หัวหน้าฝ่ายไซเบอร์ของสหราชอาณาจักร ระบุการโจมตีด้วยซอฟต์แวร์เรียกค่าไถ่ หรือ Ransomware เป็นภัยร้ายแรงที่สุดของประเทศ

ลินดา แคเมอรอน หัวหน้าหน่วยศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือ National Cyber Security Center เปิดเผยว่า Ransomware หรือซอฟต์แวร์เรียกค่าไถ่ถือเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดที่ประเทศสหราชอาณาจักรต้องเผชิญ

จากการตรวจสอบร่วมกับสำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติ หรือ National Crime Agency พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า อาชญากรทางคอมพิวเตอร์จำนวนมาก ส่วนใหญ่มาจากประเทศรัสเซีย และประเทศที่อยู่ใกล้เคียง

ประเด็นดังกล่าวของศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ถือว่ามีความสอดคล้องกับรายงานของไมโครซอฟท์ (Microsoft) ที่เปิดเผยออกมาผ่านเว็บบล็อกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา

ในรายงานของไมโครซอฟท์ ระบุว่า การโจมตีทางไซเบอร์ส่วนใหญ่มาจากรัสเซีย รองลงมาก็จะเป็นประเทศเกาหลีเหนือ, อิหร่าน และประเทศจีน ส่วนตัวเลขการโจมตีที่มาจากเกาหลีใต้, ตุรกี และเวียดนาม ก็มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวของไมโครซอฟท์ ครอบคลุมตั้งแต่เดือนกรกฎาคมของปี 2020 จนถึงมิถุนายน 2021

โดยทั่วไปแล้วแฮกเกอร์จะทำการแทรกซึมไปในองค์กรที่เป็นเป้าหมายของพวกเขา เมื่อเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการแล้ว แฮกเกอร์ก็จะระบุจำนวนเงินที่ต้องการ และอาจขู่ผู้เสียหายด้วยว่า จะเอาข้อมูลที่แฮกมาได้นั้น ไปปล่อยในดาร์กเว็บ เป็นต้น

บริษัทผู้เสียหายที่ถูกแฮกเกอร์โจรกรรมข้อมูลไปก็มีส่วนที่ยอมจ่ายเงินให้กับแฮกเกอร์ จำนวนมากก็ไม่ยอม อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณีแม้จะมีการจ่ายเงินค่าไถ่แล้วก็จริง แต่แฮกเกอร์ก็ไม่ได้ทำตามที่สัญญาไว้

สำหรับกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีชื่อเสียงจากการใช้ซอฟต์แวร์เรียกค่าไถ่เข้าโจมตีบริษัทต่างๆ ในเวลานี้ชื่อของกลุ่ม REvil นับว่ามีชื่อเสียงมากที่สุด โดยเชื่อกันว่า แฮกเกอร์กลุ่มนี้ใช้ชีวิตอยู่ในรัสเซีย

อ่านเพิ่มเติม: ทำไม Ransomware ระบาดหนัก เชื่อใจแฮกเกอร์ได้ไหม ถ้ายอมจ่ายค่าไถ่ขอคืนข้อมูล

ที่มา: The Guardian, Microsoft

...