ขอบคุณภาพจาก FB : เทศบาลนครนครปฐม
สุดเศร้า "เจ้าบุญทิ้ง" นากแสนรู้ อดีตดาวดังแห่งสวนสัตว์ที่ จ.นครปฐม สิ้นใจแล้ว ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า แจงไทม์ไลน์หลังรับเลี้ยงดูแลต่อ คาดสาเหตุการตาย เกิดจากอาการเครียดและซึมเศร้า
วันที่ 4 พ.ย. 2569 กลายเป็นเรื่องราวเศร้าที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ สำหรับ "เจ้าบุญทิ้ง" นากแสนรู้ที่เคยอยู่ในความดูแลของสวนสัตว์แห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม มาเป็นเวลากว่า 6 ปี หลังเจ้าของเก่าได้นำใส่กล่องมาบริจาคไว้ เพราะดูแลไม่ไหว แต่ต่อมาต้องถูกส่งมอบให้ ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) จังหวัดราชบุรี เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและเตรียมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ
หลังจากที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ เนื่องจากมีประเด็นอินฟลูฯ สาวมาเยี่ยมชมสวนสัตว์บอกเล่าว่า นากตัวนี้อยู่ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลาย และเมื่อหน่วยงานตรวจสอบ พบว่าสวนสัตว์แห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ล่าสุดกลับมีรายงานว่า "เจ้าบุญทิ้ง" นากแสนรู้ตัวดังกล่าว ได้เสียชีวิตลงแล้ว สร้างความเศร้าเสียใจให้กับผู้ติดตาม และผู้ที่ทราบข่าว และเรียกร้องให้ผู้ดูแลรับผิดชอบออกมาชี้แจงถึงสาเหตุ
ล่าสุดทาง "ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 ประทับช้าง" ได้ออกหนังสือชี้แจงระบุว่า นาก เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 โดยถือว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ไม่สามารถล่า นำมาเลี้ยงดู ค้าขายหรือมีไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต ในประเทศไทย นากในธรรมชาติมีอยู่ 4 ชนิด 1. นากเล็กเล็บสั้น 2. นากใหญ่ขนเรียบ บ3. นากใหญ่ธรรมดา 4. นากจมูกขน
ในประเทศไทยพบนากอาศัยอยู่ตามพื้นที่ชุ่มน้ำ ลำห้วย แม่น้ำ ในธรรมชาติสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ตอนที่นากยังเล็กจะดูน่ารักแต่เมื่อโตเต็มวัยจะมีสัญชาตญาณของสัตว์ป่า มีฟันคม ส่งเสียงดัง นากจะกินอาหารประเภทปลาและเนื้อสัตว์ นากเมื่อถูกมนุษย์นำมาเลี้ยงตั้งแต่เล็ก ๆ จะมีอุปนิสัยติดคน สูญเสียพฤติกรรมการเป็นสัตว์ป่า เมื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติจะต้องปรับพฤติกรรมเป็นเวลานานหรือต้องฝึกหัดให้มีสัญชาตญาณของสัตว์ป่า อาทิเช่น หากินอาหารได้เองตามธรรมชาติรู้จักกับอาหารในธรรมชาติที่เขากินได้
อีกประการหนึ่งคือเมื่อนากถูกเลี้ยงมาเป็นเวลานานถูกให้อาหาร ถูกดูแลโดยมนุษย์ นากมักจะแสดงพฤติกรรมที่ดูน่ารักมีความผูกพันกับมนุษย์หรือผู้เลี้ยงดูอย่างมาก เมื่อมีการเปลี่ยนที่อยู่หรือผู้เลี้ยง นากจะมีพฤติกรรมซึมเศร้าเหมือนสัตว์ป่าในกรงเลี้ยงทั่วไป มีโอกาสตายได้ การที่คนนำนากมาเลี้ยงเป็นเวลานานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจเป็นการทำร้ายสัตว์ป่าโดยไม่ตั้งใจ
การที่นำนากมาส่งให้ทางราชการเพื่อปรับพฤติกรรมเพื่อนำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ต้องแจ้งข้อมูลให้ครบถ้วนว่านากถูกเลี้ยงดูมาแบบไหนหรือบาดเจ็บ พลัดหลงตามธรรมชาติเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการดูแลต่อไป เพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืนของสัตว์ป่า อาทิเช่น
1. ตัวนากเป็นสัตว์ป่าของกลาง ทางศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าจะต้องเลี้ยงดูจนกว่าคดีจะถึงที่สุด และศึกษาคำพิพากษาของศาลว่าให้ยึดแล้วปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ หรือให้คืนให้กับเจ้าของโดยชอบด้วยกฎหมาย
2. ถ้านากเป็นสัตว์ป่าช่วยเหลือ เช่น บาดเจ็บ พลัดหลงหรือป่วย ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าก็จะรักษาดูแลจนแข็งแรง และพิจารณาหาพื้นที่ตามธรรมชาติที่เหมาะสมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ หรือพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่มีความปลอดภัยตลอดจนเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของนากในธรรมชาติ มีหลายครั้งที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเป็นที่เรียบร้อยและนากสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข
ในกรณีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่เทศบาลนครปฐมได้นำนากมาส่งมอบให้ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) จ.ราชบุรี โดยแจ้งว่า นากตัวดังกล่าวเป็นสัตว์ป่าที่ถูกทอดทิ้ง พลัดหลง ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าฯ ได้นำนากตัวดังกล่าวไปเลี้ยงในกรงคอกที่จัดทำขึ้นเพื่อเลี้ยงดูและอนุบาลนาก โดยมีสัตวบาลและเจ้าหน้าที่ที่เคยเลี้ยงนากเป็นผู้ดูแลในช่วงแรก นากตัวดังกล่าวได้ส่งเสียงร้องเป็นเวลานานเรียกหาคน มีอาการตื่นกลัว แต่กินอาหารได้ตามปกติ
ในระยะต่อมา นากมีอาการซึมและเครียด ไม่ร้อง กินอาหารได้น้อยลง ไม่มีสัญชาตญาณการเป็นสัตว์ป่า ผู้เลี้ยงพยายามดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ไม่เป็นผล สันนิษฐานเบื้องต้นว่านากตัวดังกล่าวอาจถูกเลี้ยงดูจากมนุษย์อย่างใกล้ชิดมาเป็นเวลานานจนขาดสัญชาตญาณการเป็นสัตว์ป่าไป
ต่อมาเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ผู้เลี้ยง พบว่านากได้ตายลง ตรวจสอบไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยอันแสดงว่าถูกกระทำให้ตาย สันนิษฐานได้ว่าการตายเกิดจากอาการเครียดและซึมเศร้า เป็นที่น่าเสียใจที่เราไม่สามารถช่วยเหลือให้เขาได้กลับไปใช้ชีวิตในธรรมชาติแบบนากตัวอื่น ๆ ได้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเคสนี้จะเป็นอุทาหรณ์สำหรับมนุษย์เราไม่ควรนำสัตว์ป่ามาครอบครองโดยผิดกฎหมาย หรือทำให้เขาต้องพลัดพรากจากถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติที่มีความเหมาะสมกับการดำรงชีวิตมากกว่านำเขามาสู่กรงเลี้ยง
ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 ประทับช้าง


