ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกับบริษัทคิวบิค แอซโซซิเอทส์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวบริการทีวีอินเตอร์เน็ตหรือไอพีทีวี IPTV (Internet Protocol Television) บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ของทีโอที ตั้งเป้ายอดลูกค้าที่เดือนละ 35,000 ราย ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการและทำตลาดในเชิงพาณิชย์เดือน มิ.ย.นี้
โดยนายพันธ์เทพ จำรัสโรมรัน ประธานกรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเปิดตัวบริการไอพีทีวีเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆให้แก่ทีโอที ซึ่งสุดท้ายไม่สามารถพึ่งพิงรายได้จากระบบสัมปทานได้อีกต่อไป ที่สำคัญความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ทีโอทีต้องลงทุนเพิ่ม เพียงแค่ใช้เครือข่ายที่มีอยู่ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการขยายการให้บริการเท่านั้น “การขยายตัวสู่ธุรกิจมัลติมีเดียในครั้งนี้ ทำให้ทีโอทีในฐานะบริษัทโทร-คมนาคมของประเทศ ให้บริการครอบคลุม 4 ธุรกิจหลัก อันได้แก่ โทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ และไอพีทีวีหรือมัลติมีเดีย ทำให้เราสามารถให้บริการได้ครอบคลุมเทียบเท่าบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ทั่วโลก”
เขาบอกว่า แม้ไอพีทีวีจะไม่ใช่เรื่องใหม่และแทบไม่มีใครทำแล้วประสบความสำเร็จในไทย รวมทั้งทีโอทีที่เคยให้บริการไอพีทีวีมาแล้วในอดีต แต่ครั้งนี้ความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างคิวบิค ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น เนื่องจากคิวบิคเป็นผู้ให้บริการไอพีทีวีทั่วโลก รวมทั้งให้บริการผ่านโรงแรม 5 ดาวหลายแห่งในเมืองไทย จึงมีจุดแข็งด้านเนื้อหา (คอนเท้นท์) ที่จะนำเสนอให้แก่ลูกค้า
“ไอพีทีวีในเมืองนอกนั้นเป็นที่นิยมมาก เราจึงเห็นว่าอาจถึงเวลาสำหรับเมืองไทยแล้ว โดยเฉพาะเมื่อระบบอินเตอร์เน็ตมีความเสถียรพอ ไอพีทีวียังถือเป็นธุรกิจที่ตอบรับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการขยายเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้าสู่พื้นที่ชนบทมากขึ้น เพราะไอพีทีวีเปรียบเสมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตโดยใช้หน้าจอทีวี ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะหากซื้อกล่องรับสัญญาณหรือ Set Top Box ก็จะมีแป้นคีย์บอร์ดพ่วงไปให้ด้วย เพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ตได้”
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทีโอทีและคิวบิคยังอยู่ระหว่างการทดลองให้บริการเท่านั้น เพราะต้องการทดสอบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของทีโอที
ที่มีอยู่ทั่วประเทศก่อนว่าสามารถให้บริการได้จริงในพื้นที่ใดบ้าง แต่เบื้องต้นมีตัวเลขจำนวนลูกค้าที่น่าจะรับบริการไอพีทีวีได้ราว 109,000 ราย เป็นลูกค้าที่ใช้บริการอินเตอร์เน็ตที่ความเร็วประมาณ 10 Mbps อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีของคิวบิค บริษัทระบุว่าจะให้บริการได้แม้บนความเร็วที่ 1-2 Mbps
“การให้บริการไอพีทีวีจะเป็นเครื่องชี้วัดประสิทธิภาพในการทำงานของทีโอทีได้ในระดับหนึ่ง หากให้บริการลูกค้าไปแต่อินเตอร์เน็ตไม่เสถียร ลูกค้ารับชมทีวีไม่ได้ ก็ต้องโดนด่า หรือหากพื้นที่ใดไม่รองรับการให้บริการ ก็จะสามารถรู้ได้ว่ามีความต้องการใช้ของลูกค้าอยู่”
...
โดยขณะนี้ทีโอทีกำลังอยู่ระหว่างเจรจาเรื่องค่าส่วนรายได้จากการขายกล่องรับสัญญาณ ค่าโฆษณา ค่าซื้อสินค้าผ่านไอพีทีวี หากตกลงกันไม่ได้ ก็อาจไม่สามารถร่วมธุรกิจกัน ตอนนี้จึงยังไม่มีการเซ็นสัญญาแต่อย่างใด
ด้านนายศุภศักดิ์ ณ นครพนม ประธานกรรมการบริหารคิวบิค เปิดเผยว่า ให้บริการไอพีทีวีมานานกว่า 5 ปีแล้วในประเทศไทย แต่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนักเนื่องจากความไม่เสถียรของกล่องสัญญาณ จำนวนเนื้อหารายการที่มีน้อย แต่หลังจากที่ทำการศึกษาตลาดไอพีทีวีในไทยมากว่า 2 ปีเต็ม รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีการให้บริการให้มีประสิทธิ-ภาพมากที่สุดแล้ว เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยภายใต้ความร่วมมือกับทีโอทีนั้น เบื้องต้นได้จัดเตรียมช่องไว้ออกอากาศราว 50 ช่อง โดยทีโอทีกำหนดว่าต้องเป็นเนื้อหาฟรี 70% และเป็นระบบจ่ายตามที่ชมหรือเพย์ เพอ วิว อีกราว 30%
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า Set Top Box ของคิวบิคที่จะขายผ่านบรอดแบนด์ของทีโอทีนั้น ตั้งราคาขายไว้ที่ 5,555 บาท โดยลูกค้าจะต้องใช้บรอดแบนด์ทีโอทีเท่านั้นจึงจะรับชมได้ โดยจะต้องเสียค่าบริการบรอดแบนด์รายเดือนด้วย เพราะเป็นการดูทีวีผ่านอินเตอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม เป็นที่สังเกตว่าธุรกิจไอพีทีวีในไทยนั้นไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร ขณะที่ราคาขาย Set Top Box ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็กำลังร่างกฎเกณฑ์เพื่อเปิดประมูลทีวีดิจิตอล ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภค.