ไอซีทีเปิดข้อเสนอค่ายมือถือที่เป็นไปไม่ได้ ทั้งแปลงสัมปทานเป็นใบอนุญาต ไม่โอนกรรมสิทธิ์โครงข่ายและอุปกรณ์ให้ทีโอทีและกสท แปลงมูลค่าความเสียหายเป็นหุ้น พร้อมขอเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่คณะกรรมการเจรจาผลประโยชน์ตอบแทน จากการแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับคู่สัญญาเอกชน ที่มีนางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธาน ต้องปิดโต๊ะการเจรจาการแก้ไขสัญญาสัมปทานมือถือนั้น เนื่องจากไม่สามารถตกลงกันได้ และไม่สามารถทำตามข้อเสนอของเอกชนได้ เพราะคู่สัญญาสัมปทาน ไม่ได้แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนว่า จะช่วยกันแก้ไขปัญหาธุรกิจโทรคมนาคมที่ยืดเยื้อยาวนานให้สำเร็จลุล่วงไปได้
ทั้งนี้ เนื่องจากข้อเสนอของเอกชนนั้น คณะกรรมการเจรจาฯไม่มีอำนาจตัดสิน เพราะเกินขอบเขตหน้าที่ และเป็นเรื่องที่ต้องหารือกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอทีและกสท ด้วย ฉะนั้นจึงต้องรายงานให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาอนุมัติ เพื่อจะได้ดำเนินการไป ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของเสนอ ครม.นั้น ทางสำนักงานเลขาธิการ ครม. ได้ขอความเห็นจากกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อนำความเห็นนั้นมาประกอบการพิจารณาของ ครม. ซึ่งคาดว่า ต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาพิจารณา
สำหรับข้อเสนอและเงื่อนไขขอเอกชนคู่สัญญาทั้ง 4 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค บริษัท ทรูมูฟ จำกัด บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือดีพีซี สรุปได้ดังนี้ 1.การขอแปลงสัญญาสัมปทาน เป็นใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม และใบอนุญาตการใช้คลื่นความถี่ โดยให้เอกชนได้รับสิทธิ์การใช้คลื่นเท่ากับทีโอทีและกสท ได้รับใบอนุญาตเป็นเวลา 14 ปี 2.ทรัพย์สินโครงข่ายและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เอกชนเป็นผู้ลงทุนนั้น จะต้องไม่บังคับให้โอนกรรมสิทธิ์ให้ทีโอทีและกสท ซึ่งตามสัญญาสัมปทานเอกชน ต้องโอนให้เป็นกรรมการสิทธิ์ของทีโอที ส่วนโครงการและอุปกรณ์อื่นๆ ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของทีโอที จะต้องให้เอกชนเช่าในราคาเป็นธรรม สมเหตุสมผล และไม่เลือกปฏิบัติ 3.การจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้รัฐ จากการแก้ไขสัญญานั้น อาจจ่ายเป็นรูปแบบของเงินค่าตอบแทน มูลค่าหุ้นในบริษัท หรือรูปแบบอื่น ๆตามเงื่อนไขการเจรจาตกลงกันต่อไป ซึ่งจะต้องได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันทุกราย ทั้งนี้ คู่สัญญาเอกชนยินดีที่จะรับพิจารณาข้อเสนอหรือทางเลือกอื่น ที่ทีโอทีและกสท เห็นสมควร เช่น พันธมิตรทางธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ความร่วมมือในเรื่องการให้บริการ เพื่อประโยชน์ในการทำธุรกิจร่วมกันในอนาคต
...