ซัมซุง (Samsung) ยุติการพัฒนา Galaxy Note เป็นที่แน่ชัดแล้ว โดยวาง Galaxy S22 Ultra สืบทอดตำนานแทน รองรับช่องเก็บ S Pen กล้องหลัง 4 ตัว พร้อมได้รับการอัปเดต Android เวอร์ชันใหม่ถึง 4 ปี

และแล้วก็เป็นไปตามความคาดหมาย เมื่อในที่สุดแล้ว Galaxy Note อดีตสมาร์ทโฟนเรือธงในช่วงครึ่งปีหลังของซัมซุง เป็นอันต้องยุติตำนานไว้เพียงเท่านี้ โดย Galaxy S22 Ultra ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ที่สุดของซีรีส์ Galaxy S22 เข้ามาสานต่อตำนานแทน

Galaxy S22 Ultra มาพร้อมกับการออกแบบที่คล้ายคลึงกับ Galaxy Note 20 พอสมควร ตัวเครื่องไม่ได้แค่รองรับ S Pen เท่านั้น แต่มาพร้อมกับช่องเก็บ S Pen แบบเดียวกับที่ Galaxy Note เคยเป็น

Galaxy S22 Ultra มีขนาดหน้าจอ 6.8 นิ้ว ความละเอียด QHD+ (1440 x 3080 พิกเซล) เป็นแบบ Super AMOLED รองรับรีเฟรชเรต 120Hz และมีค่าความสว่างสูงสุด 1750 nits

ทางด้านชิปเซตของ Galaxy S22 Ultra เป็น Snapdragon 8 Gen 1 และ Exynos 2200 ซึ่งต้องมาดูอีกครั้งหนึ่งว่า ในประเทศไทยจะวางจำหน่ายแบบใด แต่โอกาสที่จะเป็น Exynos 2200 ถือว่ามีสูงทีเดียว

Galaxy S22 Ultra ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ Android 12 จากโรงงาน ครอบด้วยอินเตอร์เฟส One UI 4.1 และเป็นอีกรุ่นที่ซัมซุง ยืนยันว่า จะได้รับการอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชันใหม่นาน 4 ปีด้วยกัน

ทางด้านแบตเตอรี่ Galaxy S22 Ultra ให้มาที่ 5,000 mAh รองรับการชาร์จไวที่ 44 วัตต์ และชาร์จไร้สาย 15 วัตต์

ในเรื่องของกล้อง ถือว่าซัมซุงจัดหนักจัดเต็มที่กล้องหลัง 4 ตัว ได้แก่ กล้องหลัก 108 ล้านพิกเซล, กล้องเพอริสโคป เทเล 10 ล้านพิกเซล, กล้องเทเล 10 ล้านพิกเซล, กล้องอัลตราไวด์ 12 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าแบบไวด์ 40 ล้านพิกเซล

Galaxy S22 Ultra มีให้เลือกด้วยกันถึง 4 สี ได้แก่ สีดำ Phantom Black, สีขาว Phantom White, สีเขียว และสีแดง Burgundy

สำหรับราคาจำหน่ายในต่างประเทศ Galaxy S22 Ultra เริ่มต้นที่ 1,199 ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบเป็นเงินไทยราว 4 หมื่นบาท แต่ราคาในไทยจะเป็นไปตามนี้หรือไม่ ต้องรอความชัดเจนจากทางซัมซุงประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง

...