สหภาพยุโรป หรือ European Union หวังขยายขอบเขตให้ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องใช้ USB-C เป็นพอร์ตมาตรฐานกลาง เพื่อลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
สหภาพยุโรป เสนอมาตรการอีกขั้น โดยการกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จะต้องใช้ USB-C เป็นพอร์ตสำหรับการชาร์จอุปกรณ์
ในเดือนกันยายนปี 2021 สหภาพยุโรป ได้เสนอให้วางมาตรฐานอุปกรณ์สำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ทั้งนี้ สมาชิกสภายุโรป ได้ลงคะแนนเสียงโหวต 43 ต่อ 2 เห็นชอบให้ขยายการใช้พอร์ต USB-C เป็นมาตรฐานกลางไปยังอุปกรณ์ประเภทอื่น เช่น แล็ปท็อป, เครื่องเล่นเกมพกพา, กล้อง และอุปกรณ์อื่นในอนาคต
ในด้านอุปกรณ์สมาร์ทโฟนฝั่งระบบปฏิบัติการ Android คงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก เนื่องจากสมาร์ทโฟนสายพันธุ์ Android ใช้ USB-C มานานแล้ว ปัญหาจะมีก็แต่ฝั่งแอปเปิล (Apple) เจ้าของผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่าง iPhone และ iPad ซึ่งใช้ทั้งพอร์ต USB-C และ Lightning โดย iPhone 13 รุ่นปัจจุบัน และ iPad 10.2 (2021) ยังคงใช้พอร์ต Lightning แต่ iPad Air (2022) และ iPad mini 2021 เปลี่ยนไปใช้ USB Type-C เป็นต้น
สหภาพยุโรป อธิบายถึงการตั้งค่ามาตรฐานเช่นนี้เอาไว้ว่า เพราะพวกเขาคำนึงถึงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เพราะหากผู้บริโภคต้องซื้อที่ชาร์จหลายเส้น สำหรับอุปกรณ์หลายเครื่อง มันส่งผลอย่างมากต่อการสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งการไม่มีมาตรฐานกลาง อาจทำให้ผู้ผลิตสามารถจำกัดระบบนิเวศของอุปกรณ์การชาร์จเอาไว้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก
...
ข้อเสนอการบังคับใช้ USB-C เป็นมาตรฐานกลาง จะละเว้นให้กับอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กเกินไป เช่น นาฬิกาอัจฉริยะ, เครื่องติดตามฟิตเนส และอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกัน สามารถใช้พอร์ตประเภทอื่นได้
นอกเหนือจากนี้ สมาชิกสภายุโรป ได้เสนอให้คณะกรรมาธิการดำเนินมาตรการเดียวกัน กับการชาร์จประเภทไร้สาย ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังแพร่หลาย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ เหมือนที่เคยเกิดกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในตอนนี้
สหภาพยุโรป จะเปิดให้มีการลงคะแนนข้อเสนอนี้ในเดือนพฤษภาคม หากทุกอย่างไปได้สวย สมาชิกสภายุโรป จะเริ่มพูดคุยกับประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป เกี่ยวกับการดำเนินการต่อไป
ที่มา: Android Authority