ซัมซุง หนึ่งในผู้ผลิตชิปเซตรายใหญ่ของโลก เปิดเผยในช่วงการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ของปี 2023 พบว่ารายได้ลดลง โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจชิปเซต อันเป็นผลพวงจากความต้องการชิปเซตที่ลดลง และเกิดสินค้าคงคลังเป็นจำนวนมาก

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า ธุรกิจชิปเซตของซัมซุงในไตรมาสที่ 1 ของปี 2023 เพิ่งมีผลประกอบการที่แย่ โดยมีเหตุสำคัญจากการที่ ความต้องการชิปเซตในตลาดโลกลดลง และสินค้าคงคลังที่สูง ส่งผลให้แผนกชิปเซตของซัมซุงขาดทุนราว 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ซัมซุงขาดทุนด้านชิปเซตเป็นเพราะว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เกิดความต้องการชิปเซตที่สูงขึ้นกว่าปกติ นั่นจึงทำให้ซัมซุงเริ่มวางมาตรการป้องกันการขาดแคลนชิปเซต อย่างไรก็ดี เมื่อความต้องการบริโภคชิปเซตลดลง ก็เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อขึ้นมาพร้อมกัน

แม้ผลประกอบการในธุรกิจชิปเซตจะออกมาไม่ดีนัก แต่ซัมซุงเชื่อมั่นว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 สถานการณ์น่าจะดีขึ้น จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนและพีซี ไปจนถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศจีน

นอกจากนี้ ซัมซุง ยืนยันว่า พวกเขาไม่มีแผนที่จะลดการลงทุนในธุรกิจชิปเซต โดยเน้นการลงทุนห้องแล็บที่ต้องการความสะอาดสูง ขยายการลงทุนในด้าน R&D เพื่อปูทางสู่ความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

เป็นความจริงอยู่ว่าอุตสาหกรรมชิปเซตของซัมซุงอาจไปได้ไม่สวยในไตรมาสนี้ แต่ยังคงทำกำไรได้ดีจากธุรกิจสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะการเปิดตัว Galaxy S23 ซึ่งโตขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา: CNBC

...