แอปเปิลเจอปัญหาเล็กน้อยสำหรับการวางจำหน่าย Vision Pro ในประเทศจีน เนื่องจากเจ้าของลิขสิทธิ์ชื่อดังกล่าวเป็นของหัวเว่ย ขณะที่การวางจำหน่ายในประเทศจีนคาดว่าน่าจะพร้อมวางจำหน่ายในเดือนเมษายน หรือเดือนพฤษภาคม

เว็บไซต์ไอทีโฮมของประเทศจีน รายงานว่า Apple Vision Pro ผลิตภัณฑ์ลำดับล่าสุดของแอปเปิล มีโอกาสวางจำหน่ายในประเทศจีนอย่างเร็วที่สุดในเดือนเมษายนนี้ หรืออย่างช้าที่สุดก็คือพฤษภาคม 

ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแอปเปิล ถูกตั้งคำถามในทำนองเดียวกันว่า Vision Pro จะพร้อมวางจำหน่ายในจีนเมื่อใด โดยที่ทิม คุก เลือกที่จะตอบกว้างๆ ว่า ตัวเขายังไม่แน่ใจนัก แต่คิดว่าน่าจะเร็วๆ นี้

ประเด็นนี้ถือว่าสอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของ Ming-chi Kuo ที่เคยกล่าวว่า Apple Vision Pro น่าจะวางจำหน่ายเป็นการทั่วไปก่อนหน้าที่จะจัดงาน WWDC 2024 โดยปัญหาหลักในเวลานี้อยู่ตรงที่การสต๊อกสินค้าเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยังมีความท้าทายจากการผ่านมาตรฐานบังคับใช้ของแต่ละประเทศ และการฝึกอบรมการใช้งานให้กับพนักงาน Apple Stoe ในสาขาต่างๆ 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของ Apple Vision Pro อยู่ตรงที่ในประเทศจีน เจ้าของลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า “Vision Pro” เป็นของหัวเว่ย (Huawei) ซึ่งจดทะเบียนเอาไว้ตั้งแต่ปี 2019 นั่นจึงทำให้แอปเปิลไม่สามารถใช้ชื่อดังกล่าวได้ 

Apple Vision Pro เตรียมวางจำหน่ายในวงกว้างเร็วๆ นี้
Apple Vision Pro เตรียมวางจำหน่ายในวงกว้างเร็วๆ นี้

...

ทั้งนี้ เครื่องหมายการค้า Vision Pro ของหัวเว่ย เริ่มมีผลบังคับใช้ 10 ปี เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2021 จนถึง 27 พฤศจิกายน 2031

แม้ว่าหัวเว่ยจะเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าว แต่เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วแอปเปิลน่าจะสางปัญหาดังกล่าวได้ไม่ยาก

ปัจจุบัน Apple Vision Pro มีให้บริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น อีกทั้งยังมีเงื่อนไขการใช้งานที่มีความยุ่งยากเล็กน้อย ยกตัวอย่างเช่น เลนส์ Zeiss จะต้องผ่านการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาเท่านั้น 

พร้อมกันนี้ แอปพลิเคชัน Apple Music และ Apple TV ต้องใช้ Apple ID ที่อยู่ในภูมิภาคของสหรัฐฯ และ App Store สำหรับระบบปฏิบัติการ VisionOS ก็ต้องใช้ Apple ID ในสหรัฐฯ เช่นกัน

ขณะเดียวกัน แอปพลิเคชัน คอนเทนต์ รวมถึงฟีเจอร์บางอย่าง ถูกจำกัดให้ใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขในเรื่องของภาษาที่ยังรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ ทั้งในส่วนการพิมพ์ และคำสั่งเสียงจากสิริ (Siri) รวมถึงบริการหลังการขายก็ยังมีเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ที่มา: 9to5Mac