ข่าว
100 year

หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ มารับใช้หรือกำลังแทนที่มนุษย์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์31 มี.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

การพัฒนาเทคโนโลยีมารับใช้และตอบสนองความต้องการของมนุษย์เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน งานที่ใช้แรงงานมนุษย์เริ่มถูกทดแทนด้วยเครื่องจักรทีละน้อย มองเห็นง่ายๆ จากด้านกสิกรรมและเกษตรกรรม ที่มีเครื่องมือช่วยทุ่นแรงมนุษย์และสัตว์จากที่เคยต้องลากคันไถ กว่าจะทำนาปลูกข้าวได้สักแปลง ก็ค่อยๆเขยิบมาใช้รถไถพรวน ดำนา หว่านเมล็ด และปุ๋ย ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว

แต่ปัจจุบันนี้โลกเราก้าวไกลไปถึงการประดิษฐ์หุ่นยนต์มาช่วยในงานกสิกรรมและเกษตรกรรมก็ผุดขึ้นมาอย่างหลากหลายตามประเภทการใช้งาน อย่างหุ่นยนต์ปลูกข้าว หุ่นยนต์หมาป่าที่ใช้ไล่สัตว์ศัตรูพืชที่เข้ามาทำลายผลิตผลในเรือกสวนไร่นา ไม่นับรวมในภาคอุตสาหกรรมที่มีการนำวิทยาการหุ่นยนต์ไปใช้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน

ภาพวาดฝีมือ AI (ภาพจาก Reuters TV)

แม้แต่วงการสื่อสารมวลชนก็เพิ่งเห็นหุ่นยนต์ผู้ประกาศข่าวในจีนมานั่งอ่านข่าวแทนมนุษย์ไปหยกๆ แถมยังอ่านได้มาราธอน 24 ชั่วโมง กระทั่งในวัดวาอารามก็ยังมีหุ่นยนต์นักบวช คนเหงาในเมืองใหญ่ก็มีหุ่นยนต์ช่วยคลายเหงา ปลดปล่อยความรู้สึกโดดเดี่ยวหรือแม้แต่ความต้องการทางเพศ หรือหุ่นยนต์ส่งของ หุ่นยนต์ด้านการขนส่ง การคมนาคม และยังไปไกลเกินความฝันนั่นคือมีการส่งยานหุ่นยนต์ไปสำรวจพื้นที่อื่นๆนอกโลก บนดาวดวงอื่นในอวกาศอันไกลโพ้น

เมื่อมนุษย์เราเริ่มมอบปัญญาให้กับเครื่องจักร ศักยภาพของนวัตกรรมเหล่านี้ย่อมสร้างความตื่นตะลึงแต่ก็มาพร้อมกับความกังวลว่าสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆสุดล้ำอาจทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในสังคม โดยเฉพาะเรื่องรายได้ของมนุษย์ และปัญหานี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเจ้าของเงินทุนได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมมากกว่าผู้ใช้แรงงานที่ต้องทำมาหากินเลี้ยงชีพ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้แรงงานมนุษย์ในหลายอาชีพกำลังเผชิญกับการมาของหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ที่เราเรียกว่า “เอไอ” (Artificial Intelligence–AI) เทคโนโลยีใหม่เหล่านี้คือแรงจูงใจที่โดดเด่น โดยเฉพาะการลดแรงงานมนุษย์และลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากหุ่นยนต์และเอไอจะทำงานได้ยาวนานแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่ต้องการเวลาพักเพื่อกินอาหารหรือเข้าสุขาที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายเงินเดือนหรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ นอกจากค่าซ่อมบำรุงให้แรงงานจักรกลทำงานต่อไปได้อย่างอึดถึกอดทน

การส่งหุ่นยนต์เข้ามาครองอาชีพที่ต้องใช้พละกำลังอย่างงานอุตสาหกรรมหนัก งานบริการ หรืองานที่ต้องใช้ความละเอียดแม่นยำอย่างด้านการแพทย์ที่นำสมัย เช่น แพทย์สามารถผ่าตัดผู้ป่วยจากการควบคุมระยะไกล หุ่นยนต์จิ๋วที่ใช้ส่งยาไปยังอวัยวะภายในของมนุษย์ หรือส่งหุ่นยนต์ไปใช้ในภูมิประเทศกันดาร พื้นที่ประสบภัยพิบัติ ด้านการรักษาความปลอดภัยก็ใช้เอไอให้จดจำใบหน้ามนุษย์ ในการค้นหาบุคคลในพื้นที่ผู้คนแออัดพลุกพล่านอย่างในสนามบิน สนามกีฬา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ก็นับว่าเป็นการใช้งานที่ถูกประโยชน์ ในเมื่อโลกก้าวไปอย่างไม่หยุดนิ่งและจำนวนประชากรมีแต่จะเพิ่มขึ้น

หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ก็ไม่ได้จำกัดขอบเขตอยู่เพียงเพื่อใช้แทนแรงงานแค่นั้น แต่ยังก้าวข้ามมาทำงานที่มีความละเอียดอ่อน งานที่ต้องอาศัยสติปัญญาอันซับซ้อนและใช้ทักษะฝีมือเฉพาะด้านของมนุษย์ หุ่นยนต์บางรุ่นก็ถูกออกแบบมาให้ทำงานลักษณะนี้ได้เทียบเคียงกับมนุษย์ได้แล้ว เช่น บริษัทเทคโนโลยีแห่งฝรั่งเศสเจ้าหนึ่งใช้เอไอวาดภาพที่ดูคล้ายกับฝีมือมนุษย์เป็นครั้งแรกของโลก และงานศิลปะจากหุ่นยนต์ยังถูกนำไปประมูลขายได้ด้วย

อีกตัวอย่างที่น่าทึ่งคือกลุ่มนักวิจัยของกลุ่มไอบีเอ็มในออสเตรเลียร่วมกับมหาวิทยาลัยโตรอนโตและมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ได้พัฒนาอัลกอริทึมที่สามารถเขียนกวีนิพนธ์ได้ แถมยังทำได้แนบเนียนพอที่มนุษย์จะเชื่อว่าบทกวีของเอไอเขียนด้วยฝีมือมนุษย์ หรือแม้แต่การใช้ให้เขียนนิยายก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอีกต่อไปสำหรับเอไอ

หุ่นยนต์นักบวช (ภาพจาก Reuters TV)

ในแวดวงดนตรีก็ไม่ต่างกัน หุ่นยนต์และเอไอก็รุกคืบเข้ามา มีหุ่นยนต์ที่ถูกสร้างให้เล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิด หุ่นยนต์แขนกลทำหน้าที่วาทยกรก็มีแล้ว หุ่นยนต์ที่สามารถแต่งเพลงและแสดงดนตรีของตนเองก็เกิดขึ้นเช่นกัน เพียงแค่มีโปรแกรม ป้อนข้อมูลจำนวนมากเข้าไป หุ่นยนต์ก็จะประมวลผลวิเคราะห์จากสิ่งที่เรียนรู้มาสร้างดนตรีในแบบของตนเอง ซึ่งเมื่อไม่นานนี้ โลกได้รู้จักเพลง “แด๊ดดี้’ส คาร์” (Daddy’s Car) ผลงานของเอไอที่สร้างสรรค์ขึ้นมาจากการวิเคราะห์เพลงเดอะ บีเทิลส์ วงอมตะจากเกาะอังกฤษ ยิ่งกว่านั้นผู้ประกอบการด้านดนตรีบางรายถึงกับเปิดแอปพลิเคชันสร้างดนตรีด้วยเอไอแบบครบวงจรเลยก็มี

สิ่งเหล่านี้คือความท้าทายที่มนุษย์ต้องเผชิญ แต่หลายคนก็มองว่าแม้มนุษย์จะมีความแม่นยำน้อยกว่าหุ่นยนต์และเอไอ ก็ยังมีคนที่เชื่อมั่นในความสามารถของมนุษย์มากกว่าเอไอ และหนทางที่น่าจะดีที่สุดคือการผสมผสานประสิทธิภาพของเอไอกับความมั่นใจของมนุษย์เข้าด้วยกัน โดยเชื่อว่าจะช่วยแก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับจริยธรรมและอคติในการตัดสินใจต่างๆ

นั่นหมายความว่ายังมีวิธีที่จะจัดการกับเครื่องจักรและอัลกอริทึม โดยไม่จำเป็นให้สิ่งเหล่านี้มาแทนที่สิ่งต่างๆในชีวิตมนุษย์ไปเสียทั้งหมด.

กันเกรา

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์แรงงานมนุษย์Artificial IntelligenceAIร้อยแปดพันเก้ากันเกราข่าวไอที

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้