ตอนก่อนๆ ผมเกริ่นถึงรายละเอียดของแต่ละก๊กไปครบทั้งสามก๊กแล้ว คราวนี้ได้เวลาทำสงครามกันสักทีครับ...
ย้อนเวลากลับไปสักประมาณ 30 ปีก่อน วงการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ “พีซี” แบ่งออกเป็น 2 ค่ายใหญ่คือ ค่ายแมคอินทอชของแอปเปิล และค่ายพีซีที่ริเริ่มโดยไอบีเอ็มกับไมโครซอฟท์ ซึ่งสงครามนี้จบลงด้วยชัยชนะเบ็ดเสร็จของไมโครซอฟท์ในช่วงทศวรรษ 90s และส่งผลให้ไมโครซอฟท์ครองตลาดพีซีมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนแอปเปิลก็ตกต่ำมีส่วนแบ่งตลาดเล็กๆ เฉพาะตัวอยู่เงียบๆ
ในสายตาของผมแล้ว จุดสูงสุดของไมโครซอฟท์คือปี 2001 ซึ่งเป็นปีที่ไมโครซอฟท์วางขาย Windows XP ระบบปฏิบัติการพีซียอดนิยมตลอดกาล (นับถึงทุกวันนี้มีอายุเกิน 10 ปีแล้ว แต่คนยังใช้กันเยอะอยู่) จุดเด่นของ Windows XP คือเป็นระบบปฏิบัติการที่สมบูรณ์มากในตอนนั้น ทำงานพื้นฐานได้ครบครัน มีเสถียรภาพสูงเมื่อเทียบกับวินโดวส์รุ่นก่อนๆ) ไมโครซอฟท์จึงยึดครองตลาดพีซีแบบเบ็ดเสร็จ
ความสำเร็จนี้ทำให้ไมโครซอฟท์เหลิง และมองข้ามคู่แข่งสำคัญในอนาคตอีก 2 รายที่กำลังรุ่งขึ้นมาในช่วงเวลานั้นไปเสีย
คู่แข่งรายแรกคือศัตรูเก่าอย่างแอปเปิลที่หมดสภาพไปนานแล้ว จนต้องไปดึงสตีฟ จ็อบส์ กลับมาเป็นซีอีโออีกครั้งในปี 1997 จ็อบส์เองก็ต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งกว่าจะปรับปรุงแอปเปิลเละๆ ของเดิมให้เข้าที่ ผมมองว่าแอปเปิลในยุคที่สองถือเป็นแอปเปิลบริษัทใหม่ที่มีรากฐานเดิมจากบริษัทเก่า มากกว่าจะเป็นความต่อเนื่องของบริษัทแอปเปิลเดิมในช่วงที่จ็อบส์ไม่อยู่
แอปเปิลภายใต้การนำของสตีฟ จ็อบส์เริ่มออกอาวุธจริงๆ ในปี 2000 ผ่านระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ Mac OS X (มันมีรากฐานมาจากระบบปฏิบัติการ NeXT ที่สตีฟ จ็อบส์สร้างขึ้นหลังออกจากแอปเปิล) Mac OS X รุ่นแรกยังขาดความสามารถสำคัญอยู่เยอะ แต่โดยพื้นฐานของมันแข็งแกร่งกว่าวินโดวส์ในช่วงนั้นมาก ซึ่งมาถึงวันนี้มันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าต่อกรกับวินโดวส์ได้อย่างสูสีตลอดสิบปีที่ผ่านมา แถมดีกว่าด้วยซ้ำในบางเรื่อง
แต่ตลาดคอมพิวเตอร์พีซีเป็นฐานที่มั่นสำคัญของไมโครซอฟท์มานาน แอปเปิลจึงไม่สามารถตีให้แตกได้ง่ายๆ (จนถึงวันนี้ก็ยังตีไม่แตกนะครับ แค่ชิงส่วนแบ่งตลาดได้เพิ่มขึ้นเท่านั้น) ความร้ายกาจของแอปเปิลอยู่ที่อาวุธระลอกสอง “อุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่พีซีแต่ใช้แทนพีซีได้” เริ่มจากเครื่องเล่นเพลงพกพา iPod รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 2001 (แล้วตามมาด้วย iPhone และ iPad อย่างที่เราเห็นกันในเวลาต่อมา)
ช่วงแรก iPod เป็นผลิตภัณฑ์ที่คุกคามผู้ผลิตเครื่องฟังเพลงพกพาอย่างโซนี่มากกว่า แต่ในระยะยาว ความสำคัญของ iDevice จากแอปเปิลคือการทำให้ “พีซี” เริ่มไม่สำคัญอย่างแต่ก่อนต่างหาก
