นี่คือเรื่องเกี่ยวกับเด็กๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ สำหรับนโยบายที่คนให้ความสนใจ อย่างนโยบายแท็บเล็ตพีซี สนใจว่า...เมื่อไหร่ลูกชั้น น้องชั้น หลานชั้น หรือนักเรียนชั้น จะมีใช้...
บ้างก็สนใจใคร่ถามว่า...มันสำคัญจริงหรือท่าน ที่ต้องแจกเด็กเล็กอย่างนั้น มันจะดีแน่แล้วหรือ หลายคนถามถึงความพร้อมของรัฐ ความพร้อมของครูในโรงเรียน ความพร้อมพ่อแม่...ที่ต้องดูแลลูกๆ ทั้งที่ตัวเองไม่ไฮเทคพอ
ตั้งแต่เริ่มมีไอเดียในการแจก แต่แรก...ซีเคยประกาศกร้าว ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะแจกเด็กเล็กขนาดนั้น เพราะอาจเรียกได้ว่า เกินความจำเป็น แต่พอได้มีโอกาสฟังคำอธิบาย หลายๆ เหตุผลจากปาก รัฐมนตรี ก็พอเข้าใจอะไรดีขึ้น...ส่วนหนึ่งซีโทษที่ตัวซีเอง อยู่ใกล้กับของพวกนี้มากไป วิสัยทัศน์คนเมืองบางทีก็แคบ ทำให้เรามองข้ามกลุ่มคนส่วนใหญ่ พี่ป้าน้าอาทั่วประเทศที่กำลังต้องเปิดรับกับของใหม่ที่ไม่คุ้นเคย เพราะเมื่อประตูไอทีบานนี้เปิดขึ้น ทุกคนรู้จักความเจ๋งของอุปกรณ์จิ้มจอสมัยใหม่ บางทีความคิดดีๆ และสิ่งดีๆ อาจกำลังจะเกิดขึ้น เพราะเรากำลังจะเห็นโลกกว้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี...ดังนั้น จงอ่านกันให้ดี เตรียมความพร้อมให้เหมาะไว้
จัดอันดับ...คำถามบาดใจที่รัฐมนซีถาม....รัฐมนตรีตอบ
...
เจอหน้าท่านรัฐมนตรี ซีก็ยิงคำถามบาดใจไปหลายข้อ ขอแบบไม่ขอลังเล เพราะตระหนักว่าเรื่องนี้สำคัญยิ่ง กับคนรุ่นใหม่วัยใสของชาติ
คำถามแสบทรวงอันดับที่ 1 ได้แก่ "แจกเด็กเล็กแบบนั้น...มันจะเหมาะหรือคะท่าน?"
ถ้าคุณยื่นไอแพดให้เด็กเล็กๆ สมัยนี้...ซีเชื่อว่า ไม่ต้องสอนเค้าจะจิ้มจนเจอเกมโปรด ที่ถูกใจได้ไม่ยาก ต่างกับผู้ใหญ่อายุมาก ที่อาจทำความรู้จักกับมันนานกว่าหน่อย เพราะกล้าๆ กลัวๆ ว่า เดี๋ยวจิ้มผิดจิ้มถูกแล้วจะพังป่าวหว่า?...เด็กเรียนรู้เร็วค่ะ น้อยคนคงเถียง
สิ่งที่รัฐมนตรีตอบน่าสนใจ...ที่ถ้าท่าน รมต.อยากนำไปใช้ซีก็ไม่หวงนะคะ ที่ท่านตอบมาสรุปได้ดังนี้ค่ะ
"ได้ของไฮเทค เมคจินตนาการบรรเจิด เปิดตำราอัพเดต สร้างขอบเขตให้ใช้ไซเบอร์สีขาว." ว่าง่ายๆ คือ
1. เด็ก ป.1 จะเรียนสนุก ลุกนั่งสบาย "ได้ตำราอัพเดต"...อันนี้น่าสนมาก เพราะสร้างงาน สร้างอาชีพได้อีก...อย่างเช่น การต่อยอดให้นัก 2 พัฒนาแอพชาวไทย หรือครูที่ไอเดียดีๆ มาทำบทเรียนดีๆ ทันสมัยให้ดาวน์โหลดใช้กันได้
2. เป็น "เครื่องมือในการเปลี่ยนระบอบพฤติกรรมนิยม"....ครูสั่งน้อยลง จินตนาการมากขึ้น
3. "สร้างวิจารณญาณ" ให้โตไปกับไอทีแบบ เรียนรู้ที่จะใช้ในทางที่ดีตั้งแต่ยังเล็ก
คำถามบาดใจ อันดับที่ 2 ได้แก่ "ให้เด็กเล็กไป...เด็กจะทำพัง ทำสูญหายรึเปล่า เราจะดูแลได้ยังไงไหว?"
สำหรับซี ตอนแรกก่อนถาม บอกตามตรงยังเกรงว่าจะฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับ รมต. แต่กลายเป็นคำถามยอดฮิตซะงั้น
ท่านตอบสั้นๆ แต่เห็นวิสัยทัศน์ที่ดีทีเดียว "อันนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของโรงเรียน แต่ละโรงเรียนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน" หมายความว่า ถ้าโรงเรียนนั้นๆ มองว่า เด็กน่าจะดูแลรักษาได้เมื่อนำกลับบ้านไป ก็สามารถให้เด็กนำกลับบ้านไปใช้เวลาว่างทำแบบฝึกหัด เพราะแม้ไม่มีเน็ตที่บ้าน แต่แอพพวกบทเรียน แบบฝึกหัดก็ยังใช้ได้ เพราะโหลดมาเก็บอยู่ในเครื่องอยู่แล้ว
ส่วนความทนทานเครื่อง...พี่นักข่าวหลายท่านที่ได้พบท่าน รมต. คงเคยเห็นท่านโชว์ Drop TEST ว่าง่ายๆ ทำหล่นโชว์แน่นอน เป็นไฮไลท์ก็ว่าได้ เพื่อให้เห็นว่าความทนทานเครื่องมี หลังจากซีจับดูเล่นดู วัสดุถือว่ามีคุณภาพทีเดียว ถ้าหล่นระดับเอวผู้ใหญ่ลงพื้นยังไม่เป็นไร แต่จะให้ดีอุปกรณ์ไอทีไม่หล่นจะดีกว่านะคะ...นี่ถ้าในอนาคต Wifi มีทุกที่ ซีขอแนะนำแอพประเภทระบุพิกัดเครื่องได้...รับรองเป็นยันต์กันหายทีดีเชียวล่ะ โดนเอาไปยังให้มัน "โอมมมมม กลับมา กลับมา" ได้เลย
คำถามบาดใจอันดับที่ 3...แท็บเล็ตนี้ เป็นของใคร เด็ก ป.1 โตไปเอาไปได้ไหมเอ่ย?
ฟันธงว่า ไม่ว่าโรงเรียนจะมีนโยบายให้เด็กเอากลับบ้านรึเปล่า..แต่แท็บเล็ตเป็นเด็กๆ ไปเลย ขึ้น ป.2 ก็เอาไปด้วย...สั้นๆ ง่ายๆ อยู่ในครอบครองแบบยกให้ เอาไปเถอะ
ที่คุณอ่านมาเนี่ย ถือว่าเป็นการรีวิวแบบเบาะๆ ไปแล้วนะคะ ไม่รู้ตัวล่ะสิ!!!
...
ซี ฉัตรปวีณ์
Twitter.com/ceemeagain
youtube.com/chatpawee