"ทนายแก้ว" เผยข้อหาใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์ พร้อมเตือน "ช่างเอ๋" ต้องรีบเอาเอกสารทั้งหมดไปชี้แจงต่อพนักงานสอบสวน


จากกรณีดราม่าเรื่องเงินบริจาคของ "มูลนิธิองค์กรทำดี" ของ "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" นักแสดง พิธีกร และนางงาม ที่มีทั้งบัญชีมูลนิธิฯ และบัญชีส่วนบุคคล โอนไปยังผู้รับเหมารายหนึ่ง ก่อนที่ทางผู้รับเหมาจะอ้างว่า "ก๊อต อธิป อนันทวรรณ" สามีของบุ๋ม ปนัดดา สั่งให้โอนต่อไปยังบัญชีส่วนตัว จำนวนหลายล้านบาท จนกลายเป็นกระแสที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ "ช่างเอ๋" ผู้รับเหมา ได้เปิดใจในรายการ "โหนกระแส" โดยยอมรับว่ามีเงิน "องค์กรทำดีฯ" โอนเข้าบัญชี ช่วงที่มีการสร้างพูลวิลล่าที่ภูเก็ต ก่อน "ก๊อต" สั่งให้โอนต่อไปบัญชีส่วนตัว ชี้ไม่ได้ต้องการจะทำให้ใครเสียหาย จุดเริ่มต้นแค่อยากแก้ปัญหาให้ตัวเอง (เปิดสลิป "ช่างเอ๋" ได้เงินจากองค์กรทำดีฯ ตรงกับค่างวด สร้างพูลวิลล่าภูเก็ต)

ทางด้าน ทนายแก้ว เผยว่า ถ้าช่างเอ๋จะแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก็ต้องเอาเอกสารทั้งหมดไปชี้แจงต่อพนักงานสอบสวน ทั้งนี้แม้คุณบุ๋มจะเอาเงินมาเติมในบัญชีองค์กรทำดีที่โอนออกไปนั้น ก็ต้องยอมรับว่าความผิดมันสำเร็จไปแล้ว คดีนี้มันมีหลายข้อหามาก ไม่ว่าจะเป็นฉ้อโกงประชาชน 

รวมถึงกรณีการยักยอก คือการเบียดบังเอาทรัพย์มาเป็นของตน แต่ว่ามาตรา 353 มันเป็นเรื่องที่บุคคลมีหน้าที่โดยเฉพาะ ตนเข้าใจว่าพนักงานสอบสวนน่าจะตั้งข้อหา 353 ประมวลกฎหมายอาญา เพราะเป็นเรื่องของกรณีที่บุคคลมีหน้าที่แล้วกระทำการยักยอกเบียดบังมาเป็นของตน แบบนี้จำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท ซึ่งกรณีนี้มันเข้าความผิดมูลฐานฟอกเงินด้วย

หากถามว่า ช่างเอ๋ มีความผิดไหม ตอบตรงๆ ว่ามี เพราะเงินมันถูกไหลไปจนจบครบวงกลมพอดี คือเงินก้อนนี้มันมาจากการบริจาค ถ้าเงินไปอยู่ตรงไหน ถ้าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ถือว่าผิดทุกกรณี ต่อให้เงินที่โอนมาจากองค์กรทำดีถูกช่างโอนไปให้คุณก๊อต คุณก๊อตก็ผิด คือเงินไปอยู่ตรงไหนตรงนั้นผิด 

เงินบริจาคมันต้องเอาไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิเท่านั้น คือช่วยเหลือประชาชน แต่ไม่มีที่จะไปสร้างสถานที่ที่เป็นส่วนตัว หรือได้ประโยชน์ตัวเอง แบบนี้มันมีความผิด ก็แล้วแต่พนักงานสอบสวนจะตั้งฉ้อโกงประชาชน หรือยักยอก หรือยักยอกเฉพาะ 353 หรือ พ.ร.บ. ฟอกเงิน รวมถึง พ.ร.บ. เรี่ยไร 2487 ก็ผิด นี่คือความผิดที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ 

ทั้งนี้ ในทางกระบวนการคือ ถ้าโอนเงินกลับไปในองค์กรทำดีฯ มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่นี่คุณโอนเงินไปให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้โอนเข้ามา มันก็แสดงหรือส่อให้เห็นว่า คุณกับบุคคลที่เกี่ยวข้องน่าจะสมรู้ร่วมคิดกัน นี่คือสิ่งที่ตั้งสันนิษฐานตามภาษากฎหมายไว้ก่อน ก็ต้องเอาหลักฐานไปชี้แจง แต่บัญชีมันชัดว่าเป็นการชำระค่างวดของบ้าน ซึ่งมันไม่ใช่วัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือองค์กรที่เขารับบริจาคอยู่แล้ว 

เมื่อถามว่า ทำไมไม่สงสัยว่าทางนั้นไม่ใช่บัญชีส่วนตัวโอนเงิน ช่างเอ๋ ตอบว่า คือครั้งที่ 2 มีการให้ทำเสนอราคา แล้วโอนเงินเข้ามาตามใบเสนอราคาแต่ที่นี่ไม่ได้ทำ ก็โอนกลับไป แต่ครั้งถัดๆ มาไม่ค่อยโอเคแล้ว เลยคุยกับเขาไปตรงๆ ว่า ไม่อยากทำแล้วมันเสี่ยง เพราะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรหาตน ถามว่าธุรกรรม 2 ยอดเมื่อกี้ได้ทำด้วยตัวเองไหม ตนก็บอกว่าใช่ จากนั้นก็มีอีกธนาคารหนึ่งโทรมาบอกว่า ให้เข้าไปยืนยันตัวตนที่ธนาคาร ทีนี้เลยโทรไปถามพี่ก๊อตว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า มีอะไรผิดปกติไหม ทำไมเจ้าหน้าที่โทรมาแบบนี้ ตนไม่อยากทำอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงแล้วนะ พอคุยกันครั้งนั้นก็ไม่ได้ทำต่ออีกเลย คือกว่าจะได้ถามมันก็หลายครั้งแล้ว

ทนายแก้ว เผยต่อว่า ต้องยอมรับว่ากฎหมายที่เป็นบัญชีม้า บางครั้งผู้ที่รับโอนอาจจะรู้หรือไม่รู้ แต่กฎหมายสันนิษฐานว่าต้องมีความผิด ในกรณีที่คุณรับโอนเงินจากไหนมาก็ตาม จะไปบอกว่ายอดตรงกันไม่ได้ ในฐานะที่เราเป็นเรื่องการว่าจ้าง ก็ต้องรู้คนจ้างเป็นใคร คนชำระเงินเป็นใคร.

ที่มาจาก รายการโหนกระแส