สามก๊กไอที ตอนที่ 3

ข่าว

    สามก๊กไอที ตอนที่ 3

    มาร์ค Blognone
    16 ก.พ. 2555 05:30 น.
    SHARE

    สามก๊กไอที ตอนที่ 3

    มาร์ค Blognone

    16 ก.พ. 2555 05:30 น.

    เมื่อตอนที่แล้ว ผมกล่าวถึง “ยุคทองของพีซี” โดยเทียบกับมหาอาณาจักรฮั่นในอดีต ซึ่งเมื่ออำนาจเริ่มเสื่อมถอยลง ก็เกิดประวัติศาสตร์ช่วงสามก๊กตามมา...

    ยุคทองของพีซีดำเนินมาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี แต่เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไป อินเทอร์เน็ตกลายเป็นตัวแปรสำคัญของโลกไอที ทำให้อุปกรณ์ทุกชิ้นในโลกเชื่อมต่อกัน พูดคุยกันได้ ตัวสารสนเทศหรือข้อมูลที่อยู่บนเน็ต เริ่มมีความสำคัญมากกว่าตัวฮาร์ดแวร์อย่างในอดีต

    ในอีกทาง อุปกรณ์ชนิดใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เครื่องอ่านอีบุ๊ก วีดิโอเกม สมาร์ททีวี ฯลฯ เริ่มปรากฏตัวขึ้นมา ทำให้การเข้าถึงข้อมูลไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพีซีเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

    สตีฟ จ็อบส์ เรียกยุคสมัยที่อุปกรณ์ชนิดใหม่ๆ คุยกันเองผ่านอินเทอร์เน็ตว่า “Post-PC Era” หรือ “ยุคหลังพีซี” ซึ่งเริ่มต้นมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว

    ความตกต่ำของไมโครซอฟท์

    ช่วงประมาณปี 2004-2005 เป็นช่วงที่ไมโครซอฟท์ค่อนข้างตกต่ำมาก เพราะไม่สามารถออกวินโดวส์รุ่นใหม่ได้ตามต้องการ ทำให้โดนแอปเปิลที่มี Mac OS X ที่ทันสมัยกว่ากินตลาดมาได้พอสมควร (บทเรียนเรื่องนี้คืออย่าพลาดเอง เพราะคู่แข่งฉวยโอกาสเสมอ) แถม Windows XP เองก็มีปัญหาเรื่องช่องโหว่และความปลอดภัยมากมาย กว่าจะนิ่งเข้าที่ก็ต้องปรับปรุงอีกพอสมควร หลังจากนั้นมาพอออก Windows Vista ก็มีปัญหาเยอะ จนกลายเป็นความล้มเหลว

    โปรแกรมท่องเน็ตของไมโครซอฟท์ที่มากับวินโดวส์คือ Internet Explorer ก็หยุดพัฒนาเพราะครองส่วนแบ่งตลาดได้เยอะแล้ว เลยเป็นช่องว่างให้ Firefox เข้ามาฉกฉวย จนคนเลิกใช้ Internet Explorer ไปก็มาก ส่วนแบ่งลดลงตลอด

    ในโลกอินเทอร์เน็ต ไมโครซอฟท์พยายามเจาะส่วนแบ่งตลาดของกูเกิลก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย เพราะ Windows Live Search ในตอนนั้นหน้าตาเฉิ่มเชย ค้นหาข้อมูลได้น้อย ไม่ตรงเป้าแบบกูเกิล

    ส่วนโปรแกรมบนพีซีที่เคยอยู่ในอาณาจักรของไมโครซอฟท์ก็เริ่มถูกแซะ บั่นทอนความสำคัญลง เพราะการเกิดขึ้นของ “เว็บแอพ” หรือโปรแกรมลักษณะเดียวกันแต่ทำงานผ่านเว็บแทน ตัวอย่างที่ชัดๆ คือ Google Docs ของกูเกิล ที่สามารถทำงานพื้นฐานแทน Microsoft Office ได้

    เครื่องเล่นเกม Xbox รุ่นแรกของไมโครซอฟท์ที่หวังชิงส่วนแบ่งตลาดเกมกับโซนี่ ก็ไม่ประสบความสำเร็จนักในตลาดโลก พอไปได้บ้างในตลาดสหรัฐอเมริกา ที่ฝรั่งนิยมเล่นเกมแบบฝรั่งๆ เท่านั้น

    เรียกได้ว่า ตอนนั้นไมโครซอฟท์ทำอะไรก็ผิดหมดนั่นล่ะครับ

    การปรับตัวของไมโครซอฟท์

    แต่ไมโครซอฟท์เป็นบริษัทไอทีหมายเลขหนึ่งของโลก ก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไรขนาดนั้น ถึงแม้จะบุกตลาดใหม่ๆ ไม่สำเร็จดังที่หวัง แต่ตลาดเก่าที่ทำเงินให้เป็นกอบเป็นกำอย่างวินโดวส์และออฟฟิศก็ยังไปได้ดี ทำกำไรมหาศาล ตลาดองค์กรก็ไปได้ดี มีลูกค้ามากมาย

