อดีตผู้บริหารระดับสูงของวอตส์แอป (WhatsApp) เปิดใจรู้สึกผิดพลาดที่ขายกิจการให้เฟซบุ๊ก (Facebook) โดยสถานะของแอปในปัจจุบันเป็นแต่เพียงแค่เงาของสิ่งที่พวกเขาเคยสร้าง

นีราจ อาโรรา อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของวอตส์แอป ได้แสดงความรู้สึกเสียใจที่อดีตบริษัทของเขาต้องไปอยู่ในมือของมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ในราคา 1.93 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2014

อาโรรา กล่าวว่า ในช่วงที่มีการเจรจานั้น เฟซบุ๊ก หรือในปัจจุบันก็คือเมตา (Meta) ให้สัญญาว่าทีมงานของวอตส์แอปจะมีอิสระในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงคำมั่นสัญญาที่จะไม่ผลักดันระบบโฆษณาลงสู่แอปแชต และอื่นๆ อีกมากมาย

หลังจากนั้นเป็นเวลาเกือบ 3 ปี ไบรอัน แอคตัน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งวอตส์แอป ตัดสินใจลาออกจากเฟซบุ๊ก ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจถอนตัวจากการร่วมงานกับผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลก นั่นคือ เรื่องของระบบโฆษณาในแอปพลิเคชัน

ต่อมาในปี 2018 แจน คูม อีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้งวอตส์แอป และตัวของนีราจ อาโรรา ก็ตัดสินใจลาออกจากเฟซบุ๊กในที่สุด

ในความเห็นของอาโรรา เขามองว่า จริงอยู่ที่วอตส์แอปจะเป็นแพลตฟอร์มใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเฟซบุ๊ก แต่วอตส์แอปในปัจจุบันตอนนี้เหลือแค่เงาจากสิ่งที่พวกเขาเคยร่วมกันสร้าง ซึ่งไม่ใช่มีแค่เขาคนเดียวที่รู้สึกเสียใจที่มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเฟซบุ๊ก

ในเวลานี้ วอตส์แอป ได้แปรสภาพจากแอปแชตไปเป็นบริการโซเชียลมีเดียมากขึ้น ผ่านการเพิ่มฟีเจอร์อย่างสตอรี่ รวมถึงการขยายพรมแดนไปเป็นแอปด้านการช็อปปิ้งและการชำระเงิน เป็นต้น

...

การลาออกของอดีตผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทที่ถูกซื้อโดยเฟซบุ๊กไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น เพราะเควิน ซิสสตรอม และไมค์ ครีเกอร์ สองผู้ร่วมก่อตั้งอินสตาแกรมก็เดินออกจากเฟซบุ๊กในภายหลัง ด้วยเหตุผลมุมมองการทำงานไม่ตรงกัน รวมถึงผู้ก่อตั้งบริษัทโอคูลัส (Oculus) ก็มีปัญหาลักษณะคล้ายกัน

ในทุกปี เมตาได้เข้าซื้อกิจการบริษัทที่มีแนวโน้มไปได้สวยอยู่เสมอ ดังนั้นแล้ว เรื่องราวการลาออกของผู้ก่อตั้งบริษัทที่ถูกเฟซบุ๊กซื้อไปจึงมีออกมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

ที่มา: TNW