ข่าว
100 year

ธุรกิจสตรีมมิง คอนเทนต์ใกล้เดือด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์25 ส.ค. 2562 10:01 น.
SHARE

ธุรกิจสตรีมมิงคอนเทนต์ในบ้านเราดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหม่ แต่สำหรับคนที่คุ้นเคยและใช้บริการอยู่จนกลายเป็นการสร้างพฤติกรรมการรับรายการโทรทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไป

จะว่าไปแล้วเป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่เข้ามา “ดิสรัปชัน” ธุรกิจทีวีแบบดั้งเดิม เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้จำนวนผู้ชมหายหน้าไปจากการชมรายการทีวีปกติ นอกเหนือไปจาก Youtube และการรับชมรายการทีวีผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ

ผู้ให้บริการสตรีมมิงคอนเทนต์ในบ้านเราที่รู้จักกันดีก็คือ Netflix (เน็ตฟลิกซ์) ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จอย่างมาก ให้บริการสตรีมมิงคอนเทนต์ไม่ว่าซีรีส์ดัง ภาพยนตร์ออริจินัล, สารคดี และภาพยนตร์

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเน้นให้สมาชิกได้รับชมแบบทุกที่ ทุกเวลา ผ่านทางหน้าจอของอุปกรณ์ใดก็ได้ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต สมาชิกสามารถเล่น หรือหยุดรับชมชั่วคราว และกลับมารับชมต่อได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่มีโฆษณาคั่น หรือข้อผูกมัดใดๆ ที่สำคัญราคาค่าบริการรายเดือนนับว่าถูกมากโดยในบ้านเราเริ่มต้นค่าบริการที่เดือนละ 280 บาท

ปัจจุบัน ณ ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ Netflix มีสมาชิกอยู่ทั่วโลกกว่า 151 ล้านสมาชิกและเป็นเจ้าตลาดสตรีมมิงอย่างแท้จริง ทำให้ยักษ์ใหญ่หลายๆค่ายมองตลาดนี้ ซึ่งที่คุ้นๆชื่อในบ้านเราก็คือ แอปเปิล, ดิสนีย์ และเอชบีโอ

หลายค่ายได้ประกาศความพร้อมที่จะเปิด ให้บริการแล้ว โดยล่าสุดค่ายดิสนีย์ได้ประกาศความพร้อมว่าจะเริ่มดีเดย์เปิดให้บริการสตรีมมิงคอนเทนต์ภายใต้ชื่อ Disney+ ในวันที่ 12 พ.ย.ที่จะถึงนี้ โดยจะเริ่มให้บริการในสหรัฐฯ, แคนาดาและเนเธอร์แลนด์ก่อน จากนั้นจะขยายการบริการไปยังประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ในวันที่ 19 พ.ย.

และจะขยายบริการไปทั่วโลกได้ในปี 2021 กับการคิดค่าบริการรายเดือนเริ่มต้นที่เดือนละ 6.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ และ 12.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากรวมบริการของ Hulu และ ESPN+ ซึ่งราคาใกล้เคียงกับ Netflix

ค่ายดิสนีย์ถูกจับตามองว่าจะเป็นผู้ให้บริการที่มาแรงและได้รับความสนใจจากผู้บริโภค เพราะจริงๆแล้วมีภาพ ยนตร์และคอนเทนต์ทำงานมากมายไม่ใช่มีดีเฉพาะแค่การ์ตูนมิกกี้เมาส์เท่านั้น แต่เป็นเจ้าของภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่ขายดีที่สุด 3 เรื่องในปีนี้คือ Avengers : Endgame, Captain Marvel และ Aladdin ดิสนีย์เป็นเจ้าของทั้ง 3 เรื่อง

ภาพยนตร์ที่ขายดีที่สุด 3 เรื่องในปี 2018 คือ Black Panther, Avengers : Infinity War และ Incredibles 2 ดิสนีย์เป็นเจ้าของทั้ง 3 เรื่อง ภาพยนตร์ที่ขายดีที่สุด 3 เรื่องในปี 2017 คือ Star Wars : The Last Jedi, Guardians of the Galaxy 2, Beauty and the Beast ดิสนีย์เป็นเจ้าของทั้ง 3 เรื่อง

ภาพยนตร์ใหม่ล่าสุดภาพยนตร์ยอดนิยมทุกเรื่องของดิสนีย์ที่ดูใน Netflix จะดูได้แค่ภายในสิ้นปีนี้เท่านั้น หากต้องการรับชมจะต้องไปสมัครสมาชิก Disney+ แทน

สำหรับค่ายแอปเปิล นับเป็นอีกค่ายที่น่าสนใจมากเพราะในช่วงเปิดตัวการให้บริการ Apple TV+ นับว่ายิ่งใหญ่ มาก มีดารา ผู้กำกับในวงการฮอลลีวูดมาโชว์ตัวกับค่ายนี้มากมายดังที่เป็นข่าวไปแล้ว แอปเปิลระบุว่า บริการสตรีมมิงใหม่ซึ่งเป็นที่นักสร้างสรรค์ระดับแถวหน้าวงการทีวีและภาพยนตร์จะมาถ่ายทอดเรื่องราวในแบบที่ไม่มีใครสามารถทำได้ โดยจะพบกับรายการและภาพยนตร์ทุกแนวที่ผลิตขึ้นมาสำหรับแอปเปิลโดยเฉพาะ กับการทุ่มทุนถึง 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณกว่า 1.8 แสนล้านบาท

ล่าสุดแอปเปิลได้ปล่อย Teaser ของซีรีส์ The Morning Show ซึ่งนำแสดงโดยรีส วิเธอร์สปูน, เจนนิเฟอร์ อนิสตัน และสตีฟ คาเรล ขณะเดียวกัน มีข่าวว่าแอปเปิลเตรียมเปิดตัวให้บริการก่อนวันที่ 12 พ.ย. ซึ่งเป็นวันเปิดตัวของดิสนีย์ โดยจะคิดค่าบริการเดือนละ 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ และเปิดให้บริการ 150 ประเทศทั่วโลก

นี่ขนาดยังไม่ได้เปิดให้บริการ ยังชิงไหวชิงพริบกันขนาดนี้ คอหนัง คอซีรีส์ทั้งหลายเตรียมตัวต้อนรับกัน!!

หนุ่มดิจิทัล

cybernet@thairath.co.th

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจสตรีมมิงคอนเทนต์Netflixเน็ตฟลิกซ์จักรวาลไอทีหนุ่มดิจิทัลไซเบอร์เน็ตสตรีมมิงคอนเทนต์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้