ส่องกลยุทธ์ซัมซุง...ในวันที่คนไม่ยอมเปลี่ยนมือถือ

ข่าว

    ส่องกลยุทธ์ซัมซุง...ในวันที่คนไม่ยอมเปลี่ยนมือถือ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์
    6 ม.ค. 2562 05:01 น.
    SHARE

    ส่องกลยุทธ์ซัมซุง...ในวันที่คนไม่ยอมเปลี่ยนมือถือ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    6 ม.ค. 2562 05:01 น.

    เมื่อตลาดมือถือเข้าสู่ยุคซบเซา ไม่มีอะไรใหม่ๆมาให้ว้าว! หลังผู้ผลิตหมดมุกเพราะเทหมดหน้าตัก ให้กับทุกเทคโนโลยี ที่ถูกประกอบขึ้นเป็นมือถือในยุคปัจจุบัน ความตื่นเต้นที่ลดน้อยลงของผู้บริโภค ยังนำไปสู่ระยะห่างในการเปลี่ยนมือถือใหม่ จากเดิมอยู่ที่ 18 เดือน ขยายเป็น 24-36 เดือน หรือราว 2-3 ปี

    การทำการตลาดมือถือ รวมทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในยุคปัจจุบัน จึงไม่ใช่แค่เพื่อการแข่งขันช่วงชิงพื้นที่ในหัวใจของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นการสร้างตลาดและกลุ่มลูกค้าขึ้นมาใหม่ เพื่อให้วัฏจักรแห่งการขายหมุนวนไปไม่รู้จักจบจักสิ้น

    ดังที่ วรรณา สวัสดิกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท ไทย-ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด บอกไว้ว่า ความจริงเทคโนโลยีไม่ได้เป็นตัวทำลายล้าง (Disrupt) สิ่งที่ทำให้เกิดการทำลายล้างคือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปมากกว่า “ทุกปี โจทย์จึงยากขึ้นเรื่อยๆ”

    ที่ซัมซุง แต่ละปีจะมีงานวิจัยเกี่ยวกับเทรนด์ของโลกออกมา เพื่อเป็นแนวทางในการทำตลาดผลิตภัณฑ์ของซัมซุงที่แทรกซึมอยู่ในทุกประเทศทั่วโลก แม้ในความเป็นจริงแล้ว การวางแผนการตลาดและการขายในแต่ละประเทศไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพราะผู้บริโภคแตกต่างกัน

    อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่พฤติกรรมผู้บริโภคเกาะติดเทรนด์ระดับโลก เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ ประเทศต้นกำเนิดของซัมซุง

    “สำหรับผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ความ จงรักภักดีต่อแบรนด์ลดลงต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลง การทดลองในสิ่งใหม่ๆ ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขา ดังนั้นแบรนด์เดิมที่ทำอะไรเดิมๆ อาจไม่ได้ไปต่อ”

    พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ยังเป็นแบบ Now Society ต้องการเดี๋ยวนี้ ทันทีทันใด Right Here Right Now อย่าให้รอ รวมทั้งยังต้องการสินค้าและคอนเทนต์ที่เป็นของเฉพาะตน (Personalization) มากขึ้น

    วรรณา บอกว่า ในปีนี้ซัมซุงจะเน้นเจาะตลาดลูกค้าใน 3 กลุ่มใหม่ ซึ่งข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการเก็บข้อมูล ทำให้แยกแยะกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพได้ละเอียดและแม่นยำขึ้น ลูกค้า 3 กลุ่มดังกล่าว ได้แก่

    1.Modern Luxury ลูกค้ากลุ่มคนเกิดมารวยและฐานะทางสังคมเป็นสิ่งสำคัญ คนพวกนี้ไม่ได้สนใจสิ่งใด นอกจากสินค้ารุ่นที่ดีที่สุด แพงที่สุดที่มีในตลาด ซึ่งซัมซุงเคยทดลองขายสินค้าอย่างทีวี QLED ให้กับลูกค้ากลุ่มนี้แล้ว และได้รับผลตอบรับที่ดี และแม้ลูกค้ากลุ่มนี้แม้มีน้อย เป็นยอดพีระมิด แต่กำลังซื้อเกือบเท่าฐานลูกค้าทั้งกลุ่ม

    2.Premium Millennial ลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบโชว์ออฟชีวิตทันสมัย ดีไซน์ถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกับ
    ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์

    3.Gen Z หรือเยาวชนอายุระหว่าง 13-25 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำตลาดยากที่สุด แต่การชนะใจลูกค้ากลุ่มนี้ จะทำให้ซัมซุงยืนหยัดการเป็นมือถือทางเลือกแรกได้ต่อไป ลูกค้ากลุ่มนี้จึงคุ้มค่าต่อการครอบครอง

    กระนั้น นอกเหนือจากลูกค้า 3 กลุ่มใหม่ กลุ่มอื่นๆที่ยังอยู่ในตลาด ก็จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ให้ได้ทั้งหมด เพื่อคงไว้ซึ่งความเป็น “แบรนด์แรกที่เลือก” Brand of First Choice ต่อไป

    ขณะที่การมาถึงของ 5 จี ก็น่าจะทำให้ยอด ขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นได้ เพราะ 5 จี จะรองรับการเชื่อมต่อกันระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็ว มากขึ้น.

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ซัมซุงไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์วรรณา สวัสดิกูลบทความไซเบอร์เน็ตไทยรัฐไซเบอร์เน็ตข่าวไอที

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 18:02 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์