เผย 5 มะเร็งพบบ่อยในคนอายุต่ำกว่า 50 ปี "หมอเจด" แนะวิธีการดูแลตัวเอง เริ่มจากเรื่องธรรมดาที่ทำได้จริง


วันที่ 21 ตุลาคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง "มะเร็งไม่ได้รอให้แก่ 5 มะเร็งที่พบได้บ่อยในคนอายุต่ำกว่า 50" พร้อมระบุข้อความว่า

อายุ 30 กว่าๆ ยังแข็งแรงดี ทำงานไหว กินอร่อย เที่ยวสนุก ใครจะไปคิดเรื่องมะเร็ง แต่อยากบอกว่า มะเร็งไม่ได้รอให้เราอายุ 60–70 ปีก่อนถึงจะเป็น บางชนิดพบได้ตั้งแต่วัย 20–40 ปี และบางความเสี่ยงก็สะสมมาตั้งแต่เรายังอายุน้อยด้วยซ้ำ

ข้อมูล GLOBOCAN 2024 ของ IARC ยืนยันว่ามะเร็งยังเป็นปัญหาสำคัญ แต่ชนิดที่พบบ่อยแตกต่างกันตามเพศ อายุ และประเทศ วันนี้อยากพารู้จัก 5 มะเร็งที่คนอายุต่ำกว่า 50 ควรใส่ใจ พร้อมวิธีดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้

1. มะเร็งเต้านม — อายุ 30 กว่าก็พบได้

หลายคนคิดว่ามะเร็งเต้านมต้องรอจนหมดประจำเดือนก่อน แต่จริงๆ ผู้หญิงวัย 30–40 ปี ก็สามารถเป็นได้ โดยเฉพาะคนที่มีประวัติครอบครัว หรือมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมบางอย่าง สิ่งที่อยากให้สังเกตคือมีก้อนใหม่ที่เต้านมหรือรักแร้ ผิวหนังบุ๋ม หัวนมเปลี่ยนรูป หรือมีเลือดออกจากหัวนม

เริ่มดูแลวันนี้ รู้จักความเปลี่ยนแปลงของเต้านมตัวเอง และปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจคัดกรองตามความเสี่ยง ไม่ต้องรอให้ก้อนเจ็บก่อน

2. มะเร็งลำไส้ใหญ่ — อย่าคิดว่าถ่ายเป็นเลือดคือริดสีดวงเสมอไป

บางคนอายุเพียง 30 กว่าๆ เริ่มถ่ายเป็นเลือด ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือซีดโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่คิดว่าแค่ริดสีดวงหรือกินผักน้อยไปหน่อย มะเร็งลำไส้ใหญ่พบก่อนอายุ 50 ได้ โดยเฉพาะคนที่มีประวัติครอบครัว หรือโรคทางพันธุกรรมบางชนิด

เริ่มดูแลวันนี้ เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี ลดเนื้อแปรรูป ขยับร่างกาย และดูแลน้ำหนัก ถ้าถ่ายเป็นเลือดซ้ำๆ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ควรตรวจหาสาเหตุ ไม่ต้องรออายุ 50

3. มะเร็งปากมดลูก — ป้องกันได้ตั้งแต่อายุน้อย

ข้อนี้อยากให้ผู้หญิงเริ่มใส่ใจตั้งแต่ยังอายุน้อย เพราะมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่ สัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV ชนิดเสี่ยงสูงอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือระยะแรกอาจไม่มีอาการอะไรเลย แต่ข่าวดีคือเรามีทั้งวัคซีน HPV ที่ช่วยลดความเสี่ยง และการตรวจคัดกรองที่ช่วยค้นหาเซลล์ผิดปกติก่อนกลายเป็นมะเร็ง

เริ่มดูแลวันนี้ เช็กประวัติวัคซีน HPV และตรวจคัดกรองตามเกณฑ์อายุ แม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ยังควรตรวจตามคำแนะนำ