คู่แข่งรายที่สองคือกูเกิล บริษัทหน้าใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งในปี 1998 โดยนักศึกษาโนเนมที่ไหนไม่รู้สองคน ช่วงแรกกูเกิลเติบโตขึ้นมาในฐานะเครื่องมือสืบค้นข้อมูลบนโลกออนไลน์ จุดเด่นของกูเกิลคือสร้างเครื่องมือค้นหาของตัวเองได้ดีเยี่ยมจนโค่นคู่แข่งรายอื่นได้อย่างง่ายดาย พอมาถึงช่วงปี 2000 ต้นๆ กูเกิลเริ่มนำโด่งในตลาดค้นหา แล้วจึงขยายผลิตภัณฑ์ของตัวเองไปยังบริการออนไลน์อื่นๆ อย่างอีเมล์หรือแผนที่
คู่แข่งในช่วงแรกของกูเกิลคือเว็บค้นหาอย่าง Yahoo! หรือ Alta Vista แต่พอกูเกิลเกาะกระแสถูก เลือกเกาะกระแสเว็บที่เป็นเทคโนโลยีสำคัญมากของโลก ทำให้สุดท้ายแล้วกูเกิลต้องเผชิญหน้ากับไมโครซอฟท์ ที่พยายามขยายซอฟต์แวร์ของตัวเอง จากเดิมที่อยู่บนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ เปลี่ยนมาเป็นผลิตภัณฑ์บนโลกออนไลน์เข้าจนได้
เดิมทีแผนยุทธศาสตร์ของไมโครซอฟท์คือควบคุม “เว็บเบราว์เซอร์” โปรแกรมท่องเว็บของผู้ใช้ โดยอาศัยส่วนแบ่งตลาดอันมหาศาลของวินโดวส์ บีบให้คนใช้โปรแกรม Internet Explorer ของตัวเอง เพื่อให้เข้าไปใช้บริการออนไลน์ ของไมโครซอฟท์อย่าง Hotmail หรือ MSN กันมากๆ แต่เมื่อกูเกิลทำเครื่องมือค้นหาได้ดี พฤติกรรมของผู้ใช้เน็ตจึงเริ่มจากการค้นข้อมูลในเว็บกูเกิลก่อน ส่งผลให้ข้อได้เปรียบของไมโครซอฟท์เริ่มหมดความหมาย
กูเกิลรู้ดีว่าเว็บจะมีความสำคัญสูงมากในอนาคต จึงใช้ยุทธศาสตร์สร้างแบรนด์กูเกิลไปอยู่ในทุกๆ ที่ ไม่ว่าจะใช้คอมพิวเตอร์รุ่นใด ระบบปฏิบัติการอะไร มีโปรแกรมอะไรติดตั้งอยู่บ้างหรือไม่ ขอเพียงแค่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ ทุกคนก็เข้าถึงกูเกิลได้เท่ากัน ซึ่งเป็น “กระบวนทัศน์” (paradigm) ที่ขัดแย้งกับยุทธศาสตร์การผูกทุกอย่างไว้กับวินโดวส์แบบที่ไมโครซอฟท์ใช้ตลอดมา
ไมโครซอฟท์นั้นมีบริการค้นข้อมูลออนไลน์ชื่อ MSN Search ที่ผูกกับเว็บพอร์ทัล MSN มาตั้งแต่ปี 1998 แต่ไม่ได้เน้นเรื่องนี้มากนัก เมื่อกระแสการค้นเว็บของกูเกิลมาแรงจนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไมโครซอฟท์เลยต้องจริงจังกับการค้นหาข้อมูลบนเน็ตมากขึ้น ผลคือไมโครซอฟท์ตัดสินใจยกเครื่อง MSN Search มาเป็น Windows Live Search ในปี 2006 โดยเปลี่ยนทั้งชื่อแบรนด์และระบบการทำงานข้างใต้ให้ดีขึ้น แต่นั่นก็ยังไม่พอในการโค่นกูเกิลลงอยู่ดี (ไมโครซอฟท์รีแบรนด์อีกครั้งในปี 2009 โดยเปลี่ยนชื่อเป็น Bing มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งก็ยังเจาะตลาดกูเกิลไม่ได้)
ช่วงกลางทศวรรษ 2000 ไมโครซอฟท์จึงเริ่มถูกตีขนาบจากสองฝั่ง โดยมีแอปเปิลรุกเข้ามาจากธุรกิจฮาร์ดแวร์ที่ไม่ใช่พีซี และกูเกิลรุกเข้ามาจากโลกออนไลน์ กินตลาดพีซีของไมโครซอฟท์เดิมไปอย่างช้าๆ (ยุทธศาสตร์นี้ถูกตั้งชื่อโดยสตีฟ จ็อบส์ ในภายหลังว่าเป็นการเปลี่ยน “ยุคสมัยแห่งพีซี” ให้เป็น “ยุคหลังพีซี”)
ตรงนี้เปรียบได้กับการเติบโตของ “ง่อก๊ก” และ “จ๊กก๊ก” อย่างช้าๆ ขึ้นมาท้าทายอำนาจ “วุยก๊ก” ของโจโฉนั่นเองครับ มิหนำซ้ำ สัญลักษณ์และผู้นำของไมโครซอฟท์อย่างบิล เกตส์ ก็ยังเริ่มลดบทบาทของตัวเองลงด้วยเหตุผลว่า “อิ่มตัวแล้ว” อีกด้วย
ตอนหน้าเรามาว่ากันถึง “สงครามใหญ่” ที่เปรียบได้กับ “สมรภูมิเซ็กเพ็ก” หรือ “สงครามผาแดง” ในประวัติศาสตร์ของสามก๊กกันครับ
...
มาร์ค Blognone