    มิหนำซ้ำ ไมโครซอฟท์มีเงินสดในมือมาก มีพนักงานเก่งๆ เยอะ (แค่อาจจะเป๋ไปหน่อยในช่วงเวลาหนึ่ง) ทำให้สายป่านยาว และมีเวลากับทุนรอนเยอะพอต่อการปรับตัว

    ในปี 2006 บิล เกตส์ ประกาศวางมือจากงานในบริษัทเพื่อไปทำงานมูลนิธิ ซึ่งจะมีผลอย่างเป็นทางการในปี 2008 คนที่รับไม้ต่อคือ สตีฟ บัลเมอร์ คู่หูอีกคนของบิล เกตส์ที่ร่วมกันสร้างบริษัทมาด้วยกัน

    จากนั้นมา กระบวนการปรับตัวอย่างช้าๆ ของไมโครซอฟท์ก็เริ่มต้นขึ้น มันต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งมาถึงวันนี้ปี 2012 ผมว่าเริ่มเห็นผลแล้ว

    หลังไมโครซอฟท์ล้มเหลวกับ Windows Vista ก็กลับไปทำการบ้านมาใหม่ ตัวโครงสร้างหลักของ Vista นั้นทำมาดีแล้ว เพียงแต่ยังปรับแต่งได้ไม่เข้าที่เท่านั้น อีกสามปีต่อมา ไมโครซอฟท์กลับมาพร้อมกับ Windows 7 ที่เรียกได้ว่าแทบจะสมบูรณ์แบบสำหรับระบบปฏิบัติการบนพีซี ได้รับเสียงชื่นชมมากมาย แถมสร้างยอดขายถล่มทลาย ถือเป็นการคัมแบ็กที่ประสบความสำเร็จมากครั้งหนึ่งของโลกไอที

    Internet Explorer ที่เคยถูกทิ้งค้างไว้ที่เวอร์ชั่น 6 ก็ถูกปรับปรุงใหม่อย่างช้าๆ มาถึงทุกวันนี้เป็น IE9 (กำลังจะขึ้น IE10 ในอีกไม่ช้านี้) ถึงจะสู้คู่แข่งอย่าง Firefox หรือ Chrome ไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าเดิมมากมาย ใช้งานในชีวิตประจำวันจริงได้แล้ว

    Windows Live ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Bing ปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่ คุณภาพดีขึ้นมาก (เฉพาะการค้นภาษาอังกฤษนะครับ) ถึงจะยังเจาะตลาดกูเกิลไม่สำเร็จเหมือนเดิม แต่ก็เรียกได้ว่าสถานการณ์ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ แถมยังจับมือกับ Yahoo! เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกันด้วย

    เครื่องเล่นเกมรุ่นที่สอง Xbox 360 กลับประสบความสำเร็จแบบคาดไม่ถึง ถึงจะออกก่อนคู่แข่งหนึ่งปี แต่มีเกมคุณภาพ ราคาถูก ระบบการเล่นออนไลน์เป็นเลิศ ทำให้รอบนี้ Xbox 360 มียอดขายแซงหน้าคู่แข่งสำคัญอย่าง PlayStation 3 อยู่นิดๆ และไมโครซอฟท์ยังนำหน้าโดยออกอุปกรณ์เสริม Kinect ที่เป็นอนาคตของวงการเกมมาได้ก่อนใครอีกด้วย

    ในโลกมือถือ ไมโครซอฟท์เป็นเจ้าของ Windows Mobile มาก่อน เคยครองตลาดสมาร์ทโฟนอยู่พักหนึ่ง แต่พอ iPhone เริ่มปรากฏกาย (ตามด้วย Android) ไมโครซอฟท์รู้ตัวว่าแข่งไม่ได้เพราะสินค้าของตัวเองเก่าเกินไป จึงรีบทิ้ง Windows Mobile หันมาทำ Windows Phone แทน ถึงแม้ตอนนี้จะยังเจาะตลาดสมาร์ทโฟนไม่สำเร็จ แต่เทคโนโลยีฐานพร้อมแล้ว และล่าสุดเพิ่งได้โนเกียมาเป็นพวก น่าจะเริ่มจับมือกันบุกตลาดในปีนี้

    กล่าวโดยสรุปคือ หลังจากซบเซาไปช่วงหนึ่ง ตอนนี้ไมโครซอฟท์กำลังกลับมาแล้ว เพียงแต่ความอหังการอาจไม่เท่าเดิมในสมัยรุ่งเรือง เหตุเพราะช่วงที่ซบเซาโดนคู่แข่งนำหน้าไปมาก อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ยังเข้มแข็งและมีสรรพกำลังพร้อมสรรพ สามารถสู้ศึกต่อได้อีกนาน

    ผมขอเทียบไมโครซอฟท์ยุคใหม่นี้ว่าเป็น “วุยก๊ก” ของโจโฉ ที่อาศัยฐานกำลังของอาณาจักรฮั่นเดิม สร้างตัวขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ เป็นหนึ่งในก๊กหลักของยุคสามก๊กนั่นเองครับ

    ตอนหน้าเรามาว่ากันเรื่องผู้นำของ “วุยก๊ก” อย่างสตีฟ บัลเมอร์ ว่าจะเหมือน-ต่างกับโจโฉอย่างไร

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คนดังนั่งเขียนอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์‎มาร์คBlognone14 เซเลบฯ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 เวลา 13:14 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์