4. มะเร็งไทรอยด์ — เจอก้อนที่คอ อย่าปล่อยผ่าน

มะเร็งไทรอยด์พบได้ตั้งแต่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น โดยเฉพาะในผู้หญิง บางคนเริ่มจากคลำเจอก้อนบริเวณด้านหน้าคอโดยบังเอิญ ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร แต่ขอเน้นว่าก้อนไทรอยด์ส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง เราไม่จำเป็นต้องอัลตราซาวด์คอทุกปี ถ้าไม่มีอาการหรือข้อบ่งชี้

เริ่มดูแลวันนี้ หากพบก้อนใหม่ก้อนโตขึ้น เสียงแหบต่อเนื่อง หรือกลืนลำบาก ควรไปตรวจประเมิน ไม่ต้องรอให้ก้อนใหญ่ก่อน

5. มะเร็งตับ — บางคนมีความเสี่ยงตั้งแต่เด็ก

ข้อนี้อยากให้คนไทยใส่ใจ เพราะบางคนติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีมาตั้งแต่แรกเกิดหรือวัยเด็ก โดยที่ไม่เคยรู้ตัวเลย การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง สามารถเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับได้ แม้ยังอายุไม่มากครับ ยิ่งถ้าดื่มแอลกอฮอล์หนัก หรือมีโรคตับร่วมด้วย ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงขึ้นอีก

เริ่มดูแลวันนี้ ถ้าไม่เคยรู้สถานะไวรัสตับอักเสบบีของตัวเอง ลองปรึกษาสถานพยาบาลเรื่องตรวจเลือด รวมถึงเช็กความจำเป็นในการฉีดวัคซีน ส่วนคนที่มีไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ควรติดตามรักษาและเฝ้าระวัง ตามระดับความเสี่ยงของตัวเอง

อายุยังไม่ถึง 50 ควรเริ่มตรวจอะไรบ้างนั้น ไม่จำเป็นต้องตรวจมะเร็งทุกชนิด เริ่มจาก 4 เรื่องนี้

  • รู้ประวัติครอบครัว : มีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นมะเร็งอะไร และเป็นตอนอายุเท่าไร
  • เช็กวัคซีน HPV และไวรัสตับอักเสบบี : ดูว่าได้รับวัคซีนครบหรือมีข้อบ่งชี้ให้ตรวจเพิ่มเติมไหม
  • ตรวจคัดกรองตามวัยและความเสี่ยง : โดยเฉพาะปากมดลูก เต้านม และลำไส้ใหญ่ตามเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • อย่ามองข้ามอาการผิดปกติ : เช่น ก้อนใหม่ ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรืออาการผิดปกติที่เป็นต่อเนื่อง

คนอายุ 20–40 ปี ลดความเสี่ยงได้ยังไงบ้าง เริ่มจากเรื่องธรรมดาที่ทำได้จริง

  • ไม่สูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
  • ลดหรืองดแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับการดื่ม
  • เพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และลดเนื้อแปรรูป
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • ตรวจสุขภาพและคัดกรองตามความเสี่ยง ไม่ใช่ซื้อแพ็กเกจตรวจมะเร็งทุกอย่างโดยไม่จำเป็น

ทั้งนี้ ไม่ได้อยากให้คนอายุ 25, 35 หรือ 45 ปี ใช้ชีวิตด้วยความกลัวมะเร็ง แต่อยากให้จำไว้ว่า อายุยังน้อย ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง และการเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ดีกว่ารอให้มีอาการแล้วค่อยสนใจ เราอาจป้องกันมะเร็งทุกชนิดไม่ได้ แต่ลดความเสี่ยงบางอย่างได้ และค้นหาความผิดปกติได้เร็วขึ้นด้วยการตรวจที่เหมาะกับตัวเอง.


ขอบคุณเฟซบุ๊ก หมอเจด