล้ว) คงวิจารณ์มากไม่ได้ เท่าที่ดูสำนักข่าวต่างประเทศทดสอบพบว่ามันยังก้ำกึ่งอยู่พอสมควร มีด้านที่ทำออกมาได้ดีมากๆ อย่างคีย์บอร์ดแบบใหม่ และด้านที่ทำออกมาแย่มากๆ เช่น แบตเตอรี่ของ BlackBerry Z10 หมดเร็วมาก หรือคุณภาพของกล้องที่เข้าขั้นห่วย ส่วนตัวระบบปฏิบัติการถึงแม้จะแปลกใหม่ก็จริง แต่ก็มีบางส่วนที่ยังไม่เสร็จและความสามารถไม่สมบูรณ์นักเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่พัฒนาระบบมา 5-6 ปีจนอยู่ตัวแล้ว

โดยสรุปแล้วคือผมขอวิจารณ์แบบละเอียดอีกครั้งเมื่อได้ทดสอบเครื่องจริงเสียก่อน

แต่ข่าวการกลับมาของ BB10 คงทำให้แฟนๆ หรืออดีตแฟนของ BlackBerry ใจชื้นขึ้นมาบ้างว่า บริษัทนี้ยังอยู่และพยายามต่อสู้อย่างหนักเพื่อให้กลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง ในฐานะผู้ติดตามเทคโนโลยีอย่างเราๆ ก็ต้องเอาใจช่วยให้บริษัทอยู่ได้และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อผู้บริโภคต่อไปครับ.

...


มาร์ค Blognone