การรุกรานของสายพันธุ์ต่างถิ่นไม่ว่าจะสัตว์หรือพืชในหลายพื้นที่ทั่วโลก เป็นปัญหาใหญ่ที่นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญ เนื่องจากชนิดพันธุ์ต่างถิ่นฐานเหล่านี้จะเข้ามายึดครองที่อยู่ดั้งเดิมของสัตว์และพืชท้องถิ่น จนกลายเป็นชนิดเด่นในที่แห่งนั้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ รวมถึงสุขอนามัยของประชากร และอาจทำให้สัตว์และพืชท้องถิ่นในระบบนิเวศนั้นสูญพันธุ์ได้
เมื่อเร็วๆนี้ นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยเดอร์แฮม ในประเทศอังกฤษ ได้รายงานถึงสถานการณ์จากการสำรวจสำมะโนประชากรระดับโลกครั้งแรกของพืชและสัตว์ที่เป็นสายพันธุ์ รุกราน พบว่ามีการรุกรานบนเกาะ 186 เกาะและพื้นที่แผ่นดินใหญ่กว่า 400 แห่ง แต่มีความเข้มข้นมากที่สุดคือหมู่เกาะฮาวาย กำลังผจญกับหนู หมูป่า และต้นยีราฟที่เบียดบังพื้นที่ของต้นไม้พื้นเมืองออกไปรวมทั้งสัตว์อื่นๆอีกหลายชนิด ส่วนที่รุกรานหนาแน่นอื่นๆ ได้แก่ เกาะเหนือของประเทศนิวซีแลนด์ หมู่เกาะซุนดาน้อยแห่งอินโดนีเซีย โดยกลุ่มผู้รุกรานไม่พึงประสงค์เหล่านี้มีส่วนในการนำโรคภัยเข้ามาด้วย เช่น โรคที่มากับยุง หรือพยาธิที่ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในมนุษย์
นักวิจัยเผยว่า ภูมิภาคที่มีความหนาแน่นของประชากรมนุษย์สูงขึ้นและมีความมั่งคั่งมากขึ้นจะมีสายพันธุ์ต่างถิ่นเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งนั้นมาจากมนุษย์นำเข้ามาเพื่อปกป้องผลผลิตทางการเกษตรและควบคุมศัตรูพืช เช่น เจ้าของสวนอ้อยในฮาวายนำพังพอนเข้ามาเพื่อให้จับหนูที่รบกวนไร่อ้อย แต่หนูออกหากินตอนกลางคืน พังพอนจึงจับปลาและนกพื้นเมืองกินแทนในเวลากลางวัน นอกจากนี้ก็มีพวกสิ่งมีชีวิตที่ติดมากับเรือสินค้า หรือเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสที่มากับน้ำอับเฉาของเรือเดินสมุทร ทั้งนี้ ศูนย์วิชาการเกษตรและชีววิทยาศาสตร์นานาชาติเผยว่า ขณะนี้มีสิ่งมีชีวิตที่แพร่กระจายแล้วมากกว่า 8,000 ชนิดในโลก.
...