...

นายพนา เผย ไม่เสียใจที่ไม่ได้รับสรรหาเป็นกสทช. โชว์แมนไม่ฟ้อง เชื่อ ทุกคนที่ได้รับล้วนเป็นยอดฝีมือ แจงยิบกรณีสนิทบิ๊กบอสแกรมมี่ ฝากสานงานให้ผู้บริหารใหม่เพียบ!

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. นายพนา ทองมีอาคม กรรมการกทช.ปฏิบัติหน้าที่ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยถึงกรณีภายหลังที่วุฒิสภามีมติเลือกกสทช.ได้ครบจำนวนทั้ง 11 คนแล้วนั้น ว่า เมื่อวุฒิสภาประกาศรายชื่อออกมาแล้วนั้น ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วกสทช.จะมีผู้นำองค์กรมากำกับดูแลต่อไป ส่วนตนนั้นก็ยอมรับผลการตัดสิน แม้จะไม่ได้รับการสรรหาในครั้งนี้แต่ก็ไม่ได้มีความนึกเสียใจแต่อย่างใด ตนเห็นว่าคนที่ได้รับการสรรหาเป็นบุคคลที่มีความสามารถเหมาะสมแล้ว เพราะบางคนก็เคยได้ทำงานร่วมกันมาก่อน จึงมีความเชื่อมั่นใจฝีมือการทำงาน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการฟ้องร้องกันหรือไม่ในการสรรหากสทช.ในครั้งนี้ นายพนา กล่าวว่า สำหรับตนเองคงจะไม่มีการฟ้องร้อง ส่วนคนอื่นนั้นตนไม่ทราบ แต่ขอสังคมให้โอกาสกสทช.ทั้ง 11 คนได้มาเข้ามาทำงานในครั้งนี้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน เมื่อถามต่อว่ามีความคิดเห็นอย่างไรที่มีทหารเข้ามาเป็นกสทช.ในครั้งนี้ จำนวนมาก นายพนากล่าวว่า ทหารหรือพลเรือนก็ไม่แตกต่างกัน มีความสามารถเท่ากันทั้งหมด

ทั้งนี้ กรรมการกทช.รักษาการกสทช. กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมในกรณีที่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ผู้บริหารค่ายเพลงบริษัทแกรมมี่ทำให้ไม่ได้รับการสรรหาเพราะอาจมีผลประโยชน์ ร่วมกันว่า ตนสนิทกับนายไพบูลย์จริง เพราะเคยเรียนมาด้วยกันตอนเรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยกัน เพราะมีผู้ชายน้อยจึงมีความสนิท แต่ตนมาทำงานในด้านสายวิชาการ ส่วนนายไพบูลย์นั้นก็ทำธุรกิจของตนเอง การรู้จักกันจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด รวมถึงการที่เคยเป็นประธานมูลนิธิดำรงชัยธรรมด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่นานมาแล้ว และมูลนิธิฯดังกล่าวก็ไม่มีเกี่ยวข้องกับทางธุรกิจ เป็นเพียงการกุศลไว้ทำบุญร่วมกันระหว่างเพื่อนเท่านั้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุที่ทำให้ไม่ได้รับในการสรรหาครั้งนี้ เป็นเพราะมีความเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคโครงการ‘อิ่มบุญ’จำนวน 84 ล้านบาทหรือไม่ นายพนา กล่าวว่า ข้อเท็จจริงคือเงินนี้เป็นเงินที่กทช.บริจาคให้แก่วุฒิสภาตามที่วุฒิสภาเคยขอมา ไม่ใช่เงินที่กทช.ไปเสนอเองแต่อย่างใด โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี และการเบิกจ่ายเงินออกจากกทช.ได้กระทำอย่างถูกต้องไม่มีตกหล่น ส่วนการใช้เงินให้เป็นไปตามระเบียบและความรับผิดชอบในวุฒิสภา ซึ่งกทช.ไม่มีหน้าที่ในส่วนนั้น เชื่อว่าคงไม่ใช่เหตุผลดังกล่าวที่ไม่ได้รับการพิจารณา ซึ่งตนสามารถชี้แจงได้

ทั้งนี้ นายพนา กล่าวว่า อยากจะฝากเรื่องที่ตนได้เริ่มโครงการและยังค้างอยู่อีกให้กสทช.เร่งรัด เช่น เรื่องการเร่งรัดใบอนุญาตให้ได้รีบออกโดยไว เพราะถ้าหากล่าช้าอาจทำให้ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาในการออกใบอนุญาตเกิดความเสียหายได้ รวมถึงกรณี 3จี และดิจิตอลทีวี ส่วนตนไม่ห่วงอะไรอีกแล้ว เพราะมีความมั่นใจในกสทช.ชุดนี้ว่าจะมีความสามารถทำงานได้ดี ส่วนหลังจากนี้เมื่อตนพ้นหน้าที่ไปแล้วก็ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรต่อไป แต่คงจะเดินหน้าทำงานสายวิชาต่อไป เพราะเป็นงานที่ตนถนัด

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ที่ประชุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมีการสรุปผลการสรรหากสทช.กรณีความไม่โปรงใสเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ที่ดีเอสไอเวลา 10.00 น.